ปลายตะวัน ขอให้เมวดี ติดตามเรื่องกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับการนำร่างของเมทัสออกมาทำพิธี ตั้งแต่ในโรงพยาบาล ระหว่างเดินทาง ไปจนถึงเขตพื้นที่วัด ว่ามีส่วนไหนผิดปกติ พอจะให้จับจุดได้บ้างว่า ณ เวลาไหน ที่ร่างของเมทัส ถูกนำออกไป
"รถที่นำคุณเมทัสออกมาเป็นของโรงพยาบาล มีแค่ญาติผู้ตายคนเดียวเท่านั้น ที่จะนั่งมาด้วยได้ ระหว่างทางมีอะไรผิดปกติไหมคะ"
หญิงสาวหันไปถามแม่สามีกำมะลอ
"ไม่มีเลย ฉันอยู่กับตาทัส ตั้งแต่ออกมาจากห้องพักศพ จนถึงตอนรดน้ำที่วัด หลังสัปเหร่อเอาใส่โลงฉันก็กลับมาบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ไปที่วัดต่อทันที"
"งั้นแปลว่าช่วงเวลาที่เป็นไปได้ จุดแรกคือหลังรดน้ำศพ ในวัดมีกล้องอยู่ไม่กี่จุด แต่น่าจะพอให้เราเห็นอะไรได้บ้าง"
ปลายตะวันครุ่นคิด
เธอนั่งมองภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ จนมาถึงตอนที่เมวดีขึ้นรถ โลงศพของเมทัสยังตั้งอยู่ที่เดิม ไร้คนมาแตะต้อง
แต่แล้วจู่ ๆ ภาพถูกตัดสลับเป็นคลื่น สีขาว ดำ เงาใครบางคนผ่านเข้ามาในเฟรม ก่อนสัญญาณจะกลายเป็นเสียงแหลมรบกวนแทรกขึ้นมา คลิปในช่วงเวลาสำคัญหายไป
"ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้หน่อย"
เสียงเมทัสกระซิบข้างหู
"อืม"
"ตรงนั้นแหละ ค่อย ๆ เลื่อนทีละเฟรมนะ น่าจะพอเห็นรูปร่างคนที่เข้ามาได้บ้าง"
หญิงสาวทำตามที่ร่างโปร่งแสงบอก
ปลายนิ้วเคาะลงบนแป้นพิมพ์ ตัดสลับกับมองดูเงาดำบนหน้าจอ
"ทำไมรู้สึกคุ้นตาจัง"
แม้จะเป็นเพียงร่างเลือนราง แต่กลับทำให้รู้สึกเหมือนว่าเธอเคยเจอกับคนคนนี้มาก่อน ในสักช่วงเวลาหนึ่งของอดีต
"ไฟล์ของกล้องวงจรปิด ส่วนที่คิดว่าเป็นประโยชน์ เสียหายหมดเลย แบบนี้เราคงทำอะไรไม่ได้แล้วใช่ไหม"
เมวดีถามอย่างร้อนใจ
เธอจ่ายเงินไปจำนวนไม่น้อยกว่าจะได้มันมา สุดท้ายกลับกลายเป็นเพียงขยะที่ไร้ประโยชน์
"ไม่หรอกค่ะ โดยปกติ พวกผู้เชี่ยวชาญสามารถกู้ข้อมูลกลับมาได้ไม่ยาก เอาไว้ฉันจะลองติดต่อพวกเขาดู ตอนนี้ทำเท่าที่สามารถทำได้ไปก่อน ที่แน่ ๆ คุณหญิง.."
"..."
"คุณแม่ ต้องเข้าไปดูแลงานที่บริษัทเอาไว้ก่อน โครงการที่ฉันรับมา เป็นบริษัทของเพื่อนพ่อบุญธรรมของฉันเอง เขาจะช่วยคุณแม่จัดการทุกอย่าง อย่างน้อยโครงการนี้คงพอยืดระยะเวลาตำแหน่งให้เราไปได้สักพัก"
แฟ้มเอกสารสีดำ และข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถูกส่งต่อให้เมวดี
ในอดีตภาสกรปูทางเอาไว้ให้เธอเป็นอย่างดี ทั้งพาออกงาน สอนทำธุรกิจ แม้เวลาจะผ่านมาหลายปี แต่ร่างกายและสมองยังคงจดจำรายละเอียดเหล่านี้ได้
อีกทั้งเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของพ่อบุญธรรม ก็พร้อมจะช่วยเหลือเธอเสมอ ตามคำฝากฝังที่เคยเป็นพันธสัญญาต่อกัน
"เธอแน่ใจนะ ว่าตัวเองเป็นแค่ช่างแต่งหน้าศพธรรมดา ฉันเห็นแต่ละอย่างที่เธอทำ ดูไม่เหมือนคนในอาชีพนี้เลยนะ"
เมวดีเริ่มรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ
ขนาดเธอเป็นถึงภรรยาตามกฎหมาย ของทัศนะ อีกทั้งยังเป็นคุณหญิงตระกูลพิบูลนาวิน ที่มีทั้งเงิน และ อำนาจ ยังเกือบพ่ายแพ้ให้กับแผนการมารยา และ ความอิจฉาริษยาของสองแม่ลูกนั่น
ในขณะที่ปลายตะวันปรากฏตัวไม่กี่นาที กลับสามารถทวงคืนทุกอย่างมาให้เธอได้ แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่ช่วยให้เธอ มีพื้นที่ยืนผงาดขึ้นมาอีกครั้ง
"ก็แค่ญาติผู้ใหญ่คนเก่าคนแก่ของคุณพ่อ คุณไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ พวกเขาเต็มใจช่วยเหลือเราแน่นอน ตอนนี้สิ่งที่ต้องคิดคือร่างเมทัส ถูกนำไปไว้ไหนจะดีกว่า ฉันสังหรณ์ใจว่าบางทีเขาอาจยังไม่ตาย"
"เธอหมายความว่ายังไง"
ปลายตะวันสูดลมหายใจลึก ก่อนวางแฟ้มเอกสารอีกฉบับลงบนโต๊ะตรงหน้า เธอกำลังชั่งใจว่าจะเอ่ยสิ่งที่คิดออกมาดีหรือไม่
"วันก่อน ฉันไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการรับรองการเสียชีวิตของเมทัส เพราะโดยปกติ หลังจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ทางโรงพยาบาลจะมีหนังสือรับรองการเสียชีวิตมามอบให้ญาติ เพื่อยืนยันว่าร่างนั้นเสียชีวิตจริง ๆ"
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย เพื่อรอดูอาการของอีกฝ่าย
"เอกสารทุกอย่างดูเหมือนจะครบถ้วน แต่มีบางรายละเอียดที่ไม่ค่อยสอดคล้องกัน ถ้าเป็นคนทั่วไปคงไม่คิดอะไร แต่ในฐานะของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ฉันเห็นเอกสารรับรองการตายมานับไม่ถ้วน เลยคิดว่ามีบางอย่างไม่ปกติ"
"...."
เมวดีเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความหวังที่ไม่กล้าปล่อยให้เกิด
"ผิดปกติ? ยังไง! หรือตาทัสยังไม่ตายจริงๆ "
"ฉันคงให้คำตอบฟันธงขนาดนั้นไม่ได้หรอกค่ะ มันเป็นแค่การสันนิษฐานเบื้องต้น คงต้องสืบลึกลงไปอีก"
ปลายนิ้วเรียว กดลงที่แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ตรงหน้าอีกครั้ง แล้วหยุดลงในภาพของผู้ต้องสงสัยเพียงหนึ่งเดียวที่ปรากฏจากหลักฐานทั้งหมด
"แต่ถ้าคนร้ายต้องการให้ทุกอย่างจบลงที่คุณเมทัสเสียชีวิต การปล่อยให้ร่างถูกเผาคือวิธีทำลายทุกอย่างที่จะใช้สืบไปหาต้นตอได้ดีที่สุด ทุกแต่พวกมันเลือกเสี่ยงมาขโมยร่างออกไป"
"...."
