คนเห็นวิญญาณ

1961 Words
ปลายตะวัน ตกใจจนล้มลงหมดสติ ภาพใบหน้าของเมทัส ตามหลอกหลอนเธอไปถึงในความฝัน ก่อนที่เสียงเรียกข้างหูเบา ๆ จะปลุกหญิงสาวให้ตื่นลืมตา "ไงคุณ เรามาคุยกันหน่อยดีไหม" หน้าหล่อเหลา ที่ไร้สีสันของเลือดฝาด ยื่นเข้ามาใกล้ จนปลายตะวันจำต้องขยับถอยห่างออกมาเล็กน้อย เพื่อรวบรวมสมาธิอีกครั้ง และย้ำกับตัวเองว่าสิ่งที่เห็นคือความจริง เธอไม่ได้เสียสติไปเอง "คุณคือเมทัส คนที่นอนอยู่บนเตียง ถูกไหม" ร่างโปร่งแสงพยักหน้า "แล้วทำไมฉันถึงเห็นคุณได้ คุณอยากให้ฉันอุทิศส่วนกุศลไปให้เธอ หรือว่ายังไง" "เปล่าสักหน่อย ผมไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมคุณถึงเห็นผม แล้วทำไมผมถึงปรากฏตัวขึ้น" "คุณจำได้ใช่ไหม ว่าเราเคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่ง" เมทัสครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา พลางพยักหน้าหงึก ๆ "แล้วคุณ..." ยังไม่ทันที่ปลายตะวันจะได้สืบสวนอะไรต่อ ประตูห้องพักศพก็ถูกเปิดออก เจ้าหน้าที่เข็นร่างไร้ลมหายใจเข้ามา สายตามองดูหญิงสาวด้วยความหวาดระแวง "มีอะไรหรือเปล่า" ด้วยความเป็นคนตรงไปตรงมา เธอจึงเอ่ยถามทันที ที่รู้สึกไม่ชอบใจกับสายตาคู่นั้น "เปล่าค่ะ นี่เอกสาร ญาติจะมารับพรุ่งนี้นะคะ เสื้อผ้าใส่ไว้ในกล่องให้เรียบร้อยแล้ว คนนี้ไม่มีแผลฉกรรจ์ แค่แต่งหน้าเฉย ๆ " "อืม ขอบใจ" เมื่อเสร็จธุระ เจ้าหน้าที่สาวสวยจึงรีบขอตัวออกจากห้องอันแสนเย็นยะเยือกนี่ทันที จนถึงตอนนี้ ก็ไม่มีใครเข้าใจ ว่าปลายตะวันใช้ชีวิตอยู่ไปได้ยังไง ทั้งบรรยากาศที่แสนวังเวง และคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นของคนตายแบบนั้น "เป็นผู้หญิง ทำไมถึงมายึดอาชีพแต่งหน้าศพได้ล่ะ งานอื่นที่มันดีกว่านี้ ไม่อยากไปทำเหรอ" เมทัสกระโดดขึ้นนั่งบนเตียงของตนเองแล้วแกว่งขาไปมา "แล้วงานนี้ไม่ดีตรงไหน ถ้าทุกคนหันไปทำงานอื่นจนหมด ใครจะเป็นคนดูแลร่างของคนพวกนี้ล่ะ รวมถึงคุณเองด้วย ไม่รู้หรือไงสภาพตอนที่มาถึงโรงพยาบาลแย่แค่ไหน อยากตายไปพร้อมกับหน้าซีด ๆ คางเบี้ยว ๆ เหรอ" ปลายตะวันหยิบกรรไกรออกมาจากถาดเครื่องมือแล้วชี้ไปที่ร่างของเมทัสที่นอนแน่นิ่งอยู่ วูบหนึ่งใบหน้าของชายหนุ่มดูเศร้าลง ก่อนจะกลับมายิ้มสดใสตามเดิม คงเป็นเรื่องที่ทำใจลำบาก กับการที่คนเราต้องมายืนมองตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ "นี่! คุณช่วยอยู่เงียบ ๆ สักห้านาทีก่อนนะ ฉันต้องการพิสูจน์บางอย่าง" ร่างบางเลื่อนเก้าอี้ไปนั่งอยู่ข้างเตียงของร่างใหม่ที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา เธอเปิดผ้าคลุมออก แล้วจ้องมองอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ภายในห้องเงียบสนิท จนได้ยินเสียงลมหายใจ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้น "หรือเพราะเลือดหยดนั้น?" เธอครุ่นคิด ถึงตอนที่ตัวเองพลาดทำเข็มตำมือจนเลือดหยดใส่ร่างของเมทัส นั่นอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอสามารถมองเห็นวิญญาณของเขาได้ และเพื่อพิสูจน์ความจริง ปลายตะวันจึงหยิบเข็มเล่มหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่ลังเล แล้วแทงเข้าที่ปลายนิ้วของตัวเองเต็มแรง "เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ยไม่เจ็บหรือไง" แม้แต่เมทัสที่อุตส่าห์นั่งปิดปากเอาไว้ตามคำสั่ง ยังตกใจจนต้องรีบเข้าไปห้าม ปลายตะวันพยายามหยดเลือดลงบนร่างของผู้ตาย และนั่งเฝ้ารออย่างใจเย็น ของเหลวสีแดงเริ่มแข็งตัว ทุกอย่างยังคงเหมือนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน วิญญาณเดียวที่เธอเห็นในเวลานี้ก็คือเมทัส "สรุปว่ามีแค่ฉันที่เห็นคุณ แล้วก็มีแค่คุณที่มาปรากฏอยู่ต่อหน้าฉัน นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย" ร่างบางสบถด้วยความหงุดหงิด "มันอาจจะมีเหตุผลที่ทำให้คุณเห็นผมก็ได้นะ ในละครเขาบอกว่าวิญญาณที่ไม่ไปเกิดเพราะยังมีห่วง ส่วนพวกนางเอกที่มองเห็น คือคนที่ต้องช่วยแก้ปัญหาไง" "ตระกูลคุณเลี้ยงลูกด้วยซีรีส์แนวตั้งหรือไง ไร้สาระ ฉันเป็นแค่ช่างแต่งหน้าศพ ไม่สนใจหรอกนะว่าผีอย่างคุณจะมีห่วง มีใยอะไร" "ทำไมใจร้ายจัง" "แล้วทำไมฉันต้องใจดีกับผีแปลกหน้าอย่างคุณด้วยไม่ทราบ จะไปไหนก็ไป ฉันมีงานต้องทำ" ปลายตะวันผลักเมทัสจนเสียหลักตกลงมาจากเตียงสเตนเลส นี่คงเป็นอีกหนึ่งเรื่องประหลาด เพราะตามความเชื่อวิญญาณ คือร่างโปร่งแสงที่ไม่สามารถสัมผัสได้ แต่เธอกลับปฏิบัติต่อเมทัสได้ทุกอย่าง ราวกับว่าเขาเป็นคนปกติทั่วไป "โถ่ คิดว่าผมง้อคุณหรือไง ผมไปหาทางเอาเองก็ได้ ใครจะอยากได้ความช่วยเหลือจากผู้หญิงใจดำ" วิญญาณร่างสูงสะบัดหน้าหนี ตั้งใจว่าจะลองกลับไปที่บ้านของตัวเอง เผื่อจะหาสาเหตุเจอว่าเพราะอะไร คนตายอย่างเขาถึงไม่ยอมไปเกิด ทว่าทันทีที่จะก้าวผ่านประตู กลับถูกพลังงานลึกลับผลักออกมา จนลอยทะลุข้าวของกระเด็นไปติดอีกฟากของกำแพงห้อง "เล่นบ้าอะไรของคุณ ไม่ได้ยินหรือไงคนบอกว่าจะทำงาน ไหนปากดีบอกจะไป" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองอย่างหงุดหงิด การดูแลร่างผู้เสียชีวิตในแต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก และตอนนี้เสียงเอะอะของเมทัสกำลังรบกวนเธออยู่ "ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่ผมก้าวออกจากห้องไม่ได้" เพื่อความแน่ใจ เขาจึงเดินตรงไปที่ประตูอีกรอบ ผลคือเหมือนเดิมทุกอย่าง แถมยังรู้สึกเจ็บขึ้นมาอีกต่างหาก "ออกไม่ได้ก็อยู่เฉย ๆ อาจจะต้องรอญาติมาเชิญดวงวิญญาณนั่นแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่คุณจะมารับ คงออกได้เอง" "คุณคิดงั้นเหรอ" เมทัสถามย้ำ ตอนนี้เขาไม่มั่นใจอะไรสักอย่าง "ไม่รู้เหมือนกัน พวกคนเฒ่าคนแก่เขาว่ามางี้ ฉันเองไม่เคยตายมาก่อนให้คำตอบอะไรคุณไม่ได้หรอก ฉะนั้นตอนนี้สิ่งที่คุณต้องทำคือหุบปาก อย่ารบกวนสมาธิของฉันอีก" มือหน้ายกขึ้นปิดริมฝีปากของตัวเอง จึงต้องจำใจ ยอมกลับไปนั่งแต่โดยดี เวลาล่วงเลยไปเกือบ 3 ชั่วโมงงานของปลายตะวันจึงสำเร็จลุล่วง "เสร็จสักที พรุ่งนี้ญาติคุณคงมาแต่เช้านั่นแหละ นั่งเล่นรอไปแล้วกัน ฉันกลับไปพักก่อน คืนเดียวทำตั้งสองศพ เหนื่อยจะแย่ รู้แบบนี้กลับไปตั้งแต่ตอนแต่งหน้าคุณเสร็จซะก็ดี" "รอผมด้วยดิ..." เมทัสสาวเท้าตามไปติด ๆ ก่อนจะพบว่าเขาสามารถออกมาจากห้องพักศพได้แล้ว "เห้ย...ทำได้แล้ว งั้นผมไปก่อนนะ" ปลายตะวันพยักหน้าช้า ๆ แต่พอจะแยกกัน กลับกลายเป็นสองเท้าไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ นอกจากถูกแรงโน้มถ่วงปริศนาลากเขาให้ตามติดช่างแต่งหน้าร่างผู้นั้นไป อย่างช่วยไม่ได้ บ้าน ของปลายตะวัน "ต้องเป็นเพราะคุณทำอะไรกับผมแน่ ๆ ผมถึงอยู่ห่างคุณไม่ได้ บอกผมมาเดี๋ยวนี้นะ" เมทัสเริ่มโวยวายอีกครั้ง เพราะไม่ว่าเขาจะใช้วิธีไหน ก็ไม่สามารถอยู่ห่างจากหญิงสาวได้เกิน 10 เมตร "คุณคิดว่าฉันมีเวลามานั่งทำอะไรแบบนั้นหรือไง คุณอาจจะเกิดมาเป็นผีที่กากเองก็ได้ เลยต้องมาติดอยู่ที่นี่" "ไม่รู้แหละคุณต้องหาวิธีให้ผม ไม่งั้นผมจะขี่คอคุณแบบในหนังเลย ลองดูไหม ผมไม่ยอม ยังไงผมจะไม่ยอม..." "หุบปาก!!" ปลายตะวันตะคอกเสียงใส่อย่างหมดความอดทน กลายเป็นว่าเสียงของเมทัสถูกกลืนหายไปจริง ๆ ร่างสูงพยายามเปล่งเสียงออกมาแต่ไม่เป็นผล ดูเหมือนว่านี่ จะเป็นอีกหนึ่งความลับ ที่ซ่อนเอาไว้ "เยี่ยมไปเลยแฮะ นี่มันระบบสั่งวิญญาณด้วยเสียงชัด ๆ " รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นใบหน้าของหญิงสาว "อื้ออือ..อื๋ออืืออื่ออืออื้ออื่อ.." "พูดมา ๆ เอาแต่อือ อือ ใครมันจะไปรู้เรื่อง" "ผมมีความจำเป็นต้องช่วยครอบครัวผมจริง ๆ นะ ที่ผ่านมาผมทำผิดกับแม่เอาไว้มาก พอจะกลับตัวก็ดันต้องมาตายอีก คุณพอจะช่วยผมหน่อยได้ไหม อย่างน้อย อย่าให้สิ่งที่แม่ของผมพยายามมาตลอดหลายปีสูญเปล่า" เมทัสร่ายยาวจนแทบไม่หายใจ ด้วยกลัวว่าหากเผลอสะดุดไปแม้แต่ประโยค ประเดี๋ยวจะโดนสั่งให้พูดไม่ได้อีก "วันที่พ่อผมตาย อรุณีพาลูกชายตัวเองมาหาแม่ผมประกาศตัวว่าเธอเป็นเมียอีกคน แถมยังมีลูกที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับผมอีก พ่อนอกใจแม่มาตั้งแต่แรก พวกนั้นขู่ว่าจะเอาเรื่องที่พ่อมีชู้ไปป่าวประกาศ.." "พ่อคุณทำผิดจริง มันก็เป็นสิ่งที่สมควรไม่ใช่หรือไง ทำไมต้องให้ภาระทั้งหมด มาตกอยู่ที่คนเป็นละ" ปลายตะวันพูดแทรกขึ้นมาแทบจะทันที "ผมเองเคยคิดแบบคุณ แต่เพราะครอบครัวผมมีทั้งชื่อเสียง ทรัพย์สิน รวมถึงมูลค่าทางการตลาดไม่น้อย ถ้ามีเรื่องเสื่อมเสียขึ้นมา นอกจากหลายฝ่ายจะเสียหายแล้ว สุดท้ายพวกนั้นก็จะสมหวัง" "แต่ผู้หญิงเขาไม่ได้ผิดฝ่ายเดียวสักหน่อย ต้องโทษความมักง่ายของพ่อคุณด้วย" เมทัส นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สิ่งที่หญิงสาวช่างแต่งหน้าศพคนนี้พูดมา ไม่มีประโยคไหนผิดเลย ตรงกันข้ามมันคือความจริงที่ทั้งเขา และเมวดี พยายามปิดหูปิดตา ไม่ยอมรับมาโดยตลอด "ผมไม่ได้บอกว่าพ่อไม่ผิด อันที่จริงถ้าพวกเขาคุยกันด้วยเหตุผล หรือรับในส่วนที่ตัวเองสมควรจะได้ เรื่องมันอาจไม่บานปลายมาถึงขนาดนี้" "คุณหมายความว่ายังไง" "พวกเขาวางแผนจะฮุบบริษัท เพราะตอนนี้ผมคือทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงคนเดียว ก่อนหน้าพวกเขาเกือบทำสำเร็จ แต่พอผมรู้ความจริง ผมเลยถอยออกมา และพยายามจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาสิ่งที่มันควรเป็นของผมเอาไว้ ผมทำให้แม่ผิดหวัง ผมต้องมาตายทั้งที่ยังไม่ได้ไถ่โทษให้เขาเลย" ภาพของร่างโปร่งแสงที่นั่งก้มหน้านิ่ง ทำเอาปลายตะวันหวนคิดไปในวันที่เธอสูญเสียพ่อบุญธรรมไป หากจะมีใครเข้าใจความรู้สึกของการจากลา ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว เธอ..คงเป็นคนที่เข้าใจมันมากที่สุด "แล้วฉันจะทำอะไรได้ ฉันเป็นแค่ช่างแต่งหน้าศพ ส่วนเราสองคนได้เจอกันแค่สองครั้ง ต่อให้ฉันเห็นใจคุณมากแค่ไหน ก็ยังมองไม่เห็นทางอยู่ดี" "ผมปล่อยให้ตำแหน่งประธานหลุดไปเป็นของคนพวกมันไม่ได้จริง ๆ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น แม่ผมต้องแย่แน่ ๆ ขอร้องล่ะ ถ้ามีอะไรที่คุณต้องการแล้วผมตอบแทนให้ได้ ผมยินดี แค่ช่วยผมกับแม่ให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไป"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD