ความหวั่นไหวเกิดขึ้นในดวงตาอย่างเห็นได้ชัด ผู้หญิงคนนี้กำลังทวงบุญคุณที่ได้เข้ามาช่วยจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลของแม่ที่เธอไม่มีปัญญาจ่ายทั้งๆที่เธอไม่ได้ขอ ทำตัวเป็นคนดี…แต่สังคมสมัยนี้จะมีคนดีจริงๆที่ไหนกันล่ะเฟบบริก้าได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นขมๆลงคอ การกระทำที่ถูกมัดมือชกถึงแม้จะมีค่าจ้างที่แสนแพงมาเป็นสิ่งล่อแต่ความรู้สึกไม่ชอบใจต่อคนตรงหน้ายังคงมีอยู่ “ถ้าฉันไม่ตกลงล่ะคะ”
“_” สายป่านยับยั้งความเกรี้ยวกราดด้วยการขยำกระโปรงของตัวเองจนยับยู่ยี่ ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มร้ายกาจ “ถ้าไม่ตกลงเธอก็ต้องจ่ายค่ารักษา..”
“ป่าน” เสียงสามีสุดที่รักดังขึ้นด้านหลังก่อนที่คำด่าจะออกมาจากปากเคลือบลิปสติกสีแดง “เรื่องโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วนะเราจะกลับกันหรือยังคุณอย่าลืมว่าตอนเย็นผมต้องไปเชียงใหม่” นรุติพูดขึ้นมา
สายป่านหันไปหาสามีปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มหวานจับใจ “ไม่ลืมค่ะเดี๋ยวป่านจะกลับไปจัดของให้นะคะ” หันกลับมาทางเด็กสาวลูกครึ่ง “เรื่องค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องเป็นห่วงนะเดี๋ยวฉันจ่ายให้เอง เธอไม่ต้องเอามาคืนสักบาทส่วนเรื่องข้อเสนอของฉัน ฉันก็อยากให้เธอไปคิดดู” ล้วงกระเป๋าสีดำสุดหรูและหยิบนามบัตรขึ้นมาหนึ่งใบ “นี่เป็นนามบัตรของฉัน ไปหาฉันที่บ้านได้ทุกเวลาตามที่อยู่ทางด้านหลังนะ” มือขาวทาสีเล็บสีแดงวางนามบัตรลงบนฝ่ามือสาวน้อยที่ตัวเองต้องการให้มาอุ้มบุญ ปั่บๆๆ ตบบ่าเฟบบริก้าเบาๆ “หวังว่าฉันจะได้รับข่าวดี” ‘แน่นอนว่าเรื่องที่ต้องใช้ไข่ของเด็กสาวสายป่านไม่ได้บอก’
เฟบบริก้ามองสองสามีภรรยาเดินตามกันออกไปด้านหน้าโรงพยาบาล ตาสวยก้มมองนามบัตรในมือ ‘สายป่าน เจตวิท’ ที่อยู่ด้านหลังเป็นหมู่บ้านจัดสรรของคนรวยที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลแห่งนี้เท่าไหร่ ‘สิบล้าน’ คือข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับเด็กสาวที่มีหนี้สินมากกว่าหกล้านแบบเธอ..เงินมากองอยู่ตรงหน้าแต่แลกมากับการ ‘อุ้มท้อง’ มันคงไม่เป็นไร ‘ใช่มั้ย’ คะแม่
----++++-+++++--------+++++++
ห้องพิเศษ 406
