ทายาทคนตาย

1975 Words
รุ่งเช้า ข่าวใหญ่เรื่องที่ร่างของเมทัสหายไปกลางงานศพ กลายเป็นข่าวดัง ผู้ถือหุ้นของพิบูลนาวิน กรุ๊ป จึงจำเป็นต้องเรียกประชุมกันเป็นการใหญ่ "ฉันว่าคงถึงคราวที่ทุกท่านต้องรู้ความจริงนะคะ ว่าคุณทัศนะ ไม่ได้มีเมทัสเป็นทายาทเพียงคนเดียว และตอนนี้จากสถานการณ์ทั้งหมด ทุกท่านคงเห็นแล้วว่า เกิดปัญหามากมายขนาดไหน" อรุณี ยืนขึ้นกลางห้องประชุม สายตาของเหล่าคณะกรรมการ หันมองเธอโดยพร้อมเพรียงกัน "เอกสารตรงหน้าทุกท่าน คือหลักฐานยืนยันว่ากรกัณฑ์ คือทายาทอีกคนของพิบูลนาวิน ที่สำคัญ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผลงานของกรกัณฑ์ลูกชายดิฉัน ทุกท่านเห็นเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว" ภรรยานอกสมรส มองดูท่าทีของเหล่าผู้เข้าร่วมประชุม ต่างเริ่มเห็นพ้องต้องกันกับสิ่งที่เธอกำลังโน้มน้าว "ผมสัญญาเลยนะครับว่าจะดูแลบริษัทให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องข่าวของพี่เมทัส ผมขอเวลาแค่วันเดียว รับรองว่าจะเรียบร้อย ไม่ส่งผลกระทบกับยอดขายแน่นอน" กรกัณฑ์ เดินไปหยุดที่ด้านหน้า อันเป็นตำแหน่งสำหรับประธานสูงสุด ที่ในเวลานี้ว่างเปล่าไร้คนครอบครอง "มันไม่เกินไปหน่อยหรือไง ฉันเป็นแม่ของเขา และฉันยังไม่ตาย อีกอย่างเรื่องคดีของตาทัสก็อยู่ในช่วงรวบรวมหลักฐานใหม่ เธอสองคนแม่ลูกรีบร้อนขนาดนี้ จงใจจะปกปิดอะไรหรือเปล่า" เมวดีเดินเข้ามาพร้อมผู้ติดตามด้านหลัง ทั้งที่เธอเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายแต่กลับรู้เรื่องการประชุมเป็นคนสุดท้ายจนเกือบพลาดช่วงเวลาสำคัญไป "คนตายก็คือคนตาย แต่คนที่อยู่เขาต้องทำมาหากินกันนะครับ คุณป้าต้องแยกแยะ หรือจะให้ผู้ถือหุ้นมานอนรอความหวังเรื่องคดี ปล่อยบริษัทให้ล้มละลายเพราะข่าวของลูกคุณป้าเหรอครับ พ่อไม่ได้มีทายาทคนเดียวสักหน่อย" กรกัณฑ์ กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า เขามั่นใจว่าจากระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ระหว่างเมทัส ที่ทำตัวสำมะเรเทเมา ทำร้ายแม่ตัวเองจนเกือบตาย กับรองประธานที่สร้างผลงานเอาไว้หลายโครงการ เหล่าผู้ถือหุ้นคงฉลาดพอ ที่ต้องรู้ว่าควรเลือกใคร "ในเมื่อเมทัสไม่อยู่ แต่เมวดี ยังเป็นภรรยาของทัศนะ ผมว่ายังไม่ถึงคราวที่ต้องให้คุณอรุณี กับลูกชายเข้ามาวุ่นวายนะครับ มันจะข้ามหน้าข้ามตากันมากเกินไป" จิระ พูดแทรกขึ้น เขามองเจตนาของสองคนนี้ออกตั้งแต่ต้น และเขาไม่มีทางยอมให้บริษัทของเพื่อนสนิทตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคนแบบนั้นเด็ดขาด "ผมแค่มองถึงงานบริหาร และผลประโยชน์ของคนส่วนมากแค่นั้นเองครับ หรือจะให้รอคนตายฟื้น.." อรุณีหัวเราะในลำคอเบา ๆ เธอเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างเมวดี แล้วเหยียดมองเยาะเย้ย ด้วยมั่นใจเต็มประดา ว่าศึกครั้งนี้ เธอเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี และเธอต้องเป็นผู้ชนะเท่านั้น "สุดท้ายแล้วคุณเมวดี ไม่ได้มีทายาทมาสืบทอดอยู่ดี หรือจะบอกว่าคุณป้ากำลังท้องลูกคนเล็กเพิ่มมาอีกคน แล้วจะทำงานเพื่อรอลูกโตเพื่อมารับช่วงต่องั้นเหรอคะ" เสียงเซ็งแซ่ เริ่มดังออกมาจากเหล่าผู้ถือหุ้น และผู้อาวุโสของพิบูลนาวิน กรุ๊ป ความคิดเห็นเริ่มแยกออกเป็นสองส่วน ทั้งในกลุ่มที่เห็นด้วยเรื่องจะให้เมวดีทำหน้าที่ประธานต่อไป ด้วยมั่นใจในความสามารถของเธอ ว่ายังบริหารงานตรงนี้ได้ดี และบางส่วนที่เริ่มคล้อยตามคำพูดภรรยานอกสมรสของทัศนะ และลูกชาย "ทุกท่านลองคิดดูดี ๆ นะครับ ผม.." "ฉันไม่เห็นว่าจะต้องถึงคราวของคุณหรอกมั้งคะ จะให้เมียน้อย กับลูกนอกทะเบียนขึ้นเป้นถึงประธานใหญ่ หวังสูงกันเกินไปมากกว่า" ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก พร้อมด้วยหญิงสาวในชุดสีดำ ที่มาพร้อมกับเอกสารปึกหนาในมือ และ ผู้ติดตามเกือบสิบคน ทันทีที่เธอก้าวมายืนกลางห้องประชุม บอดี้การ์ด วิ่งกระจายตัวออกไปยืนรักษาความปลอดภัยรอบ ๆ "ฉันจำได้ เธอคือคนที่มางานวันเผาของเมทัส เธอมาที่นี่ทำไม นี่มันห้องประชุมผู้ถือหุ้น ใครเป็นคนปล่อยคนนอกเข้ามา!" อรุณี มองปลายตะวันด้วยความไม่ไว้ใจ คราวก่อนผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ทำลายแผนการเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นการมาที่นี่ ย่อมประมาทไม่ได้ "เมียน้อยอย่างคุณยังมาร่วมประชุมได้ แล้วภรรยาของเมทัสอย่างฉัน! จะมาไม่ได้เหรอคะ" "ภรรยา..." ห้องประชุมเริ่มเกิดการโต้เถียงกันอีกครั้ง จนตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าควรเริ่มจัดการจากเรื่องไหนก่อนดี "คราวก่อน ฉันตั้งใจจะแจ้งเรื่องนี้กับคุณแม่.." ปลายตะวันหันไปส่งยิ้มให้เมวดี ซึ่งในเวลานี้สมองหญิงวัยกลางคนอื้ออึงไปหมด จึงทำได้เพียงยืนดูเหตุการณ์เงียบ ๆ อย่างน้อยการปรากฎตัวของหญิงสาวจากห้องแต่งหน้าศพ ก็พลิกให้เธอซึ่งกำลังจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ กลับคืนมาเท่าเทียมได้ "อันที่จริง ฉันกับทัส เราสองคนคบกันมาได้สักพัก และมีแพลนจะแต่งงานกันสิ้นปีนี้ แต่ทัสดันมาเสียชีวิตไปซะก่อน และเพื่อรักษาสิทธิ์ในสิ่งที่สามีของฉันสมควรจะได้ ฉันจึงต้องมาที่นี่ รบกวนทุกท่านอ่านเอกสารตรงหน้าก่อนนะคะ" ผู้ติดตามคนหนึ่ง