บทที่ 2 ข้อเสนอที่ไม่ใช่ความรัก - 2

1300 Words
“ขอโทษนะทีน...” เสียงไลลากระซิบแผ่วขณะก้าวลงจากรถสองแถวเก่า ๆ ที่มุ่งหน้าเข้าซอยลึกย่านชุมชนบางบัวทอง ใบหน้าเธอยังคงเปียกจากฝนปรอยๆ ที่โปรยลงมาระหว่างทาง น้ำฝนผสมเหงื่อไหลซึมตามไรผมลงสู่ปลายคาง ถุงผ้าที่ใส่ของใช้สำหรับน้องชายแน่นไปด้วยเสื้อยืดสีซีด ยา และเอกสารโรงพยาบาล แต่หัวใจของเธอเบากว่าเดิม — เพราะไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีอนาคตให้คาดหวังอีกแล้ว เสียงหัวเราะของผู้โดยสารคนหนึ่งในรถยังดังก้องในหัวเธอ แม้มันจะแค่ชั่วครู่ แต่กลับเหมือนมีดเล่มบางกรีดผ่านใจ เธอกำลังตกงานในวันที่ไม่มีแม้แต่เงินเหลือติดกระเป๋าเกินสามหลัก และพรุ่งนี้...เธอควรจะซื้อยาให้นที แต่ยาราคาเกือบพัน — ในขณะที่เธอเหลือไม่ถึงห้าร้อย เธอนั่งนิ่งอยู่ริมถนน หัวใจว่างเปล่าราวกับหล่นหายระหว่างทางฝนตก เธอไม่แม้แต่จะปาดน้ำตาที่เริ่มรินช้า ๆ จากหางตา “อย่าเพิ่งร้องไห้...เดี๋ยวทีนจะไม่มีคนดูแล” เธอบอกตัวเองในใจอย่างร้าวลึก ทันใดนั้น...เสียงโทรศัพท์มือถือที่จอแตกร้าวและปุ่มกดค้างบางปุ่มก็ดังขึ้น “ฮัลโหล?” เธอรับสายด้วยเสียงเหนื่อยล้า “คุณไลลาหรือเปล่าคะ? ฉันครูปิ่นนะคะ จากโรงเรียนของนที...คือนทีเกิดอาการกำเริบค่ะ! เขาหายใจไม่ทันและหมดสติระหว่างพักกลางวัน!” โลกทั้งใบของไลลาหยุดหมุนทันที “ช่วยส่งน้องไปโรงพยาบาล RAVEN ได้ไหมคะ! หมอที่ดูแลน้องอยู่ที่นั่นค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย!” เสียงของเธอสั่นแทบฟังไม่เป็นคำ ร่างทั้งร่างวิ่งออกจากซอยแทบไม่รู้ตัว มุ่งหน้าหารถแท็กซี่ที่ผ่านมาท่ามกลางเสียงแตรจราจรที่ไม่มีใครใส่ใจ ห้องฉุกเฉินของ RAVEN ยังคงคึกคักด้วยทีมแพทย์ พยาบาล และเครื่องมือที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเธอวิ่งมาถึงประตูหน้า หอบหายใจรัว มือเย็นเฉียบ ร่างของนทีถูกพยาบาลเข็นออกจากลิฟต์ชั้นฉุกเฉินพอดี “คุณคือผู้ปกครองน้องใช่ไหมคะ?” พยาบาลถาม “ใช่ค่ะ! ทีนเป็นยังไงบ้างคะ?!” “โชคดีมากที่คุณหมออคินอยู่ที่นี่ตอนนั้น เขาดูแลเคสนี้ด้วยตัวเองค่ะ อาการของน้องคงที่แล้ว แต่ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการก่อนค่ะ” คำว่า 'โชคดี' ฟังดูเป็นเรื่องน่าขันสำหรับเธอในตอนนี้ โชคดี...หรือชะตากรรมกำลังเล่นตลก? “คุณต้องรอคุยกับคุณหมอเจ้าของเคสเรื่องการรักษาต่อนะคะ” พยาบาลยิ้มให้แบบที่เธอคงคิดว่าช่วยให้ผู้ปกครองสบายใจ แต่หัวใจของไลลาไม่ได้สบายแม้แต่น้อย เธอยืนอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วย เฝ้าดูนทีผ่านกระจกใส เด็กชายที่เธอรักมากกว่าสิ่งใดกำลังหลับสนิทในเตียงใหญ่สีขาวสะอาด เธอสูดลมหายใจเข้า “พี่จะกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านนะทีน รอพี่นะ” แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวออกจากโถงผู้ป่วย เสียงเรียกชื่อของเธอก็ดังขึ้น “คุณไลลาใช่ไหมคะ? คุณหมออคินเชิญที่ห้องรับรอง VIP ค่ะ” เธอชะงัก ก้มมองตัวเองที่เปียกฝน พยายามจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินตามพยาบาลไปอย่างลังเล หัวใจเธอเต้นแปลก ๆ — เหมือนรู้ว่าเบื้องหลังประตูห้องรับรองนั้น...จะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น...และอาจจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเธอ ห้องรับรอง VIP เงียบเกินไปสำหรับโรงพยาบาลที่ควรเต็มไปด้วยเสียงผู้คน หมออคินนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ มือประสานกันอยู่บนแฟ้มคนไข้สีเทาเข้ม ร่างสูงสงบ ดวงตาคู่คมที่เคยไร้อารมณ์จ้องมองเธอโดยไม่ปิดบัง “นั่งสิ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงนิ่ง ไลลานั่งลง ตรงข้ามเขา รู้สึกได้ถึงความห่างชั้นระหว่างเก้าอี้ของเธอกับเขา แม้จะอยู่ในห้องเดียวกัน “อาการนทีคงที่ แต่ต้องผ่าตัดในอีกไม่กี่สัปดาห์” เขาเริ่มด้วยน้ำเสียงของหมอผู้เชี่ยวชาญ “ค่าใช้จ่ายทั้งหมด...ไม่น้อย” เธอกำแฟ้มกระเป๋าผ้าของตัวเองแน่น เสียงหัวใจดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ “ฉันจะหาเงินค่ะ...ไม่รู้ยังไง แต่จะหามาให้ได้...” “ไม่ต้องหา” เขาพูดตัดทันที เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นไหวอย่างมีหวัง — แต่ก็ต้องสะดุ้งทันทีเมื่อเห็นแววตาของเขา อคินลุกขึ้น เดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลจากโต๊ะด้านข้าง แล้ววางมันลงตรงหน้าเธออย่างแม่นยำ “ทั้งหมดนี่...จะครอบคลุมค่าผ่าตัด ค่าห้อง และค่าพยาบาลของนทีจนจบการรักษา” เขาเว้นจังหวะหนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แลกกับการที่คุณจะต้องอยู่กับผม...ในแบบที่ผมต้องการ” โลกของไลลาหยุดหมุน เธอนิ่งอยู่เกือบนาที ก่อนเสียงในหูจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง “คุณหมายความว่า...อะไรคะ?” เสียงเธอแทบไม่ออก “คุณเข้าใจดี” เขามองเธอตรง ๆ โดยไม่หลบ ไม่อธิบาย “แล้ว...แล้วนทีล่ะคะ? ถ้าฉันไม่รับข้อเสนอ...” “เขาจะยังได้รับการรักษาเท่าที่คุณมีปัญญาจ่าย” เขาตอบตรง แต่ไม่เย็นชา — น้ำเสียงของเขากลับเหมือนพูดถึงสัญญาเช่าคอนโดมากกว่าเรื่องชีวิตคน ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง เธอก้มหน้าลง มองมือตัวเองที่กำแน่นอยู่อย่างสั่นเทา “ฉัน...ขอโทษค่ะ ฉันทำไม่ได้...ฉัน...ฉันจะหาเงินมารักษานทีเองค่ะ” เธอลุกขึ้น เตรียมจะเดินออก แต่เสียงของเขาดังขึ้นทันที เย็นจัดและเฉียบคม อคินต้องทำอะไรสักอย่าง เหมือนกับลูกไก่จะไม่ยอมอยู่ในกำมือ เพราะฉะนั้นเขาต้องบีบเธอมากขึ้น และคนอย่างเขาทำได้อยู่แล้ว “ถ้าคุณก้าวออกจากห้องนี้...นทีจะไม่ได้รับการผ่าตัด” เขาเอนตัวพิงพนักเล็กน้อย มองเธอราวกับนักล่าที่รอเหยื่อยอมจำนนโดยไม่ต้องลงแรง เธอชะงัก เท้าค้างกลางอากาศ หัวใจตกจากอกลงสู่พื้นทันที “แล้วคุณจะกลับไปมองหน้าน้องชายตัวเองได้ยังไง...ในวันที่เขาไม่มีลมหายใจ?” คำนั้น...แทงทะลุเข้าไปถึงหัวใจที่อ่อนล้าเกินทน ไลลาหันกลับมา น้ำตาไหลเงียบ ๆ ทั้งที่ไม่เหลือแรงแม้แต่จะเช็ด “ฉันไม่มีทางเลือกใช่มั้ยคะ” “คุณมี” เขาตอบเรียบ ๆ “เลือกจะเป็นคนช่วยชีวิตน้อง...หรือคนที่ยืนมองเขาตาย” นั่นไม่ใช่ตัวเลือก — มันคือประโยคบังคับ เธอนิ่งไปอีกรอบ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งช้า ๆ ไลลานิ่งไป น้ำตาเริ่มไหลเงียบ ๆ เธอรู้...ว่าตัวเองไม่มีสิทธิเลือกทางไหน นทีต้องรอด ถ้าเธอต้องพังเพื่อให้นทีอยู่ — เธอจะยอม “ตกลงค่ะ” เสียงเธอเบาราวกับลมหายใจสุดท้าย อคินพยักหน้าอย่างคนที่คาดไว้แล้ว เขาหยิบกุญแจคอนโดสีดำออกมาจากลิ้นชัก วางลงบนโต๊ะต่อหน้าเธอ “งั้นก็เริ่มคืนนี้” คำพูดของเขากระทบใจเหมือนฝาโลงถูกตอกลงอย่างสมบูรณ์ เธอไม่รู้ว่าร่างกายกำลังหายใจอยู่ได้ยังไง...ทั้งที่ข้างในมันตายไปแล้ว เธอชะงัก ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ “แต่...ฉันต้องอยู่เฝ้านทีคืนนี้” “ผมจะจัดพยาบาลพิเศษตลอด 24 ชั่วโมงให้” เขาตอบทันควัน “คุณไม่มีอะไรต้องกังวล” คำว่า ‘ไม่มีอะไรต้องกังวล’ สำหรับเขา...คือคำสั่งประหารเงียบ ๆ สำหรับเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD