บทที่ 5 ซ้ำซาก

1653 Words
เสียงเพลงเปียโนบรรเลงช้า ๆ ไหลวนในอากาศอย่างไร้จุดสิ้นสุด — เป็นทำนองเดิมที่เปิดทุกวันในคอนโดสูงชั้นสุดของใจกลางกรุงเทพมหานคร แต่กับไลลา...มันไม่ใช่เพลงอีกต่อไป มันคือเสียงหลอน มันคือหลักฐานว่าเธอกำลังอยู่ในฉากซ้ำเดิมที่ไม่ใช่ของตัวเอง เธอนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แนวฟลอรัลที่อบอวลอยู่ทั่วห้องยังคงเป็นกลิ่นเดิม — กลิ่นที่ไม่เคยเปลี่ยนมาตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในสถานที่นี้ สถานที่ที่เธอไม่เคยรู้สึกว่าเป็น ‘บ้าน’ อคินไม่พูดมาก เขายังคงทำหน้าที่ของเขาในโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด แต่ทุกคืนเขากลับมาที่นี่ — พร้อมกับกิจวัตรที่เป๊ะเหมือนจับวาง เปิดเพลงเดิม เวลาเดิม เปิดแอร์ที่อุณหภูมิเดิม...แม้ไลลาจะปรับขึ้นให้สูงเพียงใด มันก็จะถูกเปลี่ยนกลับทุกครั้งที่เขาเข้าห้อง ที่แย่กว่านั้นคือ...แม้แต่คำพูดของเขา “นอนได้แล้ว ลลิน...” นั่นไม่ใช่ชื่อเธอ และเขาก็รู้...ว่าไม่ใช่ แต่เขาก็ยังเรียกมัน “กินข้าวให้หมด...เหมือนทุกที” เมนูอาหารไม่เคยเปลี่ยน — แกงจืดหมูสับ ไข่ต้มยางมะตูม และข้าวกล้องร้อน ๆ มันไม่ใช่ของโปรดของเธอ แต่เขาไม่เคยถามว่าเธอชอบอะไร เหมือนเขารู้ ‘แล้ว’ ว่าเธอชอบอะไร...แต่ไม่ใช่เธอคนนี้ เหมือนเขาเขียนบทไว้ล่วงหน้า และแค่รอให้เธอ “เล่น” ตาม ไลลายืนอยู่หน้า walk-in closet ที่เธอไม่เคยเลือกเปิดด้วยตัวเองสักครั้ง ตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ที่อยู่ถัดจากเตียงนอน ตู้ที่เขาบอกว่า “เตรียมไว้ให้เธอหมดแล้ว” เธอเปิดมันออก...ช้า ๆ เสื้อผ้าทั้งหมดเรียงรายอย่างประณีต — เสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีขาวเดิมซ้ำ ๆ เดรสผ้าชีฟองลายดอกเล็ก ๆ สีซีด กางเกงผ้าลินินขาเต่อแบบเดียวกันหลายตัว รองเท้าไม่มีคู่ไหนเกินเบอร์ 38 และไม่มีสีอื่นนอกจากขาว ครีม น้ำตาล ไม่ใช่สไตล์ของ ‘เธอ’ และบางชิ้น...มีกลิ่นของน้ำหอมแบบเดียวกับที่วางอยู่ในห้องน้ำ กลิ่นเดียวกับที่เขาใช้...หรือใครอีกคนเคยใช้? เธอลองหยิบเดรสตัวหนึ่งออกมาถือไว้ในมือ ปลายแขนเสื้อมีรอยปักชื่อเล็ก ๆ สีขาวซีด L.L. — หรือ...ลลิน? เธอไม่แน่ใจว่ามันเป็นชื่อย่อ หรือแค่ความบังเอิญ แต่ในวินาทีนั้น ร่างกายเธอกลับเย็นเยียบเหมือนถูกสาดน้ำเย็นจัดจากฝันร้าย เธอหันกลับไปมองเตียง ผ้าห่มลายดอกสีซีดที่เขาวางไว้ให้เธอห่มทุกคืน...เหมือนกันกับสีเสื้อผ้าที่เธอเห็นในตู้ ผืนผ้าที่เหมือนมี ‘กลิ่นของใครบางคน’ โคมไฟข้างเตียงที่เป็นลายลูกไม้...ดูไม่เข้ากับเขาเลยแม้แต่น้อย ตุ๊กตาผ้าเล็ก ๆ ที่วางอยู่ตรงหัวเตียงฝั่งเธอ — เธอไม่ได้เอามา แต่เขาไม่เคยเก็บมันออกไป ราวกับว่า... ทั้งหมดนี่เคยเป็นของใครบางคน และเธอ...