เดินแจกจ่ายกระดาษ ให้กับเหล่าผู้ร่วมประชุม ไปจนถึงกรกัณฑ์ และ อรุณีด้วยเช่นกัน "ส่วนฉบับนี้ของคุณแม่ค่ะ" ปลายตะวันส่งยิ้มไปให้ "เธอท้องลูกของตาทัสเหรอ" "ใช่ค่ะ ฉันทำการตรวจดีเอ็นเอ และยืนยันทุกอย่างแล้วว่าในท้องของฉันมีทายาทของพิบูลนาวินอยู่ ที่สำคัญ เขาคือทายาทตามกฎหมาย" ใบทะเบียนสมรส ถูกวางลงบนโต๊ะ คู่กับผลการตรวจครรถ์ ปลายตะวันใช้เส้นสายทั้งหมดที่มีจัดการเรื่องหลักฐานเท็จขึ้นมา ถือเป็นการสุ่มเสี่ยงที่สุดในชีวิตของเธอ หากถูกจับได้ เธอคงต้องไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุกอีกครั้ง "ของพวกนี้ ใคร ๆ ก็ปลอมกันได้ และถ้าฉันจำไม่ผิด เธอเป็นแค่คนแต่งหน้าศพในโรงพยาบาล จะมารู้จักเมทัสได้ยังไง" กรกัณฑ์ ตั้งคำถาม "คราวก่อนที่ทัสถูกทำร้าย เขาหลบไปขอความช่วยเหลือที่บ้านฉัน เราเลยได้รู้จักกัน คุณกัณฑ์ พอจะทราบใช่ไหมคะ ว่าเขาโดนทำร้ายเพราะอะไร" แม้จะยังไม่มีหลักฐาน แต่จากการกระทำที่ผ่านมา อุบัติเหตุ ร่วมถึงเรื่องของเมทัสในคราวก่อน คงไม่พ้นสองแม่ลูกนี้อย่างแน่นอน "ผมจะไปรู้ได้ไง" "ค่ะ ฉันก็คิดว่างั้น แต่ไม่ว่าจะพูดยังไง ตอนนี้ตามสิทธิ์ทางกฎหมายตำแหน่งประธานต้องเป็นของฉัน ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของทัส" "ง่ายไปหน่อยหรือเปล่า เธอควรถามความเห็นบอร์ดบริหารก่อนนะ ว่าเขาจะยอมรับคนแต่งหน้าศพมาดูแลธุรกิจหลายพันล้านได้จริงเหรอ" อรุณี กล่าวด้วยท่าทางดูถูก เสียงภายในห้องประชุมเงียบลง สายตาจับจ้องไปที่บุคคลเบื้องหน้าทั้งสี่คน กรกัณฑ์ เมวดี อรุณี และ ปลายตะวัน "ฉันกะเอาไว้แล้วค่ะ ว่าคุณต้องพูดแบบนี้ พล็อตมันก็ซ้ำ ๆ กันทุกเรื่อง และทุกคนคงไม่เชื่อใจ ฉัน เลยมีของสำคัญมาให้ดู" ร่างบางวางแหวนสีเงินลงบนโต๊ะประชุม พร้อมด้วยตราประทับของพิบูลนาวิน ตราประทับและแหวนรูปหงส์ ถือเป็นของสำคัญ มีเพียงทายาทผู้แท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถครอบครองได้ และนอกจากเมทัส กับ เมวดี ยังไม่เคยมีใครได้แตะต้องมันอีกเลย เปรียบเสมือนผู้มีสิทธิ์ขาด ในการตัดสินใจทั้งหมด ที่เป็นเรื่องเกี่ยงข้องของพิบูลนาวิน กรุ๊ป "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะใช้ของพวกนี้ขู่ทุกท่านหรอกนะคะ แต่ถ้าในที่นี่มีใครไม่เห็นด้วย ก็นำเอกสารฉบับหลังสุด เดินมาประทับตาแล้วออกไปจากบริษัทได้เลย" ปลายตะวันกล่าวเสียงเรียบ เธอกวาดตามองไล่เรียงไปทีละคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าของแม่สามีกำมะลอแล้วพยักหน้าช้า ๆ เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่าเธอคือผู้ที่อยู่ข้างเดียวกัน ไม่มีอะไรต้องกังวล "ในเมื่อทุกท่านไม่มีข้อสงสัยอะไร เอกสารอีกฉบับ เป็นโครงการล่าสุด ที่ฉันเพิ่งทำการเซ็นสัญญา กับลูกค้า มูลค่าน่าจะเกือบสามร้อยล้านบาท เท่านี้น่าจะเพียงพอเรียกความน่าเชื่อถือของฉันได้แล้วใช่ไหมคะ" "..." "เท่าที่ฉันจำได้ สองปีที่คุณกัณฑ์ ทำงานอยู่ที่นี่ มูลค่าของโครงการที่รับผิดชอบ น่าจะไม่ถึงร้อยล้านด้วยซ้ำ" สองแม่ลูกยืนกำหมัดแน่น ไม่คิดว่าแม่หม้ายไร้คนหนุนหลังอย่างเมวดี จะมีไม้ตายที่ชื่อปลายตะวันซ่อนอยู่ "ลูกค้าระบุชัดเจนว่าคนดูแลโครงการ ต้องเป็นฉันเท่านั้น งั้นทุกท่านคงต้องชั่งใจแล้วล่ะค่ะ ว่าจะยอมรับฉันในฐานะประธาน หรือปล่อยโครงการหลุดมือไป ให้คุณกัณฑ์ กับภรรยานอกสมรสอย่างอรุณี มาบริหารงานแทน" ถึงช่วงเวลาสุดท้ายแห่งการตัดสินใจ ผู้เข้าร่วมประชุมมีสีหน้าตึงเครียดไม่ต่างกัน เว้นแต่จิระที่ดูโล่งใจกับการมาเยือนของปลายตะวัน เพราะมันสามารถช่วยกอบกู้ธุรกิจของเพื่อนสนิทเอาไว้ได้ทันเวลา "ใครเห็นด้วย กับการให้คุณกัณฑ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเชิญยกมือค่ะ" .... ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใด ๆ "งั้น ใครที่เห็นด้วยกับการให้ฉันดำรงตำแหน่งประธาน ยกมือได้เลยค่ะ" มติในที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ อย่างน้อยตอนนี้ก็ตัดอำนาจของอรุณี และ กรกัณฑ์ ออกไปจากบริษัทได้ชั่วคราว คงพอยืดเวลาไปอีกสักพัก อย่างน้อยจนกว่าจะตามหาร่างของเมทัสเจอ และเมวดีสามารถขึ้นมาบริการงานภายในได้อย่างสมบูรณ์ บ้าน ของปลายตะวัน "คุณสุดยอดมาก ผมยอมใจเลย ถ้าไม่ใช่เพราะแผนที่เราวางร่วมกัน ผมต้องเชื่อแน่ ๆ ว่าคุณท้องลูกผมอยู่" ร่างโปร่งแสง ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างอารมณ์ดี "ใช่ ฉันเก่ง แต่ถ้าหลักฐานพวกนั้นถูกจับได้ว่าฉันปลอมแปลง ฉันต้องไปนอนคุก เริ่มไม่รู้แล้วว่าคุ้มจริง ๆ หรือเปล่า" "คุ้มซิ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ผมก็ต้องเข้าไปอยุ่กับคุณอยู่ดี อย่าลืมซิ ว่าผมอยู่ห่างคุณไม่ได้" "คุณควรภาวนาว่าให้ไม่โดนจับได้มากกว่านะ" ปลายตะวันถอนหายใจอย่างเอือมระอา ชีวิตอันแสนสงบสุขของเธอ คงไม่มีทางเหมือนเดิมอีกแล้ว นับตั้งแต่วันที่เธอเห็นวิญญาณเมทัสปรากฎตัว "ต่อให้พวกนั้นพยายามสืบ แม่ก็ไม่มีทางยอมให้ทำสำเร็จได้หรอก" ชายหนุ่มบอกด้วยความมั่นใจ "รู้ได้ไง" "คุณเองก็เห็นในที่ประชุม แม่ไม่ขัดคุณเลยสักนิดเดียว ปล่อยให้คุณจัดการจนเสร็จ แถมยังยกมือออกคะแนนให้คุณอีกต่างหาก" "อืม ก็จริง ฉันหวังว่าแม่คุณจะร่วมมือกันไปได้ตลอดแล้วกัน"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD