ชุดเดรสสั้นสีขาวบริสุทธิ์

1500 Words
แพรวากำลังยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ภายในห้องนอนของเธอ ดวงตากลมโตจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปไปหมด ชุดเดรสสั้นสีขาวบริสุทธิ์ที่พี่ขุนส่งมาให้เมื่อช่วงบ่ายนั้นมันสวยงามมากจริงๆ เนื้อผ้าลูกไม้บางเบาประดับอยู่ตรงช่วงไหล่และชายกระโปรง ทำให้ชุดนี้ดูละเอียดอ่อนและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ แต่สิ่งที่ทำให้แพรวาใจสั่นก็คือความสั้นของกระโปรงที่เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนจนถึงเหนือเข่า และช่วงคอที่กว้างเผยให้เห็นไหปลาร้าที่สวยงามของเธอ "ชุดอะไรกันเนี่ย จะใส่ไปทานข้าวหรือจะใส่ไปเดินแบบกันแน่" แพรวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางพยายามดึงชายกระโปรงลงมาให้ยาวกว่าเดิม แต่ก็ทำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น น้องกะทิแมวขาวกระโดดขึ้นมานั่งบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วจ้องมองเธอด้วยดวงตาสีฟ้าครามราวกับจะบอกว่า "ก็สวยดีนี่นา เจ้านายเราชอบแบบนี้แหละ" แพรวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจว่าจะใส่ชุดนี้ลงไปทานมื้อค่ำตามความต้องการของพี่ขุน เพราะเธอไม่อยากจะถูกลงโทษมากกว่านี้แล้ว แค่เมื่อคืนเธอก็แทบจะทนรับไม่ไหวแล้วจริงๆ หญิงสาวค่อยๆ ก้าวเดินออกจากห้องนอนด้วยความระมัดระวัง ทุกย่างก้าวของเธอมันช่างดูงดงามและน่ามอง เสียงรองเท้าส้นเตี้ยกระทบกับพื้นหินอ่อนเบาๆ ทำให้หัวใจของเธอยิ่งเต้นรัว แพรวาเดินลงบันไดมายังห้องอาหารที่ดูโอ่อ่าและหรูหรากว่าเมื่อตอนเช้ามาก แสงไฟสีนวลตาจากโคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับไปทั่วทั้งห้อง บนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่มีเชิงเทียนสีทองอร่ามและจานชามราคาแพงระยับจัดวางไว้อย่างประณีต และที่นั่นเอง พี่ขุนกำลังนั่งรอเธออยู่แล้ว ชายหนุ่มอยู่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมออกสองเม็ดเหมือนเคย เผยให้เห็นแผงอกขาวแน่นที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูเรียบเฉยแต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความพอใจและหิวกระหายจนแพรวารู้สึกร้อนไปทั้งตัว "มาแล้วเหรอแพร พี่คิดว่าจะต้องไปตามถึงบนห้องเสียแล้ว" ขุนเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าราวกับกระซิบ "แพรขอโทษค่ะที่มาช้า" แพรวารีบตอบรับแล้วเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขาโดยมีพ่อบ้านคอยช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้ ขุนเขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาแค่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ร้อนแรงจนแพรวาแทบจะวางตัวไม่ถูก เธอได้แต่ก้มหน้ามองจานอาหารที่ตอนนี้มีสเต๊กเนื้อวัวชิ้นหนากำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนอยู่ตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีอารมณ์จะทานอะไรลงไปได้เลย มื้อค่ำคืนนี้มีแค่เธอกับเขาเพียงสองคนบนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ที่กว้างขวางเกินไปจนมันดูอ้างว้างชอบกล "ไม่ชอบกินสเต๊กเหรอ" พี่ขุนเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้แตะอาหารเลย "ชอบค่ะ แพรแค่ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่" แพรวาตอบเสียงแผ่ว พลางพยายามใช้มีดหั่นสเต๊กชิ้นใหญ่แต่ก็ทำได้ไม่ค่อยถนัดนักเพราะความประหม่า ขุนเขาเห็นความเงอะงะของเธอก็อดไม่ได้ที่จะเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เขาตัดสเต๊กของตัวเองเป็นชิ้นพอดีคำก่อนจะเลื่อนจานอาหารของตัวเองมาวางตรงหน้าเธอ "ลองทานของพี่ดูสิ พี่ตัดให้แล้ว" เขาสั่งด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แพรวาเงยหน้ามองเขาด้วยความแปลกใจ พี่ขุนไม่ได้เป็นคนอ่อนโยนขนาดนั้น แต่บางทีเขาก็มีมุมที่ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจแบบนี้ หญิงสาวรับจานสเต๊กมาจากเขาแล้วค่อยๆ ใช้ซ้อมจิ้มเนื้อเข้าปาก มันนุ่มละมุนลิ้นและรสชาติอร่อยมากจริงๆ เธอพยักหน้าให้เขาก่อนจะบอกว่า "อร่อยมากเลยค่ะพี่ขุน" "ก็ดี... ทีหลังจะได้มาทานกับพี่บ่อยๆ" เขาพูดพร้อมกับจ้องมองรอยยิ้มจางๆ ของเธอ ตลอดมื้อค่ำนั้นพี่ขุนไม่ได้พูดอะไรมากนัก เขาแค่จ้องมองเธอทานอาหารด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา บางครั้งก็ดูเหมือนจะเอ็นดู แต่บางครั้งก็เหมือนจะหิวกระหายจนแพรวาต้องหลบสายตาเขาบ่อยๆ เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว พ่อบ้านก็เข้ามาเก็บจานชามออกไปเหลือเพียงสองคนกับแสงเทียนที่กำลังส่องไหวระริก "วันนี้คงเหนื่อยมาทั้งวันแล้วใช่ไหม" ขุนเขาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มมีสีหน้าอ่อนเพลีย "นิดหน่อยค่ะ แพรพาน้องกะทิไปเดินเล่นที่สวนนานไปหน่อย" แพรวาตอบ "ไม่ต้องเรียกกะทิว่าน้องกะทิก็ได้ เรียกแค่กะทิก็พอ มันเป็นลูกสาวพี่นะ" ขุนเขาเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ แพรวาได้แต่นั่งเงียบๆ เธอรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่เงียบงันนี้เหลือเกิน เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรต่อไปดี จนกระทั่งพี่ขุนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเธอ "ขึ้นห้องไปพักผ่อนได้แล้วแพร" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า "ค่ะพี่ขุน" แพรวารีบจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่เขากลับรั้งเธอไว้ด้วยการวางมือหนาลงบนไหล่บางของเธอ "ชุดที่พี่เลือกให้... สวยดีนะ เหมาะกับเธอมากเลย" เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างใบหูของเธอ กลิ่นกายชายที่ร้อนแรงและกลิ่นเหล้าจางๆ ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวอีกครั้ง "แต่ถ้าเธอใส่ให้พี่ดูแบบใกล้ๆ มันจะสวยกว่านี้อีกนะ" แพรวารีบก้มหน้าลงซ่อนความอับอายและใบหน้าที่แดงก่ำ พี่ขุนยังคงไม่เลิกแกล้งเธอเลยสักนิดเดียว หญิงสาวพยายามจะก้าวเดินออกไปแต่เขากลับรั้งเธอไว้ด้วยการใช้มืออีกข้างเชยคางมนของเธอขึ้นช้าๆ บังคับให้เธอสบตากับเขา "พี่ขุน..." เธอเอ่ยชื่อเขาเสียงแผ่ว ขุนเขาไม่ได้ตอบอะไร เขาแค่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงราคะ ก่อนจะก้มลงไปกดจูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากอิ่มของเธออย่างรวดเร็วและรุนแรงราวกับต้องการจะลงโทษเธออีกครั้ง จูบนั้นไม่ได้แผ่วเบาแต่กลับเต็มไปด้วยความหิวกระหายและเอาแต่ใจจนแพรวาต้องหลับตาแน่นเพื่อรับสัมผัสที่ร้อนระอุ เขาถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่ง พลางใช้นิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอ "นี่เป็นแค่การทักทายนะแพร คืนนี้เธอคงหลับสบายไปอีกคืนแล้วล่ะ" เขาพูดด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เธอรู้สึกเสียวสันหลังวูบ "แต่พรุ่งนี้... พี่จะขอให้เธอไปดูหนังกับพี่ พี่อยากให้เธอออกไปเห็นโลกภายนอกบ้าง" แพรวาได้แต่พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เธอไม่กล้าปฏิเสธเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อพี่ขุนปล่อยมือจากเธอ แพรวาก็รีบวิ่งขึ้นห้องนอนไปทันทีเหมือนถูกผีไล่ตาม หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอรู้ดีว่าการได้อยู่กับพี่ขุนมันอันตรายแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความอันตรายนั้นมันดึงดูดใจเธอเหลือเกิน หญิงสาวล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างๆ น้องกะทิที่ตื่นขึ้นมามองเธอด้วยดวงตากลมโต แพรวายกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองอีกครั้ง รสจูบของขุนเขา ไม่ได้จางหายไปไหนแต่กลับติดตรึงอยู่ตรงนั้นราวกับจะย้ำเตือนเธอว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว เธอถูกขังอยู่ในกรงทองของพยัคฆ์ร้ายตัวนี้ไปตลอดกาล และดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีวันหาทางออกเจอเลยเสียด้วยซ้ำ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ปนเปกันระหว่างความหวาดกลัวและความปรารถนาเริ่มเข้ามาครอบงำจิตใจของแพรวาอย่างสมบูรณ์แบบ แพรวาได้แต่ภาวนาให้พรุ่งนี้เช้ามาถึงไวๆ เพราะเธออยากรู้เหลือเกินว่าพี่ขุนจะพาเธอไปดูหนังแบบไหน และการออกไปข้างนอกกับเขาครั้งแรกนี้จะนำพาเธอไปพบเจอกับเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นและอันตรายขนาดไหนกันแน่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD