นิมิตรสิงขร เป็นตระกูลหมอผี ที่สืบเชื้อสายมาจากพราหมณ์ชั้นสูงหลายร้อยปี
พวกเขาใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลูกกระท่อมเล็กๆ อยู่ในหุบเขา ซึ่งแยกตัวออกมาจากชาวบ้าน ด้วยไม่ต้องการให้ใครล่วงรู้สถานะที่แท้จริง อีกทั้งยังเป็นการปกป้องตัวเขาเองจากอันตรายที่มองไม่เห็น
อาทิตย์ เป็นหัวหน้าครอบครัว เขาแต่งงานกับปลายฟ้ามานานหลายปี แม้รู้ว่าหน้าที่ของเขาย่อมแบกรับความรับผิดชอบเอาไว้มากมาย แต่ในฐานะของผู้เป็นสามี เขาสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลภรรยา และ เจ้าตัวเล็กที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าให้ดีที่สุด
"เย็นป่านนี้แล้ว พี่จะไปไหนเหรอ"
เสียงปลายฟ้าร้องถาม เมื่อเห็นหัวหน้าครอบครัวเตรียมของทำพิธีใส่กระเป๋า
"วันก่อนมีคนบอกว่าเห็นวิญญาณผู้หญิงวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านน้ำนิ่ง เหมือนจะเป็นลูกสาวผู้ใหญ่ที่โดนฆ่าตายไปเมื่อหลายวันก่อน ชาวบ้านเดือดร้อนกันหมดเพราะไม่มีใครกล้าออกจากบ้านตอนกลางคืน เขาเลยมาขอร้องให้พี่ไปช่วย"
อาทิตย์หันมาให้คำตอบแด่ภรรยา
แม้จะไม่ได้โอ้อวดถึงความสามารถด้านสัมผัสที่หก ที่ตนเองมี แต่ชื่อเสียงที่สั่งสมไว้ทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อย และหลายต่อหลายครั้งเมื่อมีใครเดือดร้อน อาทิตย์จึงพร้อมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างไม่ลังเล
ด้วยเป็นสัตยาธิษฐานมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ว่าญาณวิเศษ วิชาอาคม ที่ส่งต่อกันมา ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และที่สำคัญห้ามนำไปทำร้ายใครเด็ดขาด
"งั้นรีบไปรีบกลับนะ เดือนหน้าเราจะลงไปพักข้างล่างเตรียมคลอดลูกกันแล้ว ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพี่"
"รับทราบครับคุณภรรยา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย ไม่ต้องกังวลไปนะ เดี๋ยวพี่รีบกลับมานะ"
อาทิตย์พูดถูก
การออกไปช่วยผู้คน สำหรับเธอมันควรเป็นเรื่องปกติ เพราะนับตั้งแต่ที่ตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ เธอรับรู้มาตั้งแต่ต้น ว่าเขาเป็นคนพิเศษไม่เหมือนคนอื่น แต่เพราะความรักเธอจึงมองข้ามทุกอย่าง และอยู่กินกันมาจนเข้าปีที่สิบ
เธอไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยห้าม กลับส่งเสริมทุกอย่างที่สามีทำ แต่น่าแปลกที่วันนี้ เธอกลับรู้สึกใจหายขึ้นมา คล้ายว่าการลงจากเขาของสามี กำลังนำพาซึ่งเรื่องไม่คาดคิด กลับมาให้คนที่บ้าน
กลางดึก
หลังเสร็จพิธีกรรม อาทิตย์ตั้งใจว่าจะกลับบ้านทันที แม้คนอื่นๆ จะบอกให้นอนพักเสียก่อน ด้วยขึ้นภูเขายามวิกาลตามลำพัง เป็นเรื่องที่อันตราย แต่เขาไม่ยอมฟัง เพราะกังวลใจที่ต้องปล่อยภรรยาไว้คนเดียว
"ช่วยด้วย..ใครอยู่แถวนี้บ้าง.."
เสียงร้องเรียกดังมาจากพุ่มไม้ข้างทาง หลังจากที่รถของชาวบ้านมาจอดส่ง หมออาคมที่ทางเข้าหุบเขา จากตรงนี้เขาต้องเดินเท้าราวๆ สามกิโล ก็จะถึงที่พักของตน
"ผีหรือคน.." ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง
โบราณว่าไว้ค่ำมืดดึกดื่นอย่างร้องทักในสิ่งที่มองไม่เห็น
เขาหยิบน้ำขวดหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าย่ามแล้วเทมันออก ก่อนจะราดรอบตัวเป็นวงกลม
สองมือยกขึ้นพนมสวดเป็นภาษาบาลีสันสกฤต ก่อนจะค่อย ๆ กวาดตามองไปรอบ ๆ
"ช่วยด้วยครับ..." เสียงนั่นดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้เขาไม่รอช้า รีบเดินบุกเข้าไปในโพรงหญ้า จนพบกับชายคนหนึ่ง ซึ่งนอนอยู่บนพื้น
ใบหน้าปรากฏรอยเส้นเลือดวิ่งไปมาคล้ายหนอนมีชีวิต เขากำลังดิ้นทุรนทุราย ปากตะโกนร้องเรียกของความช่วยเหลือ
"ใจเย็น ๆ ก่อน เดี๋ยวผมช่วยคุณเอง"
ผู้มีวิชา พยุงพาชายแปลกหน้าออกมานอนริมทางเดิน
มีดหมอ ถูกหยิบออกมาจากกระเป๋า
อาทิตย์นั่งขัดสมาธิ ยกมือขึ้นพนม
รอบตัวเกิดพายุโหมรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากท้องฟ้าสีดำ พลันมีเมฆลอยวนก่อนที่พายุฝนจะเทกระหน่ำลงมา กลิ่นดินเปียกผสมกลิ่นเหม็นคาวลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
ชายคนนั้นนอนบิดตัวอยู่ตรงพื้นชื้นแฉะ เสื้อยืดเปียกน้ำฝน ผสมเหงื่อ แนบติดแผ่นหลัง
เสียงครางต่ำหลุดออกมาจากลำคอเหมือนคนใกล้ขาดใจ
"คุณชื่ออะไร" เขาเอ่ยถาม
"นเรศ ผมชื่อนเรศ"
"อืม..พิธีต่อจากนี้ คุณอาจจะเจ็บปางตาย แต่ถ้าคุณผ่านไปได้ คุณจะรอด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคุณแล้วนะ คุณนเรศ"
ทันทีที่เสียงสวดบทคาถาดังขึ้น นิ้วมือซีดเซียวของชายเคราะห์ร้าย เกร็งจิกพื้นดินจนเล็บบิดงอ
อาทิตย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นบางอย่างขยับอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณลำคอ และหน้าอกของอีกฝ่าย
ชายคนนั้นแหงนหน้าขึ้นดวงตาแดงก่ำ เส้นเลือดดำลามขึ้นมาถึงขมับ ก่อนจะอ้าปากสำรอกน้ำสีคล้ำออกมากองหนึ่ง
กลิ่นเน่าพุ่งออกมาจนลมหายใจสะดุด
ในกองของเหลวนั่น…มีเศษหนังสัตว์เปื่อยยุ่ยปะปนอยู่
"ของต่ำ! นี่คุณไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจถึงขนาดจะเอาชีวิตเลยหรือไง"
ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน ต้นไม้ข้างถนนสั่นไหว พายุฝนที่เทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตาในตอนแรกพลันหยุดลงกะทันหัน ราวกับก๊อกน้ำที่ถูกปิด
เสียงหมาหอน ดังสะท้อนมาจากทางเนินเขาที่ร้างผู้คน
อาทิตย์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างร่างนั้น มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้า หยิบด้ายสายสิญจน์เก่าพันรอบข้อมือตัวเองแน่น
"ทนหน่อยนะ ใกล้จบแล้ว"
"ลงมือเลยครับ ผมทรมานจะตายอยู่แล้ว"
หมอผีหนุ่มรีบกดไหล่อีกฝ่ายไว้ ดวงตานิ่งสงบไม่หวั่นเกรงต่อเหตุการณ์ตรงหน้า ผิวหนังตรงท้องนูนขึ้นเป็นเส้นยาว เหมือนมีมือจากข้างในกำลังดันบางสิ่งออกมา
"ไม่นึกว่าสมัยนี้ ยังมีคุณไสยสกปรกหลงเหลืออยู่...คนทำมันอำมหิตจริงๆ"
เขาสบถเบา ๆ ก่อนหยิบตะกรุดเก่าขึ้นมากำแน่นในมือ กลิ่นไหม้เริ่มโชยออกมาจากร่างของนเรศ ผิวหนังส่วนต่าง ๆ เริ่มมีรอยปริแตก ปลายตะปูสีดำค่อย ๆ โผล่พ้นเนื้อออกมา
ชายหนุ่มกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
อาทิตย์สูดลมหายใจลึก
"ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง"
น้ำมนต์ในขวดที่พกติดตัวถูกราดลงบนร่างชายเคราะห์ร้าย ลมรอบตัวเริ่มหมุนแรงขึ้นอีกครั้ง
นเรศเบิกตาโพลง ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นดำสนิททั้งลูก ก่อนเสียงแหบพร่าจะดังออกมาจากปากของเขา
"อย่ามาเสือก!!"
นั่นไม่ใช่เสียงของเจ้าตัว อาทิตย์รู้ได้ในทันที ว่าฝั่งตรงข้าม กำลังพยายามตอบโต้เขากลับอยู่เช่นกัน
เสียงสวดเป็นภาษาบาลีเริ่มดุดันขึ้น
กระทั่งตะปูดำหลายสิบตัว ทะลุออกมาจากแทบทุกส่วนของร่างกาย นเรศนอนนิ่งหมดเรี่ยวแรง หายใจรวยริน หากช้าไปสักเสี้ยววินาที มนต์ดำที่ถูกใส่เอาไว้ในของสกปรก คงคร่าชีวิตของเขาไปแล้วแน่ ๆ
เมื่อสิ้นสุดพิธี ทุกอย่างจึงกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง..
ด้านหนึ่ง
บ้านร้างชายป่า มีเสียงปริศนา ที่กำลังร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"พวกมึงจะต้องชดใช้ จะได้รู้ว่าการเสือกเรื่องที่ไม่ใช่ของตน ผลลัพธ์ที่ตามมามันเป็นยังไง"
หลายวันต่อมา
อาทิตย์ กับ ปลายฟ้า เตรียมตัวเก็บข้าวของเพื่อย้ายที่อยู่ชั่วคราว ด้วยเพียงสองเดือนข้างหน้า ภรรยาของเขา จะให้กำเนิดลูกน้อย และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดจึงจำเป็นต้องลงจากหุบเขา เข้าไปอาศัยอยู่ในเมือง
"นั่นอะไรเหรอ พี่เห็นน้อง เอามาผสมน้ำกินทุกวัน"
ระหว่างที่กำลังจัดห้องพัก อาทิตย์เหลือบไปเห็นกระปุกสีเงินวางอยู่หัวเตียง ด้วยความสงสัยจึงเอ่ยปากถาม
"เป็นสมุนไพรน่ะ หลายวันก่อน เชษฐ์ ลูกชายผู้ใหญ่ เขาเอามาให้ บอกว่าอยากขอบคุณเรื่องที่พี่ไปช่วยไล่วิญญาณ เห็นว่าเป็นสมุนไพรสำหรับคนท้อง ฉันลองกินแล้วรู้สึกดีมาก ไม่เหนื่อย ไม่เพลีย ถ้าเจอกะจะถามสักหน่อย ว่าซื้อมาจากไหน"
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น เขาจึงไม่ได้คิดเอะใจอะไร ด้วยความมีน้ำใจของกลุ่มคนเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องปกติ
ทุกครั้งที่ออกไปช่วยเหลือ จะไม่ได้มีข้อตกลงใด ๆ เกี่ยวกับเงินทอง