"ฉันเคยถามคุณไปก่อนหน้านี้แล้ว ว่าคุณเชื่อเรื่องลี้ลับไหม ถ้าคุณเชื่อ ฉันว่านอกจากหมอ ตำรวจ และผู้เชี่ยวชาญ คุณลองหาคนที่เกี่ยวข้องกับด้านอื่น มาลองดูสักหน่อยก็ไม่เสียหายนะคะ ฉันเองก็จะทำเต็มที่เหมือนกัน"
ปลายตะวันทิ้งปัญหากองโตเอาไว้ให้เมวดีหาทางเลือก ในใจของผู้เป็นแม่ทั้งกังวล และสับสน
ไม่ใช่เธอลบหลู่ในความเชื่อแต่เก่าก่อน
ทว่า ในยุคสมัยที่ความเจริญเข้ามามีบทบาทมากขนาดนี้ ไสยศาสตร์กลายเป็นนิทานไปแล้วสำหรับคนรุ่นใหม่ แล้วเธอจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี
บ้าน ของเมทัส
"เหนื่อยไหมคุณ"
เมทัสกุลีกุจอเข้ามานั่งข้าง ๆ อย่างประจบประแจง
"เหนื่อย เหนื่อยมากด้วย นี่คุณ ฉันถามหน่อย ตอนมีชีวิตอยู่ คุณไปทำร้ายใครเอาไว้บ้างเนี่ย เขาถึงเล่นงานคุณขนาดนี้"
"ผมจะไปทำอะไรใครได้ แค่เกิดมาเป็นทายาทที่กุมทรัพย์สินหลายพันล้าน มันก็ล่อเสือล่อตะเข้มากพอแล้วไม่ใช่หรือไง อีกอย่างถ้าตอนนั้นผมไม่โง่หลงเชื่อสองแม่ลูกนั่น คงไม่เป็นแบบนี้"
"เออ รู้ตัวว่าโง่ก็ยังดี"
ปลายตะวันถอนหายใจ พลางมองออกไปที่หน้าต่าง
ในเวลานี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือเพียงแสงสีส้มของโคมไฟข้างนอก ที่พอช่วยส่องสว่างไม่ให้บริเวณรอบ ๆ มืดมิด
"นั่นใคร มายืนหน้าบ้าน"
เธอพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะลุกออกไปดู
เงาดำนั่น รูปร่างคล้ายผู้ชาย ร่างสูงหลบใต้เงาดำของต้นไม้ พลันภาพของคนในกล้องวงจรปิดทับซ้อนขึ้นมา
"ไหน ผมไม่เห็นมีใครเลย ตาฝาดหรือเปล่า"
เมทัสเดินมาหยุดยืนข้าง ๆ เขามองออกไปยังจุดเดียวกับที่หญิงสาวบอก แต่พบเพียงความว่างเปล่า
"คุณ ไม่เห็นเขาเหรอ ตรงนั้นไง"
"ไม่นะ..ปลายตะวัน คุณทำงานหนักจนสมองเบลอหรือเปล่า แค่เงาต้นไม้ก็บอกว่าเป็นคน"
คำพูดของเมทัสทำเอาร่างบางจำต้องเพ่งให้มั่นใจอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะยังไง สิ่งที่เธอเห็นเป็นร่างของคนไม่ผิดแน่ และหากเป็นเช่นนั้นการที่เมทัสมองไม่เห็น มันเพราะเหตุผลใดกัน
หรือลางสังหรณ์ที่เธอพยายามจะไม่คิดถึง มันกำลังเป็นรูปร่างขึ้นมาแล้ว
"ช่างเถอะ พรุ่งนี้ฉันมีงานที่โรงพยาบาล ช่วงบ่ายจะแวะไปหาแม่คุณที่บริษัท ขอตัวไปพักก่อนนะ"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมบ้านหลังใหญ่ ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงชาด ปลายตะวันนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง ทั้งที่ปกติเป็นคนหลับง่ายแท้ ๆ แต่วันนี้ เหมือนถูกบางอย่างกดทับจนแทบหายใจไม่ออก
"เม..เมทัส" เธอร้องเรียกเสียงแหบพร่า
"หืม ว่าไง"
"ช่วยด้วย"
"ปลาย คุณเป็นอะไร" ร่างโปร่งแสงรีบวิ่งเข้ามาดู
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าของอีกฝ่าย สองมือกุมคอเอาไว้ ดิ้นทุรนทุรายเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
"ผมต้องทำยังไง บอกผม...พูดหน่อยซิคุณ อย่าเป็นอะไรนะ"
เมทัสรั้งตัวหญิงสาวมากอดเอาไว้
ทันทีที่ทั้งสองร่างสัมผัสกัน เหมือนเกิดพลังงานบางอย่าง ปลายตะวันกระอักเลือดออกมากองโตเต็มที่นอน ของเหลวสีแดงเข้ม ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง แต่นั่นช่วยให้อาการผิดปกติเมื่อครู่ของเธอสงบลง
"คุณเป็นอะไรไหม"
ชายหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง สองมือประคองร่างบางให้ล้มตัวลงนอนอย่างช้า ๆ
"ไม่เป็นไรแล้ว ขอโทษที่ทำให้ตกใจ"
"มันใช้เวลาขอโทษไหมเนี่ย คุณมีโรคประจำตัวเหรอ หรือว่าไม่สบาย"
ปลายตะวันส่ายหน้า
ช่วงหลังมานี่ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายเธอ ไม่เป็นของตัวเอง คล้ายมีบางอย่าง กำลังชักใยเธอเป็นหุ่นเชิด
"ฉันไม่รู้เหมือนกัน แต่เคยไปตรวจแล้ว ร่างกายของฉันปกติดี"
"เกี่ยวกับที่คุณบอกว่าเห็นคนยืนอยู่หน้าบ้านหรือเปล่า"
"อาจจะ.. แต่คุณบอกว่าคุณไม่เห็นไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเชื่อที่ฉันพูดล่ะ"
"แล้วคุณมีเหตุผลต้องโกหกผมหรือไง อีกอย่างการที่คุณมองเห็นวิญญาณของผม แถมเรายังสัมผัสกันได้เหมือนคนปกติ แปลว่าร่างกายของคุณต้องมีบางอย่างที่พิเศษกว่าคนอื่น"
เมทัส ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้าของหญิงสาวออกอย่างอ่อนโยน
เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า แท้จริงแล้วปลายตะวันเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง เพียงแต่ท่าทางเก็บเนื้อเก็บตัว บวกกับไม่ได้รักสวยรักงามเหมือนผู้หญิงทั่วไป ความสวยเหล่านั้นจึงถูกกลบซ่อนเอาไว้
"คืนนี้ฉันคงต้องไปนอนอีกห้อง ตอนเช้าค่อยให้บริษัททำความสะอาดมาจัดการ"
"อืม งั้นผมต้องตามไปด้วยซินะ"
"ถ้าคุณอยู่ห่างฉันได้ก็ไม่ต้องไป"
"ไม่ได้! ถึงได้ก็ไม่อยู่ เกิดคุณเป็นอะไรขึ้นมาอีก จะทำยังไง"
ปลายตะวันทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ แล้วคว้าหมอนเดินออกมาจากห้องนอนหลัก
นับตั้งแต่วันที่เขาเห็นวิญญาณของเมทัส ทั้งสองคนไม่สามารถอยู่ห่างกันได้ นั่นทำให้แม้แต่เวลานอน ก็จำต้องอยู่ในห้องเดียวกัน คงเป็นอีกหนึ่งปริศนาว่าเพราะอะไร
และทำไม ต้องเป็นผู้หญิงที่ชื่อปลายตะวัน