แค่ถูก ‘วางแทนที่’ ลงในภาพจำ คืนนั้น ฝนตกหนัก ไลลานั่งกอดเข่าบนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่น ขณะอีกฝ่ายนอนอยู่ในห้องนอนที่พวกเขาใช้ร่วมกัน เธอไม่ได้หนี...แต่ก็ไม่ได้เข้าใกล้เขาอีกแล้ว เธอเคยพยายามทำความเข้าใจเขา เคยคิดว่าเขาแค่เย็นชา — ไม่รู้วิธีรักใคร แต่ตอนนี้...เธอเริ่มแน่ใจว่าเขากำลัง ‘รักใครบางคนผ่านเธอ’ และที่น่ากลัวกว่านั้น... เขาอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ...ว่าเธอไม่ใช่ ‘ลลิน’ ตีสอง — เธอยังไม่หลับ เสียงเพลงเปียโนยังคงบรรเลง...ช้า ๆ วนซ้ำ ๆ ทุกคีย์ที่ดังขึ้น ไม่ใช่แค่เสียงเปียโน — แต่มันคือเสียงตอกตะปูปิดโลงให้เธอช้า ๆ ทุกวัน อคินเดินออกจากห้องนอน เสื้อยืดสีดำกับกางเกงวอร์มที่เขาใส่ทุกคืนยิ่งทำให้เขาดูเหมือนภาพซ้ำในฝัน เขาเดินผ่านเธอไปที่ห้องครัว “คุณจะไม่เบื่อเพลงนี้หน่อยเหรอคะ?” เธอถามเสียงเบา ขณะยังหันหน้ามองออกไปที่หน้าต่างกระจกสูง เขาหยุดชะงักเล็กน้อย “…ไม่” คำตอบของเขาสั้น และห้วน “คุณเปิดมันทุกวันเลยนะคะ” “เธอก็แค่ฟังไป อย่าคิดมาก” น้ำเสียงเขาเย็นเฉียบ ไลลาเม้มริมฝีปาก เธอลุกขึ้นช้า ๆ แล้วเดินตามเข้าไปในครัว “ฉันหนาวค่ะ” “แอร์มันปรับอัตโนมัติ อย่าไปยุ่งกับมัน” “แต่มันหนาวเกินไป ฉัน—” “เธออยู่ได้” เขาตัดบท ไม่มองหน้าเธอแม้แต่น้อย เธอนิ่งไป นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ ไม่ใช่เสื้อของเธอ ไม่ใช่กลิ่นของเธอ ไม่ใช่เพลงของเธอ ไม่ใช่เตียงของเธอ และเขาก็ไม่ได้เห็นว่าเธอเป็น “เธอ” เขาเห็นเธอเป็น “เธอคนนั้น” “คุณเห็นฉันเป็นใครกันแน่คะ?” เธอถามออกมาในที่สุด เสียงนั้นแผ่ว แต่ตรง — และตรงพอจะทำให้มือเขาหยุดค้างตรงแก้วน้ำที่กำลังจะหยิบ อคินเงียบ — เงียบจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากก็อกที่ปิดไม่สนิท เธอมองเขาเต็มตา “…คุณเรียกชื่อคนอื่นตอนหลับ” เธอพูดต่อ “คุณกอดฉัน เหมือนกำลังกอดคนอื่น” เขายังเงียบ เหมือนทุกคำที่เธอพูดกำลังแทงทะลุเข้ากลางอก — แต่เขาไม่ยอมให้มันไหลออกมาทางสายตาหรือสีหน้า “ฉันไม่ใช่ลลินค่ะ” เธอพูดชัดเจน เขาหันมาช้า ๆ ดวงตานั้นยังคงไร้อารมณ์ “ฉันจะไม่เป็นตัวแทนของใครอีกแล้ว...” เธอกระซิบต่อ แล้วก็เดินกลับเข้าห้องไป เสียงเพลงยังคงเล่น ทำนองเดิม คีย์เดิม จังหวะเดิม แต่มันคือเสียงของความป่วยไข้ — ไม่ใช่เสียงดนตรีอีกต่อไป บรรยากาศในห้องนอนเย็นจัด แม้ไม่มีใครแตะรีโมตปรับอุณหภูมิก็ตาม ไลลานอนนิ่งบนเตียง ร่างกายสั่นเพราะพิษไข้เก่าที่ยังไม่หายดีนัก แต่นั่นไม่ร้ายแรงเท่าใจที่เริ่มปริแตกในแต่ละวัน ตั้งแต่คืนนั้น...คืนนั้นที่เธอถามเขาว่าเห็นเธอเป็นใครกันแน่ — และตอบกับตัวเองว่าเธอจะไม่ยอมเป็นตัวแทนของใครอีกต่อไปแล้ว — ความเงียบก็เริ่มเปลี่ยนโทน ไม่ใช่ความเงียบที่สงบ แต่คือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงสะท้อนจากความตึงเครียดที่ไม่มีใครยอมพูด อคินยังคงใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ — เปิดเพลงเดิม ปรับอุณหภูมิห้องแบบเดิม จัดเตียง จัดอาหาร จัดชุดนอนเหมือนทุกวัน และเธอ...ก็เริ่ม “ต่อต้าน” “ไปนอนได้แล้ว” เขาสั่งขณะยืนพิงขอบประตูห้องนอน “ฉันยังไม่ง่วงค่ะ” เธอตอบโดยไม่หันมามอง ขณะยังจ้องมองหน้าต่างเมืองยามค่ำจากโซฟาตัวเดิม อคินนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวกลับออกไป โดยไม่พูดอะไร แต่แววตาที่เขามองหลังเธอ — ราวกับเปลวไฟในเงาสะท้อน วันต่อมา “กินข้าว” เขาวางจานข้าวบนโต๊ะ กระชับเสียงสั้น ๆ “เดี๋ยวค่ะ ฉันยังไม่หิว” ไลลาตอบอย่างนุ่ม แต่หนักแน่น เงียบ... เขาเดินออกไปอีกเช่นกัน แต่ประตูห้องถูกปิดเสียงดังขึ้นกว่าเดิม ไลลารู้ตัวดี เธอกำลังเล่นกับ ‘เงื่อนไข’ ที่อคินไม่เคยให้ใครล้ำเส้น และแล้ว…วันหนึ่ง วันพฤหัสบดีที่เขาพาเธอไปเยี่ยมนที — เธอแอบใช้เงินเล็ก ๆ ที่ซ่อนไว้ติดกระเป๋า ซื้อลูกไม้ผืนบางและเสื้อมือสองตัวใหม่จากตลาดใกล้โรงพยาบาล เสื้อนั้นเรียบง่าย สีฟ้าอ่อน ผ้าบางเบา ไม่หรูหรา ไม่แพง...แต่คือ “เสื้อของเธอ” เสื้อตัวนี้ไม่ใช่แค่ผ้า...แต่มันคือการประกาศว่าฉันยังมีอยู่ ไม่ใช่ของใครบางคนที่เขาเอามาให้เธอใส่จนเหมือนกลายเป็นหุ่นเชิดในความหลอนซ้ำเดิมของเขา และนั่น...คือวันที่เขาระเบิด หลังกลับจากโรงพยาบาล ประตูห้องถูกปิดด้วยเสียงที่ทำให้พื้นสะเทือน อคินก้าวเข้ามาหาเธอ — ดวงตาคมกริบเหมือนมีดผ่าตัดที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ “นั่น...เสื้อมาจากไหน?” เสียงเขานิ่ง แต่เย็นเฉียบ ไลลากำชายเสื้อตัวเองแน่น สูดลมหายใจ “ฉันซื้อเองค่ะ...” “ไม่ได้ถามว่าเธอซื้อได้ยังไง — ถามว่าใครอนุญาต” “ฉันไม่คิดว่าต้องขออนุญาตใส่เสื้อของตัวเอง...” เธอตอบช้า ๆ น้ำเสียงแผ่วแต่หนักแน่น เสียงนั้นคือประกายไฟสุดท้าย ก่อนที่เงามืดจะครอบคลุมห้องไปทั้งหมด เขาก้าวเข้ามา แล้วกระชากเสื้อตัวนั้นจนขาด เส้นด้ายหลุดออกมาเหมือนหัวใจที่ฉีกกระชากในวินาทีเดียว ผ้าเบาบางนั้นหลุดจากร่างเธอ ทิ้งไว้เพียงบราเก่าที่เขาเองก็เคยเห็นมาแล้วหลายครั้ง — เพราะมันคือหนึ่งใน ‘ของใช้ของใครบางคน’ ที่เขาไม่เคยเปลี่ยนให้ ไลลาเบิกตา น้ำตาพร่า...แต่ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว “ถ้าเธอจะหนีจากบทที่ฉันเขียน...เธอไม่ต้องอยู่ที่นี่” เขากระซิบชิดริมใบหู แล้วเขาก็ผลักเธอลงกับโซฟา ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง พร้อมกับ ‘ล็อกประตู’ ประตูที่เคยเปิด...กลายเป็นผนังทึบ เสียงล็อคที่ดังแกร๊กคล้ายเสียงตอกตรึงตรา — เธอไม่ใช่คนอีกต่อไป...แต่เป็นทรัพย์สินที่ถูกเก็บไว้ คืนนั้น...เธอถูกขัง เหมือนนักโทษ เหมือนสัตว์เลี้ยง เหมือน ‘ร่างหนึ่ง’ ที่ไม่มีสิทธิจะเป็นตัวเอง เธอเคยคิดว่าห้องนี้คือกรง แต่คืนนี้...มันคือคุกจริง ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD