บทที่ 1

839 Words
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะ คุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้ "ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง "ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม" "คุณอย่าทำแบบนี้เลย" นายแพทย์เซอร์เวย์รีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้า ให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง "คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้ "คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้" "คุณหมอคะคนไข้.." ทันใดนั้นพยาบาลก็รีบวิ่งมาแจ้งอาการของผู้ป่วย "แม่ฉันใช่ไหมคะ ท่านเป็นอะไรคะ" หญิงสาวจำได้ว่าพยาบาลคนนี้ เป็นคนที่ดูแลอยู่ห้องที่แม่เธอรักษาตัวอยู่ นายแพทย์เซอร์เวย์รีบก้าวเดินตามไป "พาคนไข้กลับห้องไอซียูด่วน" พอเห็นอาการคนไข้ไม่สู้ดี แพทย์ผู้รักษาก็เลยต้องได้นำกลับห้องไอซียู เพิ่งจะพาออกจากห้องนั้นมายังไม่ครบ 24 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ "แม่คะ แม่ต้องรอหนูนะ หนูกำลังพยายามอยู่ แม่ต้องพยายามช่วยหนูอีกแรงนะ" ขณะที่กำลังเข็นแม่กลับห้องไอซียู หญิงสาวก็วิ่งตามไปไม่ยอมห่าง "ญาติคนไข้รอข้างนอกนะคะ" พยาบาลกันตัวเธอไม่ให้ตามเข้าไปในห้องนั้น "คุณหมอคะ ช่วยแม่ฉันด้วย" ประโยคสุดท้ายเธอไม่ได้พูดกับแม่ เธอเลือกที่จะอ้อนวอนขอร้องเขา วันต่อมา.. "คุณหมอล่ะคะ" "คุณหมอออกเวรไปแล้วค่ะ" "บ้านของคุณหมออยู่ไหนคะ" "ทางเราบอกไม่ได้จริงๆ ค่ะ" พยาบาลไม่รู้หรอกว่าเธอต้องการคุยอะไรกับคุณหมอ เธอก็เหมือนญาติคนไข้ทั่วไปที่ขอเข้าพบหมอเจ้าของไข้ แต่ไม่เคยมีใครถามหาบ้านของแพทย์ผู้รักษาแบบนี้ "ขอบคุณมากนะคะ" หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยหวานเรือนร่างระหง เดินกลับไปเฝ้าหน้าห้อง ICU แม่แบบหมดหวัง เธอเรียนแพทย์มาก็จริงแต่เรียนไม่จบ เพราะฐานะการเงินทางบ้าน พอสิ้นใบบุญของพ่อ ทุกอย่างก็ดูตกต่ำไปหมด แถมแม่ยังมาป่วยหนัก เธอยอมขายบ้านที่มีอยู่ เพื่อรักษาแม่ ถ้ารอคนบริจาคอวัยวะอาจจะช้าเกินไป เธอจึงพยายามเสาะหาคนที่มีอวัยวะเข้ากันกับแม่ได้ ถึงแม้จะหาเจอ แต่ปัญหานั้นก็ไม่ได้หมดไป เพราะถ้าผ่าตัดมันคือเรื่องผิดกฎหมาย เกี่ยวกับการขายอวัยวะในร่างกาย เธอจึงต้องได้ขอร้องอ้อนวอนคนที่คิดว่าจะช่วยได้ แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาไม่ใช่ญาติโกโหติกาจะยอมเสี่ยงมาช่วยเธอทำไม "แม่คะ" ดวงตากลมมองเข้าไปดูแม่ที่นอนไม่ได้สติอยู่อีกห้องหนึ่งผ่านกระจกบานเล็กๆ "หนูขอโทษที่ช่วยแม่ไม่ได้" แต่เธอคงไม่ละความพยายามแค่นี้แน่ ตอนที่คิดจะขายบ้านแม่ก็ห้ามไว้แล้ว แต่เธอเหลือแม่แค่คนเดียวสมบัตินอกกายถึงหมดไปก็หาใหม่ได้ [บ้านพลตรีนายแพทย์วันเวย์] "กว่าจะกลับบ้านได้นะเรา" "งานที่โรงพยาบาลเยอะครับพ่อ" "แพทย์คนอื่นก็มีโยนงานให้ลูกน้องบ้าง" ผู้เป็นพ่อก็สงสารลูกอยู่หรอก เพราะน้องชายอีกสองคนไม่มีใครเอางานทางด้านนี้เลย "คนอื่นก็งานเต็มมือเหมือนกันแหละพ่อ" ยิ่งขยายโรงพยาบาลงานของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น "นานๆ ลูกจะกลับบ้านทีคุณก็อย่าชวนลูกคุยเรื่องงานนักสิคะ" ส่วนมากลูกชายจะค้างอยู่ที่โรงพยาบาล นานๆ ถึงได้กลับบ้าน "พ่อว่าเราควรจะมีเมียได้แล้ว" "แม่ก็ว่าแบบนั้นแหละ" เพราะอายุของลูกชายก็ก้าวผ่านเลขสามมาแล้ว "เอาแบบนี้ไหม เดี๋ยวพ่อจะนัดให้เจอกับลูกสาวของเพื่อนพ่อ เรียนแพทย์มาเหมือนกัน" "ก็ดีนะคุณ จะได้ช่วยกันบริหารโรงพยาบาล" "พ่อกับแม่กำลังคิดอะไรอยู่ครับ ถามผมหรือยัง" พอพูดจบเซอร์เวย์ก็เดินขึ้นห้องไป "หรือว่าลูกเราจะไม่ชอบผู้หญิงคะ" ผู้เป็นแม่ไม่เคยเห็นลูกชายพาผู้หญิงมาแนะนำให้รู้จักสักที และก็ไม่เคยได้ยินว่าลูกมีแฟน ได้ยินประโยคนี้จากภรรยา มันก็ยิ่งทำให้พลตรีนายแพทย์วันเวย์คิดหนัก เพราะมีแค่ลูกชายคนนี้ที่จะฝากฝังให้บริหารโรงพยาบาล ถ้าไม่มีทายาทสืบต่อจะทำยังไง..
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD