ตอนที่ 2 ชะลอ

1705 Words
กลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ออกมาจากใบดาบยักษ์ ‘เรเนียส’ ยังคงกรีดผิวคอของเกรซจนแสบสัน แต่วินาทีที่ความกลัวพุ่งขึ้นถึงขีดสุด กลับมีบางอย่างที่ทรงพลังยิ่งกว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดตื่นขึ้นมาแทนที่ มันคือดวงวิญญาณของ ‘กิ๊บ’ สถาปนิกสาวผู้ที่ชีวิตในชาติก่อนถูกทำลายด้วยน้ำมือของงานก่อสร้างที่ชุ่ยและไร้ระเบียบ สำหรับเธอแล้ว ความตายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่ความตายในสถานที่ที่ออกแบบได้ห่วยแตกเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เธอยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด! เกรซขยับนัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองไปรอบโถงพิธีกรรมอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตาของเธอไม่ได้มองด้วยความหวาดกลัวต่อปีศาจ เธอเริ่มสแกนตำแหน่งการวางเสา ระยะห่างของแท่นบูชา และทิศทางของลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างทรงสูง นิ้วมือเรียวที่สั่นเทาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำแน่นด้วยความขัดใจ ริมฝีปากที่เคยซีดเผือดกลับเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ดวงตาของเธอมันวาวด้วยความหงุดหงิดที่ล้นทะลักออกมาจนลืมไปว่าดาบเล่มเขื่องยังจ่ออยู่ที่ลำคอ “วางทิศอัปมงคลแบบนี้... ใครจะไปตายสงบลงกัน!” คำตะโกนนั้นดังกึกก้อง แซงหน้าเสียงขู่คำรามของสมุนปีศาจทุกตัวในห้องโถง บรรยากาศที่เคยเย็นยะเยือกพลันหยุดนิ่ง ราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง เหล่าอมนุษย์ที่ยืนรายล้อมต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้าง บางตัวถึงกับทำอาวุธหลุดมือตกกระทบพื้นเสียงดังเคร้ง พวกมันไม่เคยเห็นเครื่องสังเวยคนไหนกล้าเงยหน้าขึ้นมาด่า ‘สถานประหาร’ ขององค์ราชาจอมมารมาก่อน ไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส ชะงักมือที่กำลังจะตวัดดาบ คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีแดงฉานที่มีวงเวทหมุนวนอยู่ภายในวาววับขึ้นด้วยความฉงน เขาจ้องมองสตรีที่อยู่แทบเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา “เจ้า... เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” น้ำเสียงของเขาต่ำพร่า ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยความกดดัน เกรซไม่ได้ตอบในทันที เธอใช้มือปัดคมดาบที่จ่ออยู่ออกอย่างลืมตัว ราวกับมันเป็นเพียงไม้บรรทัดที่วางขวางทางทำงานของเธอ เธอดีดตัวลุกขึ้นยืนบนแท่นหินเย็นเฉียบ แม้ร่างกายจะยังสั่นเพราะความอ่อนแอ แต่ท่าทางของเธอกลับสง่าผ่าเผยและเต็มไปด้วยความมาดมั่นแบบช่างเทคนิคที่กำลังเผชิญหน้ากับไซต์งานที่ไม่ได้มาตรฐาน “ฉันบอกว่าสถานที่นี้มันห่วยแตกยังไงล่ะ!” เกรซกราดสายตาไปรอบห้องพลางชี้มือไปยังทิศทางต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว “ดูตำแหน่งแท่นบูชานี่สิ วางทับจุดตัดของกระแสลมจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่เป็นทิศแห่งความดับสูญพอดีเป๊ะ ไม่เพียงเท่านั้น ท่านยังเปิดช่องรับแสงสีเขียวจากเวทมนตร์ด้านหลัง ซึ่งมันขัดกับทิศการเดินทางของดวงวิญญาณตามหลักวิศวกรรมจิตวิญญาณข้ามมิติ!” เธอร่ายยาวราวกับกำลังพรีเซนต์งานหน้าคณะกรรมการบริษัท เสียงของเธอเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับความอัดอั้น “การที่ท่านวางแท่นประหารในจุดทางสามแพร่งของกระแสมานาแบบนี้ มันจะสร้างแรงหมุนวนของพลังงานลบที่ไหลย้อนกลับ แทนที่วิญญาณจะพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนเพื่อเป็นเชื้อไฟให้จักรวรรดิของท่านอย่างที่ท่านอ้าง มันกลับจะถูกเหวี่ยงไปตกอยู่ในซอกหลืบของกำแพงหินแกรนิตพวกนี้แทน ผลที่ตามมาคืออะไรล่ะ? มันก็คือพลังงานตกค้างที่เน่าเสียที่จะคอยส่งกลิ่นสาปและคลื่นรบกวนเจ้าของสถานที่ยังไงล่ะ!” ไคเซอร์ยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดนั้นยังคงเรียบเฉย ทว่าดาบเรเนียสในมือของเขาค่อยๆ ลดระดับลงโดยที่เขาไม่รู้ตัว คำพูดของมนุษย์สาวคนนี้ฟังดูเหมือนเพ้อเจ้อ แต่มันกลับไปสะกิดเข้ากับความลับบางอย่างที่เขากำลังเผชิญอยู่ ช่วงเวลาหลายร้อยปีมานี้ ราชาจอมมารผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาต้องทุกข์ทรมานกับอาการนอนไม่หลับอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่เขาหลับตาลงในห้องบรรทมซึ่งอยู่เหนือโถงพิธีนี้เพียงชั้นเดียว เขาจะรู้สึกถึงเสียงสะท้อนที่ไร้ที่มา แรงสั่นสะเทือนจางๆ และความรู้สึกอึดอัดที่กดทับยอดอกราวกับมีบางอย่างติดค้างอยู่ในโครงสร้างอาคาร “คลื่นรบกวน... เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ไคเซอร์เอ่ยถาม ดวงตาสีแดงจับจ้องไปที่ใบหน้าของเกรซอย่างพิจารณา เกรซแค่นหัวเราะอย่างลืมตัว เธอเดินลงจากแท่นหินและก้าวเข้าไปหาจอมมารร่างสูงสองเมตรอย่างไม่เกรงกลัว เธอหยุดยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายของเลือดและความตายจากตัวเขาไม่ได้ทำให้เธอถอยหนีในนาทีนี้ “ท่านจอมมาร ท่านลองสังเกตดูสิ ช่วงที่ผ่านมาท่านมักจะปวดหัวบ่อยๆ ใช่ไหม? หรือไม่ก็นอนไม่ค่อยหลับ รู้สึกเหมือนมีลมไหลเวียนผิดทิศทางในห้องนอนของท่านตลอดเวลา?” เกรซถามพลางหรี่ตา “นั่นแหละคือผลจากการวางฮวงจุ้ยที่ผิดพลาด! การวางทางเดินมานาให้มาตัดกันตรงโถงนี้ มันสร้างศรพิฆาตพุ่งตรงไปที่แกนกลางของห้องที่อยู่ชั้นบนสุดพอดี ใครที่อยู่ที่นั่นนานๆ ต่อให้เป็นเทพเจ้าก็ต้องประสาทเสีย!” คำพูดของเกรซตรงประเด็นอย่างประหลาด ไคเซอร์รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เขาไม่เคยบอกใครเรื่องอาการนอนไม่หลับ แม้แต่เหล่าขุนพลปีศาจคนสนิทก็รู้เพียงแค่ว่าองค์ราชาทรงมีอารมณ์ฉุนเฉียวและเย็นชากว่าปกติเพราะทรงพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่สตรีผู้นี้... สตรีที่เป็นเพียงเครื่องสังเวยต่ำต้อย กลับอ่าน รหัสของปราสาทเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง “เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่?” ไคเซอร์ถามด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลง ทว่าแฝงไปด้วยความระแวงที่ลึกซึ้ง เกรซชะงัก เธอเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองเพิ่งจะด่าราชาปีศาจที่มีดาบใหญ่กว่าตัวเธอไปหยกๆ ความกลัวเริ่มจะตีกลับคืนมา แต่เธอก็แข็งใจไว้ เธอรู้ดีว่าในฐานะสถาพนิค สิ่งที่เธอมีค่าที่สุดไม่ใช่ชีวิต แต่คือความรู้ที่สามารถแก้ปัญหาที่คนอื่นมองไม่เห็น “ฉันคือเกรซ แอนเดอร์สัน สถาปนิก... เอ้อ... ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างและฮวงจุ้ยมิติกองงานก่อสร้าง!” เกรซตอบพลางเชิดหน้าขึ้น “ถ้าท่านฆ่าฉันตอนนี้ ท่านก็แค่กำจัดคนวิจารณ์ไปหนึ่งคน แต่ท่านจะต้องทนอยู่กับปราสาทที่พังพินาศและอาการนอนไม่หลับไปตลอดกาล แต่ถ้าท่านชะลอการประหารออกไป... ฉันอาจจะช่วยรีโนเวทนรกแห่งนี้ให้กลายเป็นวิมานที่ท่านจะนอนหลับไปสามวันเจ็ดวันเลยก็ได้นะ!” ไคเซอร์มองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าที่แน่วแน่นั้น เขาเห็นความฉลาดเฉลียวที่ฉายชัดอยู่ภายใต้ความขี้ขลาดที่จางหายไป นี่ไม่ใช่แววตาของผู้ที่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แต่เป็นแววตาของผู้ที่มีความเชื่อมั่นในวิชาชีพของตนเองอย่างรุนแรง เขาลดดาบเรเนียสลงจนปลายดาบแตะพื้นหินเสียงดัง ‘กึก’ ก่อนจะเก็บดาบเข้าสู่ฝักที่อยู่เบื้องหลังด้วยท่าทางที่ดูนิ่งสงบขึ้น “น่าสนใจ...” ไคเซอร์พึมพำ “ข้าไม่เคยคิดว่าเครื่องสังเวยปีนี้จะมีความสามารถในการดูหมิ่นบ้านของข้าได้ถึงเพียงนี้” เขาก้าวเข้าไปใกล้เกรซอีกนิด จนเงาร่างที่สูงใหญ่บดบังตัวเธอไว้จนมิด แต่ครั้งนี้เกรซไม่ได้รู้สึกถึงความกระหายเลือดที่รุนแรงเท่าก่อนหน้า แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “เจ้าบอกว่าเจ้าสามารถแก้ไขปราสาทที่สร้างขึ้นจากเวทมนตร์โบราณนับพันปีที่เจ้ามองว่าเป็นเพียงสถาปัตยกรรมห่วยๆนี้ได้งั้นหรือ?” “แน่นอน!” เกรซตอบอย่างทันควัน “ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์โบราณหรืออิฐมอญธรรมดา ทุกอย่างล้วนมีตรรกะของโครงสร้างและสมดุลมานาทั้งนั้น ถ้าท่านให้โอกาสฉัน... ฉันจะเปลี่ยนที่นี่ให้ถูกหลักฮวงจุ้ยจนท่านต้องกราบขอบคุณฉันเลยล่ะ!” เหล่าสมุนปีศาจที่ยืนล้อมรอบต่างส่งเสียงพึมพำด้วยความตกใจ บางตัวเตรียมจะพุ่งเข้ามาทำร้ายเกรซที่บังอาจพูดจาสามหาว แต่ไคเซอร์กลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม “ก็ได้... เกรซ แอนเดอร์สัน ข้าจะชะลอการประหารเจ้าออกไปชั่วคราว” ไคเซอร์ประกาศเสียงเรียบ แต่อำนาจในน้ำเสียงนั้นทำให้ทุกคนต้องสยบ “ข้าจะให้เวลาเจ้าสามวัน ในการพิสูจน์คำพูดของเจ้า หากอาการนอนไม่หลับของข้าไม่ดีขึ้น หรือเจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศอัปมงคลนี้ได้อย่างที่พูด ข้าจะให้เจ้าเป็นคนเลือกว่าจะถูกสับเป็นกี่ชิ้นบนแท่นบูชาที่เจ้าเกลียดชังนักหนานี้” เกรซสูดหายใจเข้าลึก ความรู้สึกโล่งใจแล่นไปทั่วร่างจนเข่าแทบทรุด แต่เธอก็ยังรักษากิริยาไว้ได้ “ตกลงค่ะ! แต่ก่อนอื่น... ท่านช่วยหาไม้บรรทัดเหล็กกับกระดาษเปล่าให้ฉันสักแผ่นได้ไหม? อ้อ... แล้วก็ขอคนงานปีศาจแรงดีๆ สักสองสามตัวด้วย ฉันมีงานรื้อถอนที่ต้องทำด่วน!” ไคเซอร์จ้องมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับสะบัดผ้าคลุมสีดำ “ตามข้ามา... ข้าจะพาเจ้าไปดูห้องบรรทมที่เป็นปัญหา ถ้าเจ้าแก้ไม่ได้แม้แต่เพียงนิดเดียว เจ้าเตรียมตัวซ่อมแซมแท่นประหารนี้ด้วยเลือดของเจ้าได้เลย” เกรซมองตามร่างสูงใหญ่นั้นไปพลางลอบปาดเหงื่อที่หน้าผาก เธอรอดตายมาได้ด้วยการด่าทอ แต่ภารกิจหลังจากนี้คือการ ‘รีโนเวทปราสาทจอมมาร’ ซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจว่ามันจะยากกว่าการคุมไซต์งานก่อสร้างผิดแบบในชาติที่แล้วหรือเปล่า!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD