บันทึกของพ่อ

1740 Words
หลังจากการพบกันของบุรุษปริศนาเมื่อหลายวันก่อน ที่เข้ามาเป็นสีสันอันแสนสั้นในชีวิตดำมืด ปลายตะวันก็กลับมาทำงานตามปกติ ห้องพักศพ เครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงหึ่ง ๆ สลับกับเสียงหยดน้ำจากก๊อกสเตนเลสที่ดังเป็นจังหวะ บรรยากาศรอบตัวโอบล้อมด้วยความเย็นยะเยือก และกลิ่นอายวังเวงชวนขนลุก ทว่าสำหรับปลายตะวัน ห้องที่ใคร ๆ ต่างไม่อยากย่างกรายเข้ามา กลับเป็นเซฟโซนเพียงหนึ่งเดียว ที่เธอรู้สึกปลอดภัย วันนี้ มีร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่ง นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง บาดแผลฉกรรจ์จากของมีคม กรีดลึกลงไปบริเวณข้างแก้ม ยาวลงมาถึงขากรรไกร จนเห็นเนื้อสีแดงคล้ำอมม่วงด้านใน ปลายตะวันคลี่ยิ้มบาง ๆ นัยน์ตาคู่สวยฉายแววอ่อนโยน ขณะหยิบเข็มโค้ง และไหมเย็บแผลขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว "คุณนริสา ใช่ไหมคะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ วันนี้คุณสวยมากเลยค่ะ แต่แผลตรงแก้มค่อนข้างลึกพอสมควร ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันมือนิ่งมาก รับรองว่าเนียนกริบ เหมือนไม่เคยมีแผลมาก่อน" หญิงสาวชวนร่างแน่นิ่งพูดคุยด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ราวกับว่าบทสนทนานี้ มีผู้ตอบโต้อยู่ใกล้ ๆ สองมือค่อย ๆ ประคองใบหน้าของผู้เสียชีวิตแผ่วเบา เข็มเรียวเจาะทะลุชั้นผิวหนังอย่างประณีต แล้วออกแรงดึงเบา ๆ จนแผลที่ปริออกจากกันในตอนแรก ปิดสนิท จากนั้นจึงมัดปมด้ายปิดท้าย เป็นอันเสร็จขั้นตอนการตกแต่งบาดแผล "บอกตามตรง ฉันอิจฉาพวกคุณทุกคนในห้องนี้มากเลยนะคะ ไม่ต้องตื่นเช้ามาตอกบัตร ไม่ต้องมานั่งคิดว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี แบบนี้ซินะคะ ที่เขาเรียกว่าไปสบาย" ปลายตะวันฮัมเพลงเบา ๆ ในลำคอ "เรามาแต่งหน้ากันต่อดีกว่าค่ะ ป่านนี้พวกญาติ ๆ คงกำลังรออยู่" รองพื้นเนื้อครีมหนาพิเศษ แต้มลงบนผิวแก้มที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีซีดเทา ปลายตะวันกดซับอย่างเบามือ เพื่อกลบรอยเขียวช้ำ จากการแข็งตัวของเลือด "ตรงนี้เติมบลัชออนสีพีชหน่อยนะคะ ช่วงนี้เขากำลังฮิตกัน ฉันว่าเข้ากับผิวของคุณนริสามากเลย" ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าประตูเหล็กบานหนาของห้องพักศพ พิมพา พยาบาลสาว จากตึกผู้ป่วยนอก กำลังยืนกำแฟ้มสีดำในมือเอาไว้แน่น เธอตั้งใจจะเอาเอกสารประวัติส่วนตัวของผู้เสียชีวิต รวมถึงหนังสือยินยอมให้ดำเนินการตกแต่งร่างจากญาติของผู้ป่วย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของโรงพยาบาล แต่แล้ว เธอจำต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินบทสนทนาชวนขนลุกนั่น ดังออกมาจากข้างใน ใคร ๆ ก็รู้ว่าห้องนี้ มีเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียว นั่นก็คือปลายตะวัน ซึ่งหมายความว่าเธอกำลังพูดคุยอยู่กับสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น "หน้าตาท่าทางก็น่ากลัวพอแล้ว ยังชอบคุยกับศพอีก อีบ้า" พิมมา รีบวางแฟ้มเอกสารไว้บนโต๊ะหน้าห้องอย่างลนลาน ก่อนจะหมุนตัวสับเท้าวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้น ทันที ปลายตะวัน ปรายตามองออกไปยังช่องกระจกเล็ก ๆ ที่ประตู นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินคำพูดทำนองนี้ จากเหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล แต่เธอเลือกที่จะไม่สนใจ ซ้ำยังมองว่าเป็นข้อดี เพราะอย่างน้อย ก็ช่วยให้เธอมีชีวิตเงียบสงบ ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร วันต่อมา "สวัสดีครับ คุณปลายตะวันใช่ไหมครับ ผมติดต่อจากธนาคารนะครับ ตอนนี้เอกสารที่ทางทนายยื่นส่งมาผ่านเรียบร้อยแล้ว ยังไงขอให้คุณปลายตะวัน ช่วยมาทำเรื่องเปิดเซฟ ต่อให้เสร็จเรียบร้อยด้วยนะครับ" เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงเวลาแห่งการหยุดพักผ่อน ปลายตะวันลืมตางัวเงียกดรับสาย ก่อนจะพบว่าหน้าจอแสดงเบอร์ที่ไม่ได้อยู่ในบันทึก แถมยังพูดเรื่องบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจอีกต่างหาก "มิจฉาชีพเขาเล่นกันแบบนี้เลยเหรอ ไปเอาข้อมูลฉันมาจากไหน รู้ไหมว่ามันผิดกฎหมาย อย่าคิดว่าฉันจะหาตัวพวกคุณไม่เจอนะ" ยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวนำชีวิตของเราไปหลายก้าว และบางครั้งก็ถูกคนบางกลุ่มนำมาใช้ในทางที่ผิด ข่าวดัง ๆ ที่เคยอ่านผ่านตามาก็มีเป็นกรณีตัวอย่าง เธอจึงไม่คิดจะเชื่ออะไรง่าย ๆ "ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารจริง ๆ ไม่อย่างนั้นคุณลองโทรติดต่อไปทางทนายของคุณพ่อคุณก่อนก็ได้" "โอเค ฉันติดต่อไปแน่ ไม่ต้องห่วง" ปลายตะวันกดวางสายอย่างหงุดหงิด ก่อนจะต่อสายไปหา อิทธิ ทนายคนสำคัญ ซึ่งนับตั้งแต่จัดการเรื่องมรดกของภาสกรเสร็จเรียบร้อยไปตอนนั้น เธอก็ไม่เคยติดต่อไปหาเขาอีกเลย "ลุงทนายคะ เอ่อ..หนูเองนะคะปลายตะวัน" น้ำเสียงอ้อมแอ้มกล่าวทักทายอย่างสุภาพ "อ่อ คุณปลาย มีอะไรหรือเปล่าครับ" "พอดี หนูได้รับสายจากธนาคารบอกว่าเอกสารที่ลุงทนายยื่นไปผ่านแล้ว ให้หนูเข้าไปเปิดเซฟ หนูกลัวว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพ เลยโทรมาถามลุงทนายให้แน่ใจก่อนค่ะ" "ไม่ใช่คนร้ายหรอกครับ ผมกำลังจะโทรไปแจ้งพอดี งั้นคุณปลายว่างไหมครับ จะได้เข้าไปที่ธนาคารพร้อมกัน" เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เบอร์ปริศนาแจ้งเข้ามาเป็นความจริง ปลายตะวันจึงตอบตกลง เธอเองอยากรู้เหมือนกัน ว่าเซฟที่พ่อบุญธรรมทิ้งไว้ให้ เป็นของสำคัญอะไร ทำไมผ่านมาตั้งเป็นปี ถึงเพิ่งเปิดได้ ห้องนิรภัย "คุณปลายตะวัน เชิญตรวจสอบของทั้งหมดได้เลยนะครับ" เมื่อยื่นเอกสารยืนยันตัวตนเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารก็พาตัวหญิงสาวเพื่อมาทำการเปิดเซฟส่วนตัว กล่องสี่เหลี่ยมสีดำ วางเอาไว้บนโต๊ะ จากนั้นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมด จึงพากันออกไปยืนรอข้างนอก เพื่อให้เธอใช้ช่วงเวลาสำคัญนี้ เป็นการส่วนตัว "พ่อมีข้อมูลเรามากมายขนาดนี้ได้ยังไง ไม่เห็นเคยรู้มาก่อน" ปลายตะวันหยิบของด้านในออกมาวางเรียงทีละอย่าง ทั้งหนังสือแสดงการปล่อยตัวของสถานพินิจ บัตรประจำตัวประชาชน เอกสารการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม เมื่อหลายปีก่อน ไปจนถึงเสื้อผ้าเก่า ๆ ซึ่งชุดนี้ เธอใส่ในวันที่เจอภาสกรครั้งแรก และหนึ่งในนั้น ดูเหมือนจะเป็นสมุดบันทึกของพ่อบุญธรรม ที่หน้าปก เขียนชื่อปลายตะวันเอาไว้อย่างชัดเจน นั่นหมายความว่า เขาจงใจจะมอบมันให้กับเธอแน่นอน ลูกสาวคนเก่งของพ่อ ที่พ่อตามสืบเรื่องของปลาย ไม่ใช่ว่าพ่อไม่ไว้ใจปลายนะ แต่พ่อแค่เป็นห่วง กลัวว่าวันหนึ่งถ้าพ่อไม่ได้อยู่ด้วย แล้วเกิดอะไรขึ้นกับปลาย ปลายจะไม่มีคนดูแล อย่างน้อย ๆ ข้อมูลที่พ่อมีอาจจะช่วยให้ปลายรู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นใคร มาจากไหน ถึงปลายจะบอกว่าปลายไม่อยากจำ แต่พ่อคิดว่าบางเรื่อง เราก็ไม่สามารถหนีมันไปได้ตลอดชีวิตหรอกนะลูก ปลายเป็นคนเก่ง พ่อเชื่อว่าวันหนึ่งพ่อมองลงมาจะได้เห็นลูกสาวของพ่อมีความสุข และประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ต้องทนเจ็บปวดทรมาน เหมือนอย่างที่เป็นมา นะลูกรัก ปลายตะวันเปิดอ่านบันทึกไปทีละหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง เธอกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ จนร่างบางสั่นเทิ้ม ความเข้มแข็งที่เสแสร้งแสดงออกต่อหน้าคนอื่น แท้จริงแล้ว เธอคือเด็กสาวที่แสนเปราะบางคนหนึ่งเท่านั้น ภาสกร เป็นคนเดียวที่อยู่ข้างเธอเสมอ เขาเชื่อว่าเธอไม่ได้ป่วย เธอไม่ได้เป็นฆาตกรฆ่าคนตาย กับบางเรื่องที่แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่กล้าจะยืนยันว่านั่นเป็นความจริงหรือเปล่า แต่พ่อบุญธรรมคนนี้ กลับหนักแน่น เพื่อเธอมาตลอด อันที่จริง มีหลายครั้งที่ปลายตะวันพยายามคิดทบทวนถึงเรื่องราวในอดีต แต่ภาพความทรงจำเหล่านั้น เหมือนถูกบางสิ่งป้องกันเอาไว้ ทำให้เธอเห็นคล้ายเป็นสัญญาณที่ขาด ๆ หาย ๆ บางเรื่องก็ไม่ชัดเจน จับต้น ชนปลายอะไรไม่ได้ สุดท้ายเธอจึงล้มเลิกความตั้งใจ ที่จะนึกถึงมันทิ้งไป "แผนที่...บ้านใครเนี่ยไม่คุ้นเลย ในเอกสารพินัยกรรมไม่มีบอกเลยนินา ว่ามีบ้านหลังนี้อยู่ด้วย" กระดาษสีขุ่นที่วางเอาไว้ก้นกล่องเซฟ ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณา เหมือนเป็นรายละเอียดเส้นทาง ที่จะนำพาเธอไปไหนสักแห่ง ถ้ามีโอกาส พ่ออยากให้ปลายลองไปตามที่อยู่นี้ดูนะ พ่อว่า มันต้องเกี่ยวข้องกับครอบครัวเดิมของลูกแน่ ๆ พ่อพยายามหาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม แต่เหมือนทุกอย่างมีใครบางคนตามลบมันทิ้งไปอยู่ตลอดเวลา พ่ออยากให้ปลายระวังตัวด้วยนะลูก ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัย อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยง พ่อเป็นกำลังใจให้ปลายเสมอนะ ลูกรัก...ภาสกร จดหมายอีกหนึ่งฉบับถูกสอดเอาไว้ใต้แผนที่ แต่ยังไม่ทันที่ปลายตะวันจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียด เสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น เป็นเบอร์จากเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาล หญิงสาวรีบเก็บของจากในเซฟใส่กระเป๋า ก่อนจะกดรับสาย "สวัสดีค่ะ" เธอกล่าวขึ้นอย่างสุภาพ ปกติหากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน มือถือของเธอไม่ต่างจากที่ทับกระดาษ ไม่มีการอัปเดตโซเชียล ไม่มีกลุ่มพูดคุยในที่ทำงาน ซึ่งนั่นหมายความว่า บุคคลที่โทรเข้ามาต้องมีเรื่องสำคัญมากจริง ๆ "ขอโทษที่รบกวนนะคะ ตอนแรกหมอทิพย์บอกว่าวันนี้เป็นวันหยุดคุณปลาย แต่พอดีมีเคสด่วนถูกส่งเข้ามา ทางญาติเร่งตั้งแต่เช้า ว่าให้คนของเราช่วยจัดการร่างผู้เสียชีวิตให้หน่อย อธิบายยังไงก็ไม่ฟัง ฉันเลย.." "อืม..รู้แล้ว เดี๋ยวเข้าไป" ปลายตะวันกดตัดสาย ก่อนจะเก็บมือถือใส่กระเป๋า "ถึงเวลากลับไปทำงานที่เรารักแล้วซินะ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD