กลิ่นอายของฝุ่นปูนและละอองน้ำที่กระจายตัวอยู่ในอากาศของปีกตะวันตกเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความร้อนระอุจากเครื่องพ่นไฟเวทมนตร์ที่เกรซใช้ในการเชื่อมต่อรอยต่อท่อหิน เกรซ แอนเดอร์สัน ในสภาพที่ใบหน้าเปื้อนคราบเขม่าสีดำเป็นปื้นและเส้นผมสีน้ำตาลถูกมัดรวบไว้อย่างลวก ๆ กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดวางระบบท่อส่งน้ำหลักที่ต้องทนทานต่อแรงดันมหาศาล มือเรียวบางที่บัดนี้เริ่มมีรอยด้านจากการทำงานหนักพยายามหมุนเกลียวข้อต่อโลหะให้เข้าที่ท่ามกลางเสียงสะท้อนกังวานของไซต์งาน
“เจ้าเซฟ... ส่งประแจตัวใหญ่ให้ฉันหน่อยสิ” เกรซเอ่ยเรียกโดยไม่หันไปมอง สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่จุดเชื่อมท่อที่เธอเพิ่งอุดด้วยปูนเวทมนตร์สูตรคนแคระ
ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับ และไม่มีสัมผัสของด้ามโลหะที่คุ้นเคยยื่นมาที่มือ เธอขมวดคิ้วด้วยความฉงน พลางปาดเหงื่อที่หยดลงมาบังตาแล้วหันไปมองด้านหลัง
“เจ้าเซฟ? มัวทำอะไรอยู่น่ะ?”
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เกรซถึงกับต้องอ้าปากค้างและทำไขควงในมือร่วงหล่นลงพื้นหินเสียงดัง เคร้ง! เจ้าเซฟ หีบมิมิคจิ๋วที่ควรจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ดี บัดนี้มันกำลังใช้บานพับที่ดูเหมือนปากของมันงับเข้าที่ปลายของท่อเหล็กไหล วัสดุเกรดพรีเมียมราคาแพงระยับที่เกรซเพิ่งสั่งทำพิเศษเพื่อใช้เป็นทางผ่านของน้ำร้อนแรงดันสูง เหล็กชนิดนี้มีความยืดหยุ่นเหมือนสิ่งมีชีวิตและแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้าทั่วไปหลายเท่า แต่มันกลับกำลังถูกเจ้าเซฟเคี้ยวกรุบกรับราวกับเป็นขนมปังกรอบรสเลิศ!
“หยุดนะเจ้าเซฟ! นั่นมันท่อหัวใจหลักของระบบน้ำร้อนเลยนะ!” เกรซกรีดร้องพลางพุ่งตัวเข้าไปตะครุบฝาหีบ แต่ไม่ทันเสียแล้ว เจ้าเซฟกลืนกินส่วนหัวของท่อเหล็กไหลเข้าไปเต็มคำ พลางทำท่าทางสำลักดุ๊กดิ๊ก นัยน์ตาจำลองที่เป็นมุกมืดของมันเบิกกว้างและสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดผสมกับความตื่นเต้น
ทันใดนั้น ร่างไม้สีเข้มที่เคยหยาบกร้านของเจ้าเซฟก็เริ่มแผ่รังสีสีม่วงเข้มสลับนิลออกมา แสงนั้นแรงกล้าจนเกรซต้องใช้แขนยกขึ้นบังตาไว้ ความร้อนมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวหีบจนเกรซต้องผงะถอยหลัง เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมานาที่กำลังพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างระดับโมเลกุลภายในตัวมิมิค
กริ๊ก... แกรง... ครืด... เสียงเนื้อไม้ปริแตกดังสนั่นหวั่นไหว แต่สิ่งที่งอกออกมาจากรอยแยกกลับไม่ใช่ไม้ใหม่ ทว่ามันคือโลหะสีนิลขัดเงาที่ดูดซับแสงสว่างเข้าไปในตัว ผิวสัมผัสที่เคยสากและเต็มไปด้วยเสี้ยนไม้แปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเนียนวาววับของโลหะวิเศษ ลวดลายสลักที่เกรซเคยขัดเงาไว้ให้บัดนี้ถูกหลอมรวมกลายเป็นเนื้อเดียวกับแร่เหล็กไหลที่ล้ำค่า
เกรซยืนนิ่งค้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจและเป็นห่วง
"เจ้าเซฟ... เธอเป็นยังไงบ้าง? ได้ยินฉันไหม?"
เมื่อแสงสีม่วงจางลง หีบไม้ใบเก่าได้หายไปสิ้น เหลือเพียงหีบโลหะสีดำขลับที่ดูเคร่งขรึมและทรงพลัง ขอบหีบถูกประดับด้วยลายเส้นสีเงินยวงที่ส่องประกายยามต้องแสงเทียน บานพับที่เคยหลวมหลุดลุ่ยบัดนี้กลับกลายเป็นข้อต่อกลไกที่ซับซ้อนและแน่นหนาจนไร้ที่ติ
เจ้าเซฟสั่นตัวเบา ๆ เพื่อไล่เศษขี้เถ้ามานาออก ก่อนที่มันจะแสดงความสามารถใหม่ที่ทำให้เกรซต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากใต้ฐานของหีบ แทนที่จะเป็นขาไม้ทื่อ ๆ กลับมีขากลหกข้างที่ดูคล้ายขาแมงมุมโลหะงอกออกมา มันขยับก้าวเดินได้อย่างว่องไวและมั่นคงกว่าเดิมหลายเท่า
ไม่เพียงเท่านั้น ตรงช่องกุญแจที่เคยเป็นแค่ดวงตามุก บัดนี้มีลิ้นเหล็กขนาดเล็กหลายเส้นยื่นออกมา ลิ้นเหล่านี้เปลี่ยนรูปร่างได้อย่างน่าทึ่ง บางเส้นกลายเป็นคีมหนีบ บางเส้นกลายเป็นไขควงปลายแหลม และบางเส้นสามารถหมุนวนเหมือนสว่านไฟฟ้าด้วยความเร็วสูง
"พระเจ้าช่วย... นี่มันไม่ใช่แค่หีบเก็บของแล้ว" เกรซพึมพำพลางเอื้อมมือไปลูบผิวสัมผัสที่เย็นเยียบของมัน
"นี่มันคือกล่องเครื่องมืออัจฉริยะกึ่งหุ่นยนต์ชัด ๆ!"