แม่มณีมองลูกสาวอย่างเห็นใจเมื่อได้รู้เรื่องทั้งหมด หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลถ้าหากมีเงินก้อนนี้เธอจะได้เอาไปปลดหนี้และอยู่ร่วมกันกับลูกสาวอย่างมีความสุขแต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายเหมือนได้เงินมาเปล่าๆ ถ้าหากเฟบตกลงที่จะอุ้มบุญจริงๆชั่วแว่บหนึ่งในความคิดของคนเป็นแม่ เธออยากจะให้คุณผู้ชายของบ้านรับตัวลูกสาวของเธอไปอยู่ด้วยเสีย เป็นแม่นมของลูกก็ยิ่งดีในอนาคตเฟบบริก้าก็คงจะสุขสบาย แน่นอนว่าข้อเสนออุ้มบุญถึงสิบล้านแสดงว่าบ้านเขาจะต้องรวยมากและต้องการที่จะมีลูกจริงๆ “ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเลี้ยงดูลูกแม่ให้ได้ดิบได้ดีในวันข้างหน้าด้วยก็ได้นะ” เสนอความเห็น
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะแม่ คุณสายป่านเธอบอกว่าถ้าเฟบคลอดลูกเรียบร้อยแล้วให้ออกจากบ้านนั้นทันทีและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” จับมือแม่ของตัวเอง “เฟบจะทำได้เหรอคะ” ทำหน้าอยากจะร้องไห้
เห็นน้ำตาลูกรินไหลคนเป็นแม่ได้แต่เสียใจ “แม่ขอโทษ ที่ทำให้ครอบครัวเราต้องเป็นแบบนี้ แม่ขอโทษเฟบ” สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่นห้อง “เป็นเพราะแม่มันโง่รู้ไม่ทันพวกมัน โง่จนต้องจำนองที่ ขายรถ ของที่พ่อของลูกสร้างมากับมือถ้าลูกไม่อยากอุ้มบุญ ลูกไม่ต้องทำก็ได้แม่ไม่ว่า"
“ถ้าไม่ทำแล้วเราจะหาเงินจากที่ไหนไปให้พวกกำนันเปี่ยมล่ะคะ ไหนจะค่ารักษาพยาบาลนี่อีก” ทางเลือกของทั้งสองคนมันไม่ได้มีมากนัก
“ค่ารักษาพยาบาล ไหนคุณสายป่านคนนั้นบอกว่าเขาจะจ่ายให้ไม่ใช่เหรอ?”
เฟบบริก้าส่ายหน้า “เฟบรู้ว่าเขาอยากจะให้เราจ่ายถ้าเราไม่ตกลงอุ้มบุญให้เขา เฟบรู้อยู่แล้ว” เธอจำสายตานั้นได้ดีถ้าสามีของผู้หญิงคนนั้นไม่เดินเข้ามาก่อนแน่นอนว่าเธอจะต้องถูกต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้าแน่ๆ ‘คนดีไม่มีอยู่จริง’
“งั้นเหรอ” แม่มณีครุ่นคิดถึงทางออกอื่น “เราหนีกันดีมั้ย”
“แม่!!!” ผละออกจากอก “แล้วที่ของพ่อล่ะคะ!!” หัวใจของเฟบเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ที่ของพ่อที่มันจะต้องเป็นที่ของเธอในอนาคตถ้าหากว่าเธอหนี..ไม่ได้สิ “ไม่ได้นะคะแม่ แม่ก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าพวกของกำนันเปี่ยมมันจัดการคนที่หนีหนี้มันยังไง ใครอยู่ที่ไหนก็ตามจับมาทรมานจนไม่เป็นผู้เป็นคนแม้แต่ตำรวจยังทำอะไรมันไม่ได้”
“แล้วเราจะทำยังไงกันล่ะเฟบ” ทางเลือกทุกทางไม่ได้สวยหรู สำหรับคนที่เป็นหนี้แบบพวกเธอสองแม่ลูกและถ้าไม่จ่ายก็คงเป็นตราบาปไปชั่วชีวิตทำสิ่งใดไม่มีทางเจริญไปได้ “ถ้ามันคือทางเลือกสุดท้ายแม่ก็อยากจะเป็นคนอุ้มท้องแทนให้เขาเองเพราะแม่เคยมีลูกแม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง” แม่มณีลูบหัวลูกสาวอย่างรักใคร่ “แต่ตอนนี้แม่อายุสี่สิบห้าแล้วหากแม่รับอุ้มบุญเขาก็คงไม่เอาเพราะกลัวว่าเด็กที่เกิดมาจะไม่สมบูรณ์”
“_” สมองน้อยๆครุ่นคิด “เราไม่มีทางเลือกเลยค่ะแม่ เฟบคงต้องยอมที่จะไปเป็นแม่อุ้มบุญ ทุกอย่างจะได้จบ” แม้ว่ามันจะกลายเป็นภาพความทรงจำที่ติดตัวเธอไปจนวันตายก็ต้องยอม…
“โธ่ลูกรัก…แม่ขอโทษ” แม่มณีร้องไห้ออกมาอย่างนึกเสียใจกับความผิดพลาดของตัวเอง “แม่ผิดเองทั้งหมดแต่กลายเป็นต้องให้ลูกมาแบกรับเคราะห์กรรมนี้ แม่น่าจะตายไปเสีย” ฮือออ
“แม่!!!! อย่าพูดแบบนี้นะคะ” คงเป็นเคราะห์กรรมจริงๆแต่เธอไม่ได้อยากให้แม่ตาย เฟบบริก้ากอดแม่ตัวเองเอาไว้ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ‘ชีวิตของฉันจะเป็นยังไงต่อไปนะ
----++++-+++++--------+++++++
บ้านจัดสรรสองชั้นขนาดใหญ่หกห้องนอน
นรุติในตอนนี้กำลังแต่งตัวเตรียมออกไปดูงานเอกสารช่วยพี่ชายที่บริษัทของครอบครัวในเชียงใหม่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา งานที่ว่านี้คือกิจการของครอบครัวที่เปิดบริษัทเงินกู้ดอกเบี้ยขั้นต่ำขนาดใหญ่หลายสาขา ตัวเขาเป็นลูกคนที่สองของบ้านที่มีลูกชายสามคน พี่ชายอยู่ดูแลพ่อกับแม่ที่บ้านเกิดพร้อมทั้งบริษัทสาขาใหญ่ ตัวเขาอยู่บ้านเดิมของภรรยาที่จังหวัดน่านและน้องชายคนสุดท้องอยู่จังหวัดภูเก็ต สามพี่น้องวนเวียนไปมาหาสู่กันเสมอไม่ได้ขาด ตัวของพี่ชายมีลูกสาวสองคน น้องชายเขามีลูกสาวหนึ่งคนแน่นอนว่าความหวังที่จะได้หลานชายจึงตกมาอยู่ที่เขาที่ยังไม่มีลูก ทางบ้านใหญ่ยังไม่มีใครรู้เรื่องที่สายป่านเมียเขามดลูกไม่แข็งแรงจนไม่สามารถมีลูกได้ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขาแต่เป็นเรื่องใหญ่ของคุณแม่ที่คอยกดดันลูกสะใภ้อยู่ทุกคราที่พบหน้า 'ซึ่งนรุติไม่เคยรู้’
“เปลี่ยนใจไปด้วยกันมั้ยป่าน” นรุติหวีผมจนเรียบแล้วมองสายป่านผ่านกระจกเงา “คุณไม่ได้ไปพบแม่ผมหลายปีแล้วนะ ผมกลับบ้านทีไรแม่มักจะถามผมทุกครั้ง ท่านคงจะคิดถึงคุณ”
สายป่านแอบเบะปาก “ไม่ล่ะค่ะ ฉันไม่ค่อยแข็งแรงคุณก็รู้ ไปค่ะฉันเดินไปส่งคุณที่รถจะกลับมาวันไหนก็โทรมาบอกนะคะฉันจะให้ป้านงทำอาหารอร่อยๆไว้รอ” จูงมือกันลงไปด้านล่าง นรุติไม่ได้ถามคำถามอะไรต่อเพราะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวอีกเกือบสี่ชั่วโมง ซึ่งพอไปถึงบ้านใหญ่ก็คงจะมืดแล้ว
“งั้นผมไปก่อนนะดูแลตัวเองด้วย” นรุติลูบหัวภรรยาเหมือนทุกครั้งที่เดินทางไกล ก่อนจะก้าวขึ้นรถที่มีไอ้กุ้งคนขับรถอายุเท่ากันกับเขาเป็นคนขับให้ บรื้น!!!!! บรืน…นนนนน