ภายใต้แสงสลัวที่ลอดผ่านซุ้มประตูหินโค้งเข้ามายังห้องบรรทมส่วนตัวของราชาจอมมาร กิ๊บในร่างของเกรซ แอนเดอร์สัน ก้าวเท้าผ่านธรณีประตูที่ทำจากโลหะทมิฬเย็นเฉียบ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความหรูหราสมฐานะผู้ปกครองอาณาจักรปีศาจ แต่กลับเป็นความรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีมวลสารลึกลับบางอย่างพยายามจะบดขยี้ปอดของเธอให้ลีบแบน บรรยากาศภายในห้องนอนของไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส ช่างห่างไกลจากคำว่าสถานที่พักผ่อนไปไกลโข
เกรซยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่สิ่งที่เข้าสู่ปอดกลับเป็นกลิ่นอับชื้นที่รุนแรงจนเธอต้องยกหลังมือขึ้นปิดจมูก กลิ่นของเชื้อราที่เติบโตตามซอกหิน ปนเปื้อนกับกลิ่นคาวจางๆ ของมานาที่หมักหมม และกลิ่นฝุ่นที่ดูเหมือนจะไม่เคยถูกทำความสะอาดมานับศตวรรษ เธอเริ่มกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความขัดใจอย่างรุนแรงตามสัญชาตญาณสถาปนิก
"นี่ท่าน... ท่านทนอยู่ในที่แบบนี้ไปได้ยังไงกันคะ?" เกรซพึมพำออกมา เสียงของเธอสะท้อนก้องไปตามผนังหินที่เย็นยะเยือก
ไคเซอร์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตียงมรณะของเขาเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลงด้วยความประหลาดใจที่เห็นสตรีตัวเล็กๆ ตรงหน้ามีท่าทีรังเกียจพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างไม่ปิดบัง
"ข้าอยู่แบบนี้มาตั้งแต่อาณาจักรนี้ก่อตั้ง และข้าก็ไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาอะไร... นอกจากเรื่องที่ข้าไม่ได้นอน"
"ปัญหาทุกอย่างมันกองอยู่ตรงหน้าท่านนี่แหละค่ะ!" เกรซโพล่งออกมาพลางเริ่มก้าวเดินสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด
เธอเดินไปที่ผนังด้านหนึ่งแล้วใช้นิ้วมือเรียวสัมผัสลงบนร่องหินแกรนิตสีดำสนิท ความเย็นจัดบาดลึกเข้าไปในผิวหนัง แต่ที่แย่กว่านั้นคือน้ำเย็นๆ ที่ซึมออกมาจากรอยแยกของหิน เกรซมองเห็นหยดน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ลงมาตามผนังจนเกิดเป็นคราบสีเหลืองน้ำตาลพาดผ่านลวดลายแกะสลักรูปอสูรกายที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว แสงจากคริสตัลมานาสีเขียวที่ติดอยู่ตามเพดานสะท้อนกับผิวน้ำที่ชุ่มฉ่ำบนผนัง ยิ่งทำให้บรรยากาศดูเหมือนถ้ำที่มืดมิดและชื้นแฉะมากกว่าห้องนอนของราชา
"ความชื้นสัมพัทธ์ในห้องนี้สูงเกินไปค่ะ" เธอวิเคราะห์เสียงเครียด
"ผนังหินนี่ไม่ได้มีการวางระบบระบายน้ำหรือป้องกันความชื้นเลย น้ำจากฐานรากของปราสาทซึมขึ้นมาตามรูพรุนของหินตลอดเวลา กลิ่นเหม็นอับที่ท่านได้ยิน... เอ้อ ที่ท่านได้กลิ่นเนี่ย มันคือสปอร์ของเชื้อราเวทมนตร์ที่กำลังกัดกินปอดท่านอยู่ทุกลมหายใจ!"
เกรซเดินลึกเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของห้อง ที่ซึ่งเตียงนอนขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ มันคือเตียงที่สลักขึ้นจากหินก้อนเดียว ประดับด้วยขอบทองคำทว่าดูหมองมัว เกรซเดินวนรอบเตียงพลางสแกนหาทิศทางของมานาผ่านความรู้เรื่องฮวงจุ้ยมิติกองงานก่อสร้างที่ติดตัวมาจากชาติก่อน แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักด้วยใบหน้าซีดเผือด
"ท่านจอมมาร... ท่านหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตรงๆ แบบนี้เลยเหรอคะ?" เกรซถามด้วยน้ำเสียงกึ่งตกใจกึ่งสมเพช
ไคเซอร์มองตามปลายนิ้วที่เธอชี้
"ทิศนั้นคือทิศที่ดวงจันทร์สีเลือดส่องสว่างที่สุด มันเป็นทิศที่ให้พลังแก่เผ่าพันธุ์ปีศาจ"
"นั่นน่ะมันสำหรับนักรบที่ต้องการออกไปฆ่าแกงคนอื่นค่ะ!" เกรซตะโกนใส่เขาอย่างลืมตัว
"ในทางวิศวกรรมจิตวิญญาณ ทิศนั้นคือทิศแห่งความตาย เป็นจุดที่พลังงานลบจากทั่วทั้งปราสาทจะไหลมารวมกันพอดีเป๊ะ การที่ท่านนอนหันหัวไปทางนั้น ก็เหมือนกับการเอาหัวไปจ่อที่ปากท่อระบายน้ำทิ้งของวิญญาณเร่ร่อนนับหมื่นดวงที่ท่านประหารไปนั่นแหละค่ะ! พลังงานพวกนั้นมันหมุนวนอยู่รอบศีรษะท่านตลอดเวลา มิน่าล่ะ... จิตใต้สำนึกของท่านถึงได้ตื่นตัวและหวาดระแวงจนนอนไม่ได้!"
ไคเซอร์นิ่งงันไป คำพูดของเกรซเหมือนฆ้อนที่ตอกย้ำความจริงที่เขาพยายามมองข้ามมาตลอด เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจางๆ ที่บีบคั้นอยู่รอบศีรษะทุกครั้งที่ล้มตัวลงนอน แต่นึกว่าเป็นเพียงพลังอำนาจของตนเองที่ควบคุมไม่ได้
เกรซไม่หยุดเพียงเท่านี้ เธอหันไปมองการตกแต่งรอบห้อง ผนังทั้งหมดถูกทาด้วยสีแดงเข้มข้นราวกับเลือดแห้ง สลับกับลวดลายสีดำทมิฬที่สลักเป็นรูปสงครามและการทรมาน ผ้าม่านสีแดงสดที่แขวนอยู่รอบเตียงดูเหมือนหยาดเลือดที่ตกลงมาจากเพดาน
"แล้วนี่สีสันพวกนี้อีก!" เกรซกุมขมับ ก่อนจะร่ายยาวออกมา
"สีแดงและดำในสัดส่วนที่รุนแรงขนาดนี้ มันคือโทนสีที่กระตุ้นความก้าวร้าวและสารอะดรีนาลีน อย่างหนักหน่วงที่สุดค่ะท่าน! ในไซต์งานของฉัน เราใช้สีแดงเป็นสัญญาณเตือนภัยและความตายเท่านั้น แต่ท่านกลับเอามาทารอบห้องนอน! จิตใจของท่านจะไปสงบได้ยังไง ในเมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นแต่สีที่กระตุ้นให้ใจเต้นแรงเหมือนกำลังอยู่ในสนามรบตลอดเวลาแบบนี้?"
เธอเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ พลางมองย้อนกลับมาที่ห้องทั้งหมด
"สภาพห้องแบบนี้ไม่ใช่ห้องนอนหรอกค่ะ มันคือคุกทรมานชั้นดีที่ท่านสร้างขึ้นมาขังตัวเองไว้ชัดๆ ทั้งมืด ทั้งชื้น ทั้งเหม็นอับ แถมทิศทางและสีสันยังบ้าคลั่งจนน่าปวดหัว ท่านไม่ได้แค่ไม่ได้นอนนะคะ แต่ท่านกำลังถูกสถานที่แห่งนี้กัดกินวิญญาณไปทีละน้อยต่างหาก"
คำวิเคราะห์เชิงลึกที่พรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากของเกรซทำให้ไคเซอร์รู้สึกสะท้านไปถึงทรวงอก เขาจ้องมองมนุษย์สาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาเห็นเธอเดินไปมาอย่างว่องไว ปลายนิ้วเรียวสวยนั้นกรีดกรายไปในอากาศราวกับกำลังร่างพิมพ์เขียวที่มองไม่เห็น เธอพึมพำเรื่อง องศามานา การระบายอากาศ และ การสมดุลแสง ด้วยสีหน้าจริงจังและมุ่งมั่นจนลืมไปเสียสนิทว่าเขาสามารถสั่งประหารเธอได้ทุกเมื่อ
เกรซยืนนิ่งอยู่กลางห้อง หลับตาลงเพื่อจัดสรรพื้นที่ใหม่ในจินตนาการ เธอเริ่มร่างพิมพ์เขียวในหัวอย่างละเอียด ต้องย้ายเตียงออกจากจุดรวมพลังงานลบ ต้องหาทางอุดรอยรั่วของความชื้น และต้องเปลี่ยนโทนสีที่ทำร้ายประสาทนี้ทิ้งให้หมด
"เอาล่ะค่ะท่านจอมมาร" เกรซลืมตาขึ้นมา นัยน์ตาสีฟ้าของเธอฉายประกายเด็ดเดี่ยว
"แผนการเบื้องต้นของฉันคือการรื้อทุกอย่างที่ขัดหูขัดตาในห้องนี้ทิ้งซะ และจัดสรรพื้นที่ใหม่ตามหลักวิศวกรรมสากลที่ท่านไม่เคยรู้จัก คืนนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่เหนื่อยหน่อยนะคะ... แต่จำไว้ว่าชีวิตของฉันแขวนอยู่กับความสบายในการนอนของท่าน เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ประนีประนอมกับกำแพงหรือเตียงห่วยๆ แม้แต่เซนติเมตรเดียว!"
ไคเซอร์มองสถาปนิกสาวผู้ที่บัดนี้ดูเหมือนจะครอบครองอำนาจเหนือห้องของเขาไปเสียแล้ว เขาลดมือที่กอดอกลงพลางพยักหน้าช้าๆ
"เจ้าสั่งมาเถอะ เกรซ... ข้าจะรอดูว่าสถานที่ที่เจ้ากำลังจะสร้าง จะดีกว่าคุกที่เจ้าตราหน้าไว้เพียงใด"
เกรซสูดลมหายใจเพื่อเตรียมรับมือกับงานหนักเบื้องหน้า งานที่เดิมพันด้วยชีวิตในวิมานนรกแห่งนี้