หลังจากผ่านพ้นราตรีแห่งความเป็นความตายและการตรากตรำทำงานหนักในฐานะสถาปนิกจำเป็นมานานหลายวัน ร่างกายของเกรซ แอนเดอร์สัน ก็เริ่มส่งสัญญาณประท้วงอย่างรุนแรง ความเหนื่อยล้าสะสมหลอมรวมกับความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะจากคราบเหงื่อไคลและฝุ่นปูนที่ฝังลึกตามรูขุมขน กิ๊บในร่างเกรซก้มลงมองสำรวจตัวเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอนาถใจ ชุดกระโปรงสีขาวราคาแพงบัดนี้เปลี่ยนสภาพเป็นสีเทาหม่นขาดวิ่น ปลายนิ้วเรียวสวยมีรอยถลอกและคราบดำจากการหยิบจับวัสดุ
"ไม่ไหวแล้ว... ฉันต้องการน้ำแรง ๆ กับสบู่หอม ๆ เดี๋ยวนี้เลย" เกรซพึมพำกับตัวเองขณะที่เธอกำลังจัดเก็บเครื่องมือวัดระยะเข้าสู่เจ้าเซฟ มิมิคคู่ใจที่ขยับงับฝาหีบรับของอย่างรู้งาน
เธอหลับตาลงนึกถึงผิวพรรณเดิมของร่างนี้ เกรซ แอนเดอร์สัน มีผิวที่ขาวละเอียดราวกับน้ำนมที่ถูกเคี่ยวจนข้น นุ่มนวลและบอบบางเกินกว่าจะปล่อยให้กรังไปด้วยสิ่งสกปรกนานกว่านี้ ความรู้สึกคันยิบ ๆ ตามแผ่นหลังและลำคอทำให้เธอตัดสินใจเดินไปหาไคเซอร์ที่กำลังนั่งอ่านคัมภีร์มานาอยู่ในห้องโถงกลาง
"ท่านจอมมารคะ... ฉันขอเสียมารยาทถามถึงสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานหน่อยได้ไหมคะ?" เกรซเอ่ยถามพลางย่อตัวลงเล็กน้อยพองามตามมารยาทที่ร่างกายนี้คุ้นเคย
ไคเซอร์ลดคัมภีร์ลง นัยน์ตาสีแดงฉานหรี่มองเธออย่างพิจารณา
"เจ้าต้องการสิ่งใดอีก เกรซ? ข้าเพิ่งให้เจ้ากินอาหารมื้อใหญ่ไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไม่ใช่หรือ?"
"ฉันต้องการอาบน้ำค่ะท่าน" เกรซตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ผิวของมนุษย์ไม่ได้ทนทานต่อแบคทีเรียเหมือนผิวปีศาจนะคะ ถ้าฉันติดเชื้อผิวหนังตายไป ใครจะรีโนเวทปราสาทให้ท่านต่อล่ะ?"
จอมมารนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าส่ง ๆ
"เดินไปตามระเบียงปีกตะวันตกจนสุดทาง ที่นั่นคือห้องสปาหลวงที่ข้าและขุนนางระดับสูงใช้ เจ้าไปใช้ที่นั่นเสียสิ"
เกรซรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้าไปยังปีกตะวันตกด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม ในใจของเธอจินตนาการถึงอ่างอาบน้ำหินอ่อนขนาดใหญ่ น้ำอุ่นที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ หรืออย่างน้อยก็ขอให้เป็นฝักบัวเวทมนตร์ที่น้ำไหลแรงพอจะล้างคราบสกปรกออกไปให้หมด แต่ทันทีที่เธอผลักประตูหินแกะสลักรูปพรายน้ำเข้าไป กลิ่นฉุนกึกที่คล้ายกับสารเคมีและกลิ่นคาวเปรี้ยวก็พุ่งเข้าปะทะจมูกจนเธอต้องผงะถอยหลัง
"โอ้... คุณพระช่วย นี่มันอะไรกันเนี่ย!" เกรซร้องออกมาด้วยความตกใจจนเสียงหลง
ภาพตรงหน้าคือห้องโถงหินขนาดมหึมาที่เพดานสูงลิบจนมืดสลัว ตรงกลางห้องคือบ่อหินรวมรูปทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่พอจะบรรจุช้างได้ทั้งโขลง แต่น้ำในบ่อนั้นกลับไม่ใช่สีใสบริสุทธิ์ มันคือนของเหลวสีเขียวเข้มที่มีความหนืดข้นราวกับเจลลี่ และที่สยดสยองที่สุดคือมีสไลม์กรดขนาดมหึมานับร้อยตัวกำลังแหวกว่าย ขยับตัวดุ๊กดิ๊กไปมา พ่นฟองอากาศสีม่วงอ่อนออกมาจากลำตัวที่โปร่งใสของพวกมัน
พวกสไลม์เหล่านี้มีหน้าที่เดียวคือการย่อยสลายทุกสิ่งที่เป็นอินทรียวัตถุที่ตกลงไปในบ่อ เพื่อรักษาความสะอาดของน้ำในวิถีของปีศาจ
เกรซยืนนิ่งค้างอยู่ที่ขอบบ่อ นัยน์ตาสีฟ้าของเธอเบิกกว้างด้วยความสยองขวัญ เธอเห็นเศษเกราะเก่าและซากปรักหักพังบางอย่างที่ขอบบ่อถูกสไลม์ตัวหนึ่งคืบคลานเข้าหาแล้วย่อยสลายจนหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียง ซู่... และไอควันจาง ๆ
"นี่มันไม่ใช่ห้องน้ำ... นี่มันกระเพาะอาหารชัด ๆ!" เกรซตะโกนออกมาพลางก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว
"พวกท่านคิดอะไรอยู่ถึงเอาสัตว์ประหลาดกินคนมาใส่ไว้ในที่อาบน้ำเนี่ย!"
ข้ารับใช้ปีศาจสาวตนหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ทำไมหรือคะท่านผู้ดูแล? นี่คือวิธีชำระล้างที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด สไลม์เหล่านี้จะช่วยย่อยสลายคราบไคลและผิวหนังกำพร้าที่ตายแล้วออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผิวที่หมดจด ท่านจอมมารเองก็ทรงโปรดการลงไปแช่เพื่อให้กรดอ่อน ๆ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของมานาเช่นกัน"
เกรซรู้สึกคลื่นไส้จนต้องเอามือปิดปาก "กระตุ้นมานาบ้านน้าเถอะ! สำหรับมนุษย์น่ะ ถ้าลงไปในบ่อนั่น ผิวของฉันจะโดนย่อยจนเหลือแต่กระดูกในสามนาทีแน่ ๆ! ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะที่จะไปแชร์บ่อเดียวกับสัตว์ประหลาดเมือกสีเขียวนี่น่ะ!"
เธอมองภาพการแหวกว่ายของพวกสไลม์ด้วยความขยะแขยงจนขนลุกไปทั่วร่าง ความรู้สึกอยากอาบน้ำพังทลายลงในพริบตา แทนที่ด้วยความโกรธแค้นในเชิงวิศวกรรมสถาปัตยกรรมที่ป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรมเช่นนี้
ในขณะที่เกรซกำลังจะเดินหนีออกจากห้องน้ำมรณะแห่งนี้ สายตาระดับสถาปนิกของเธอก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติที่ขอบฐานของบ่อหิน เธอย่อตัวลงนั่งคุกเข่าโดยระวังไม่ให้โดนน้ำเมือกที่กระเด็นออกมา และพบว่าที่รอยต่อระหว่างบ่อหินกับพื้นปราสาทมีรอยซึมของของเหลวสีเขียวจาง ๆ ไหลลงไปในรอยแตกของชั้นหิน
"นั่นไง... ฉันว่าแล้ว!" เกรซพึมพำ นัยน์ตาของเธอวาววับด้วยการวิเคราะห์
เธอจำได้ถึงตอนที่เธอไปรีโนเวทห้องนอนของไคเซอร์ ผนังด้านทิศตะวันตกมีความชื้นซึมออกมาตลอดเวลาจนเกิดเชื้อรา ซึ่งห้องนอนของไคเซอร์ตั้งอยู่ใต้ห้องน้ำนี้พอดี! ระบบประปาใต้น้ำของบ่อสไลม์นี้ไม่ได้มีการปูวัสดุกันซึมที่ได้มาตรฐาน ของเหลวจากบ่อซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อน กำลังค่อย ๆ กัดเซาะโครงสร้างหินและซึมลึกลงไปในชั้นล่าง สร้างความเสียหายให้กับฐานรากของปราสาทอย่างช้า ๆ
"นอกจากจะสกปรกแล้ว ยังเป็นภัยต่อความมั่นคงของอาคารอีกเหรอเนี่ย" เกรซส่ายหน้าด้วยความขัดใจอย่างแรง
"ระบบสุขาภิบาลที่นี่มันแย่ยิ่งกว่าไซต์งานก่อสร้างเถื่อนเสียอีก"
เกรซลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นที่หัวเข่า สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความขยะแขยงเป็นความมุ่งมั่นฉบับช่างคุมงานที่กำลังเจอเคสใหญ่ เธอหันไปหาเจ้าเซฟที่สั่นตัวราวกับจะบอกว่า 'นายหญิงไม่ต้องอาบที่นี่หรอกนะ กลัวโดนกิน'
"ไม่ต้องห่วงเจ้าเซฟ ฉันไม่ลงไปแน่" เกรซกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"แต่ฉันจะรื้อบ่อนี้ทิ้ง และสร้างระบบกรองน้ำใหม่ ระบบส่งน้ำอุ่น และห้องน้ำแยกส่วนที่ถูกสุขลักษณะสำหรับมนุษย์และจอมมารที่ต้องนอนหลับสบาย"
เธอเดินกลับไปหาไคเซอร์ด้วยท่าทางขึงขังจนเหล่าขุนนางที่ยืนอยู่แถวนั้นต้องหลบทางให้ ไคเซอร์ที่เห็นเกรซเดินกลับมาทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำและมีสีหน้าเหมือนคนพร้อมจะไปเผาปราสาทใครสักคนถึงกับเลิกคิ้วขึ้น
"เป็นอย่างไร? สปาของข้าทำให้เจ้าผ่อนคลายไหม เกรซ?"
"ผ่อนคลายบ้านท่านสิคะ! นั่นมันบ่อย่อยสลายศพชัด ๆ!" เกรซตบโต๊ะเสียงดังปังต่อหน้าจอมมาร
"ท่านทราบไหมคะว่าของเหลวในบ่อนั่นกำลังซึมลงไปพังห้องนอนที่ฉันเพิ่งซ่อมให้ท่านน่ะ? ถ้าท่านไม่อยากให้ห้องนอนใหม่กลายเป็นบ่อสไลม์ในอีกสองเดือนข้างหน้า ท่านต้องอนุมัติให้ฉันรื้อระบบสุขาภิบาล ทั้งหมดของปราสาทเดี๋ยวนี้!"
ไคเซอร์จ้องมองใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธของสถาปนิกสาว เขาเห็นความมุ่งมั่นที่แรงกล้าผ่านดวงตาสีฟ้าคู่นั้น ภารกิจใหม่ของเกรซ แอนเดอร์สัน เริ่มต้นขึ้นแล้ว... มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาด แต่มันคือการประกาศสงครามกับระบบสไลม์กรดเพื่อกอบกู้มาตรฐานความเป็นอยู่ที่มนุษย์ควรจะได้รับในแดนปีศาจ!