ใครใคร่จ่าย ก็จ่าย ใครไม่สะดวกก็รับรู้เป็นน้ำใจเพื่อนมนุษย์ เพราะลำพังมรดกตกทอดตั้งแต่อดีตกาลของตระกูล เขาก็สามารถมีชีวิตเรียบง่ายเช่นนี้ไปได้นับร้อยปี
"จัดของเสร็จแล้ว เดี๋ยวพี่ว่าจะออกไปตลาด หาซื้อกับข้าวสักหน่อย น้องอยากได้อะไรไหม"
เสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายถูกแขวนใส่ตู้ อาทิตย์เดินมานั่งข้างภรรยา ก่อนจะใช้มือหนาลูบวนที่ท้องกลม ๆ ของเธอเบา ๆ
"ของกินไม่มี แต่อยากได้สมุดบันทึกมาไว้จดอะไรสักหน่อย ฉันอยากเขียนเรื่องของครอบครัวเรา เอาไว้ให้ลูกมาอ่านตอนที่เขาโต"
"ได้เลยจ้ะ เดี๋ยวพี่รีบไปรีบมานะ"
ใครจะไปคิดว่านั่นจะเป็นการได้เจอหน้ากันครั้งสุดท้าย
ปลายฟ้าเกิดอาการเจ็บท้อง เธอพยายามตะเกียกตะกายออกจากห้องนอน เพื่อไปขอความช่วยเหลือ แต่ทุกอย่างดูจะสายเกินไป
เลือดสีดำคล้ำออกมาจากบริเวณช่องคลอด ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วไปทั่ว ด้านนอกเกิดพายุฝนลูกใหญ่ ทำให้เสียงร้องของเธอไม่มีผู้ใดได้ยิน
อาทิตย์จำต้องกลับที่พักล่าช้าเพราะต้องหลบฝนอยู่ใต้อาคาร สองมือกอดสมุดบันทึกของภรรยาเอาไว้จนแน่น ในใจรู้สึกกังวลนิดหน่อย เพราะนี่เป็นคืนแรกของการมาใช้ชีวิตอยู่ในเมือง แถมเขายังปล่อยภรรยาไว้ที่ห้องคนเดียว ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเกือบสองชั่วโมง
ฝนเริ่มซาลง อาทิตย์จึงตัดสินใจกลับบ้าน ระหว่างทางมองเห็นรถฉุกเฉินวิ่งสวนผ่านไป
ในใจเต้นระส่ำ รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมา
"ทำไมถึงเปิดประตูทิ้งไว้ หรือว่าฟ้าจะเป็นอะไร"
ทันทีที่กลับมาถึงห้องพัก ก็ต้องตกใจเล็กน้อย เมื่อพบว่าเกิดเรื่องผิดปกติขึ้น
"หนุ่ม..เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ใช่ไหม ใช่ผัวผู้หญิงท้องแก่ห้องนั้นหรือเปล่า"
เสียงของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"ใช่ครับ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น ทำไมทั้งชั้นถึงดูวุ่นวายขนาดนี้"
"อย่าเพิ่งถามเรื่องนั้นเลย ตอนนี้เอ็งรีบตามไปดูเมียเอ็งที่โรงพยาบาลเถอะ เห็นว่าคลอดเด็กคาห้อง กลิ่นเหม็นไปทั่ว ไม่รู้ว่าเด็กตายในท้องแล้วไม่รู้ตัวหรือเปล่า"
เมื่อได้ยินดังนั้น อาทิตย์จึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องทันที เขาจัดการปิดประตู ด้วยในใจหวาดหวั่นตามสัญชาตญาณของคนที่อยู่ในแวววงสิ่งอัปมงคลชั่วร้ายมาเนิ่นนาน นี่อาจจะไม่ใช่การคลอดเด็กก่อนกำหนดทั่วไป
กองเลือดบนพื้นเป็นสีดำ แถมยังมีซากสัตว์เหม็นเน่าปะปนออกมา ใกล้กันพบตะปูตัวใหญ่เปื้อนเลือดตกอยู่อีกหลายสิบตัว
รอบตะปูถูกพันด้วยเส้นผม มองครู่เดียวก็รู้ว่ามีใครบางคนใช้อาคมเล่นงานเขา โดยมีเป้าหมายคือภรรยา เพราะดวงชะตาของคนในช่วงตั้งครรภ์ เป็นเวลาที่คนคนนั้นอ่อนแอที่สุด
"พวกมึงกล้าทำกับเมียกูถึงขนาดนี้เลยเหรอ..เราไม่ได้มีความโกรธแค้นอะไรกันสักนิด"
อาทิตย์ นั่งลงกับพื้น นำของทั้งหมดใส่ถาดกระเบื้องแล้วจัดการเผาไฟ เพื่อส่งมันกลับไปหานายของมัน ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล
"ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เราไม่สามารถรักษาชีวิตของคนเป็นแม่เอาไว้ได้ ส่วนเด็กเป็นเพศหญิง ตอนนี้ปลอดภัยดี แต่ต้องนอนอยู่ในตู้อบไปก่อน ยังไงรบกวนญาติมาเซ็นชื่อรับรองด้วยนะครับ"
แม้จะแก้แค้นคนที่ทำร้ายภรรยาของตนได้สำเร็จ แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้คนที่สิ้นลมหายใจกลับคืนมา
อาทิตย์ จัดงานศพให้ปลายฟ้าอย่างเงียบ ๆ
ความคับแค้นใจมากมายเสียจนอยากฆ่าล้างแค้นให้สิ้นเรื่องราว ด้วยวิชาอาคมที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เขารู้ดีว่าสามารถทำได้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
แต่หากเป็นเช่นนั้น เท่ากับว่าเขาผิดสัจวาจา และคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับภรรยา อีกทั้งอาจนำอันตรายมาสู่ลูกสาวในอนาคต
อาทิตย์ จึงตัดสินใจปล่อยวางทุกอย่าง และทำหน้าที่เลี้ยงดู ปลายตะวัน แก้วตาดวงใจของเขาให้ดีที่สุด
ในคืนครบรอบอายุสามขวบ เขาจึงทำพิธีปิดญาณของลูกสาว เปลี่ยนตัวตน ละทิ้งความโกรธแค้นเอาไว้เบื้องหลัง
สำหรับเขาแล้วการรักษาชีวิตของคนที่รักเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเขาก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้นไปตลอดกาล
จนกระทั่ง ในวันเกิดครบรอบ 7 ขวบ เด็กสาวตัวน้อยกำลังนั่งเล่นอยู่หลังบ้าน เพื่อรอให้พ่อกลับมากินข้าวเย็นด้วยกันเหมือนเช่นทุกวัน
ทว่ามีเสียงลมแผ่วเบา คล้ายคนกำลังร้องเรียกชื่อของเธอ ดังมาจากห้องเก็บของเล็ก ๆ
'ปลายตะวัน มาทางนี้ซิ..'
'เธอต้องหาฉันให้เจอนะ..'
"ปลายตะวัน ฉันอยู่ทางนี้'
ครั้งหนึ่ง..ที่นี่ พ่อของเธอ สั่งห้ามเด็ดขาดว่าอย่าเข้าไปวุ่นวาย เพราะมีข้าวของอันตรายหลายอย่าง ไม่เหมาะสำหรับเด็ก
แต่ตอนนี้ความอยากรู้อยากเห็น ไม่ต่างจากเงาดำที่ครอบคลุมจิตใจ บานประตูค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างช้า ๆ ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังรอต้อนรับเธออยู่
เด็กน้อยเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงกลาง
ทั้งที่เป็นห้องเก็บของ แต่กลับมีเพียงกองหนังสือเก่า ๆ อยู่ไม่กี่เล่มเท่านั้น เธอเอื้อมมือไปเปิดเล่มที่วางอยู่บนสุดออก ด้านในเขียนไว้ด้วยภาษาแปลกตา น่าแปลกที่เธอกลับอ่านมันได้อย่างคล่องแคล่ว...
ในที่สุด...กูก็หามึงเจอสักที