เจ้าเซฟดูเหมือนจะรับรู้ถึงคำชม มันลองใช้ลิ้นเหล็กเส้นหนึ่งคว้ารับประแจที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาหมุนโชว์อย่างแคล่วคล่อง พร้อมกับส่งเสียง กริ๊ก ๆ เบา ๆ คล้ายเสียงกลไกนาฬิกาที่ทำงานอย่างแม่นยำ
เกรซยกมือกุมขมับ พลางมองซากท่อเหล็กไหลที่หายไปครึ่งหนึ่ง "ถึงฉันจะเสียใจเรื่องงบประมาณที่เธอเขมือบเข้าไป... แต่ดูเหมือนว่าฉันจะได้ผู้ช่วยที่ 'ตรงสายงาน' มาแทนนะเนี่ย"
ความดีใจเริ่มเข้ามาแทนที่ความโกรธ เกรซมองเห็นโอกาสมหาศาลในการทำงานที่เหลืออยู่ ลำพังแรงมนุษย์ของเธอการจะเจาะหินแกรนิตหรือตัดเหล็กนั้นยากลำบากและใช้เวลานาน แต่ด้วยร่างกายใหม่ของเจ้าเซฟที่รับเอาคุณสมบัติของเหล็กไหลมา มันสามารถเจาะรูบนผนังหินได้ภายในไม่กี่วินาทีเพียงแค่ใช้ลิ้นสว่านโลหะ
“เจ้าเซฟ ลองช่วยฉันเจาะรูรับท่อที่ผนังฝั่งนู้นทีได้ไหม?” เกรซชี้มือไปที่จุดที่เธอมาร์คไว้
เจ้าเซฟไม่รอช้า ขากลของมันพุ่งตัวไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ลิ้นเหล็กเส้นหนึ่งขยายขนาดและหมุนวนจนเกิดความร้อน วืดดดด! เพียงพริบตาเดียว รูที่เรียบเนียนและได้สัดส่วนก็ปรากฏขึ้นบนผนังหินที่หนาแน่นที่สุด เกรซถึงกับยืนตบมือด้วยความทึ่ง
“ดีมาก! แบบนี้เราประหยัดเวลาไปได้เป็นวันเลย!”
เจ้าเซฟยืดอกโลหะของมันขึ้นจนแสงสะท้อนบนหน้าหีบดูประกายวาววับ มันดูภูมิใจในร่างกายใหม่ของตัวเองอย่างมาก นัยน์ตามุกมืดบัดนี้กลายเป็นทับทิมสีแดงเรืองแสงจาง ๆ ที่ดูเฉลียวฉลาดขึ้น มันใช้ลิ้นเล็ก ๆ อีกเส้นหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดตัวให้ตัวเองจนเงาวับ พลางส่งเสียง กริ๊ก ๆ กริ๊ง! คล้ายจะบอกว่ามันพร้อมแล้วที่จะลุยงานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะหนักแค่ไหนก็ตาม
เกรซเดินเข้าไปลูบฝาหีบโลหะเบา ๆ
“โอเค ๆ ฉันยอมแพ้แล้ว ความตะกละของเธอมันมีประโยชน์จริง ๆ ต่อไปนี้เราคือทีมช่างที่แกร่งที่สุดในปราสาทนี้เลยนะ เจ้าเซฟ”
มิมิคเหล็กไหลสั่นตัวรับคำด้วยความรื่นเริง พลังงานมานาที่ไหลเวียนอยู่ในตัวมันบัดนี้สมดุลและมั่นคงขึ้น ภารกิจรีโนเวทห้องน้ำที่เคยดูเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา บัดนี้กลับมีแสงสว่างแห่งความสำเร็จฉายชัดขึ้นมาเพราะอุบัติเหตุที่แสนวิเศษนี้
เกรซกลับไปที่กองแบบแปลนด้วยหัวใจที่พองโต ความเหนื่อยล้าดูเหมือนจะจางหายไปเพียงเพราะได้เห็นวิวัฒนาการของคู่หูตัวน้อย
"เอาล่ะ! ในเมื่อมีสว่านไฟฟ้ามีชีวิตแล้ว... ขั้นตอนต่อไปคือการติดตั้งระบบทำความร้อนจากเตาลาวา! ลุยกันเลยเจ้าเซฟ!"
เสียงกลไกของเจ้าเซฟที่เดินตามหลังเกรซดังกระทบพื้นหินเป็นจังหวะที่มั่นคง สื่อถึงจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่สถาปัตยกรรมจะไม่ได้ถูกสร้างด้วยเพียงแค่อิฐหิน แต่ถูกสร้างด้วยมิตรภาพและวิวัฒนาการที่คาดไม่ถึงในวิมานนรกแห่งนี้