แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่สาดส่องลอดผ่านม่านลูกไม้สีขาวเข้ามาภายในห้องนอนทำให้แพรวาต้องค่อยๆ ขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งไปทั้งตัว
เธอรู้สึกเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดถึงสัมผัสที่รุ่มร้อนของพี่ขุนในห้องทำงานเมื่อคืนนี้ หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อความเจ็บจี๊ดที่สะโพกแล่นเข้ามาเตือนความจำว่าแรงบีบของมือนั้นรุนแรงแค่ไหน เธอหันไปมองข้างกายก็พบว่าน้องกะทิแมวขาวจอมหยิ่งตื่นแล้วและกำลังนั่งเลียขนอยู่ตรงปลายเตียงอย่างสบายอารมณ์ราวกับไม่รู้เลยว่าเมื่อคืนคนดูแลของมันเพิ่งจะโดนเจ้าของบ้านรังแกมาอย่างหนัก
แพรวาฝืนตัวลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อชำระล้างความรู้สึกสับสนออกไปจากใจแต่เมื่อเธอยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่เธอก็ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา รอยแดงจางๆ ที่ซอกคอและลาดไหล่ยังคงชัดเจนราวกับจะตอกย้ำว่าเหตุการณ์เมื่อคืนมันไม่ใช่ความฝัน
เธอต้องเลือกสวมเสื้อเชิ้ตคอปกที่ปิดมิดชิดที่สุดเพื่อปกปิดร่องรอยเหล่านั้นก่อนจะอุ้มแมวขาวเดินลงมายังห้องอาหารชั้นล่างตามเวลาที่พ่อบ้านเคยบอกไว้ หัวใจของเธอเต้นรัวทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าคมคายของพี่ขุน
กลิ่นหอมของกาแฟและอาหารเช้าลอยมาแตะจมูกแต่สิ่งที่ทำให้แพรวาต้องหยุดชะงักอยู่ตรงประตูห้องอาหารคือร่างสูงใหญ่ของเจ้าของบ้านที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว พี่ขุนอยู่ในชุดลำลองสบายๆ เป็นเพียงเสื้อยืดสีขาวคอกลมที่ดูเหมือนจะเล็กไปนิดสำหรับมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นอยู่ข้างใน เขากำลังนั่งอ่านเอกสารในแท็บเล็ตพลางจิบกาแฟไปด้วยท่าทางที่ดูสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เลยสักนิด ท่าทางขรึมๆ ของเขาทำให้เธอยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่
"นั่งลงสิแพร พี่รอทานข้าวพร้อมเธออยู่"
ขุนเขาเอ่ยขึ้นโดยที่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอแท็บเล็ตแต่เสียงทุ้มต่ำของเขากลับทำให้แพรวาใจสั่นจนแทบจะก้าวขาไม่ออก
เธอยอมเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างว่าง่ายโดยพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ พ่อบ้านเริ่มลำเลียงอาหารเช้ามาวางตรงหน้าเธอมันมีทั้งข้าวต้มกุ้งหอมกรุ่นและน้ำส้มคั้นสดแต่แพรวากลับรู้สึกกลืนอะไรไม่ลงเลยแม้แต่คำเดียว เธอได้แต่ก้มหน้าก้มตานิ่งจนกระทั่งได้ยินเสียงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะดังปังเบาๆ
"ทำไมไม่ทาน หรือว่าข้าวต้มฝีมือแม่ครัวที่บ้านพี่มันไม่อร่อยพอสำหรับเธอ"
ขุนเขาจ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความดุดัน แพรวารีบส่ายหน้าเป็นพัลวันก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปากไปคำโตทั้งที่มันยังร้อนอยู่จนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความแสบร้อนที่ปลายลิ้น
"อร่อยค่ะพี่ขุน แพรแค่ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่"
หญิงสาวตอบเสียงแผ่วโดยไม่กล้าสบตาเขา
พี่ขุนเห็นท่าทางเงอะงะของเธอก็เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก เขาขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอ มือหนาวางลงบนไหล่บางของแพรวาแล้วค่อยๆ บีบนวดเบาๆ สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนจากฝ่ามือของเขาที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนถึงผิวหนัง
"รอยที่คอหายหรือยัง พี่จำได้ว่าเมื่อคืนพี่ไม่ได้ออมแรงเลยนะ"
ขุนเขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้ม แพรวาแทบจะสำลักน้ำส้มที่กำลังดื่มอยู่เธอพยายามจะขยับหนีแต่เขากลับเพิ่มแรงบีบที่ไหล่เป็นการเตือน
"พี่ขุนคะ ตรงนี้คนเยอะนะคะ แพรขอร้องล่ะค่ะ"
แพรพึมพำเสียงสั่นพลางมองไปรอบๆ ห้องอาหารที่มีสาวใช้เดินผ่านไปมา
"แล้วยังไง ใครหน้าไหนจะกล้ายุ่งเรื่องของพี่"
ขุนเขาพูดอย่างเอาแต่ใจก่อนจะปล่อยมือจากไหล่ของเธอแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม เขาจ้องมองเธอที่ตอนนี้หน้าแดงลามไปถึงหูด้วยสายตาที่บอกให้รู้ว่าเขาพอใจในปฏิกิริยาของเธอมากแค่ไหน
"ถ้าเธอไม่อยากให้คนอื่นเห็นรอยมากกว่านี้ เธอก็อย่าดื้อกับพี่อีก"
"แพรทราบแล้วค่ะ แพรจะจำไว้"
"ทานเสร็จแล้วพากะทิไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้านด้วย พี่จะไปทำงานแล้วและอย่าลืมที่พี่เตือนไว้ว่าอย่าเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืนอีก ไม่อย่างนั้นบทลงโทษในห้องทำงานเมื่อคืนจะถือว่าเป็นเพียงการหยอกเล่นเท่านั้น"
ขุนเขาทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคที่ทำให้แพรวาแทบจะมุดหน้าลงไปในชามข้าวต้มก่อนจะลุกเดินจากไปอย่างผ่าเผย
แพรวาได้แต่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็นนานสองนานหัวใจของเธอยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าเงินเดือนมหาศาลที่เธอจะได้รับมันคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เธอต้องเผชิญในบ้านหลังนี้หรือไม่ แต่เมื่อมองไปที่น้องกะทิที่กำลังอ้อนขออาหารอยู่ข้างๆ
เธอก็จำต้องสู้ต่อ หญิงสาวรวบรวมความกล้าแล้วพาน้องแมวเดินออกไปยังสวนหลังบ้านที่กว้างขวางปานอุทยาน
สวนหลังบ้านของคฤหาสน์นี้ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์และมีสระบัวขนาดใหญ่ที่สวยงามเกินจะบรรยาย
แพรวาพาน้องกะทิเดินเล่นไปตามทางเดินหินที่ตัดผ่านสวนสวยเธอเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้างเมื่อได้อยู่กับธรรมชาติแต่นั่นก็เพียงแค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น เมื่อเธอเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์
พี่ขุนยืนอยู่ตรงนั้นเขากำลังมองลงมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
แสงแดดที่ตกกระทบร่างสูงใหญ่ทำให้เขาดูเหมือนเจ้าป่าที่กำลังเฝ้าดูเหยื่อในอาณาเขตของตัวเอง แพรวารีบก้มหน้าลงแล้วแสร้งทำเป็นเล่นกับน้องกะทิเพื่อหลบเลี่ยงสายตาคู่นั้นแต่เธอรู้ดีว่าต่อให้เธอจะหนีไปซ่อนตัวที่มุมไหนของบ้านหลังนี้เธอก็ไม่มีวันรอดพ้นสายตาของพยัคฆ์ร้ายอย่างเขาไปได้เลย
"กะทิ เจ้านายเธอเขาเป็นคนยังไงกันแน่จ๊ะ"
แพรวาคุยกับแมวที่กำลังไล่จับผีเสื้อ
ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของแพรวาอีกครั้งมันมีความหวาดกลัวแต่ในขณะเดียวกันมันก็แฝงไปด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างประหลาด
เธอเริ่มอยากรู้ว่าผู้ชายที่มีเปลือกนอกดิบเถื่อนอย่างขุนเขานั้นเนื้อในของเขาจะเป็นอย่างไรกันแน่ และทำไมเขาถึงได้ดูเศร้าสร้อยในบางจังหวะที่เขาคิดว่าไม่มีใครเห็น
ช่วงบ่ายของวันนั้นแพรวาพาน้องกะทิกลับเข้าบ้านเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำให้เจ้าแมวขาวตามหน้าที่ แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปในห้องโถงเธอก็ต้องเจอกับสิ่งที่ทำให้เธอต้องใจเต้นรัวอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าในห้องนั้นมีกล่องขนาดใหญ่หลายกล่องวางรออยู่และทุกกล่องนั้นจ่าหน้าถึงชื่อของเธอเอง
"นี่คืออะไรเหรอคะลุงพ่อบ้าน" แพรวาถามด้วยความสงสัยขณะที่กะทิกระโดดขึ้นไปบนกล่องเหล่านั้น
"ของขวัญจากนายท่านครับ ท่านบอกว่าเป็นชุดสำหรับใส่เดินในบ้านและชุดทำงานที่ท่านเลือกให้ด้วยตัวเองครับ"
พ่อบ้านตอบด้วยรอยยิ้มอย่างใจดี
แพรวาเปิดกล่องออกดูแล้วก็ต้องหน้าแดงวาบอีกครั้งเพราะชุดเหล่านั้นมีแต่ผ้าเนื้อบางเบาสีสันนวลตาและที่สำคัญคือมันดูสั้นและเว้าแหว่งเกินกว่าจะเป็นชุดทำงานธรรมดา พี่ขุนไม่ได้ต้องการให้เธอมาดูแลแมวเพียงอย่างเดียวจริงๆ ด้วยแต่เขาต้องการจะเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดในกรงทองของเขา
เธอหยิบชุดเหล่านั้นขึ้นมาดูก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ชีวิตของแพรวาต่อจากนี้ไปคงจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียแล้วแต่มันกลับเต็มไปด้วยขวากหนามแห่งความปรารถนาที่พยัคฆ์ร้ายอย่างขุนเขาเป็นคนวางไว้ทุกลมหายใจของเธอจะถูกเขายึดครองไปทีละนิดจนในที่สุดเธอก็จะไม่เหลือความเป็นตัวเองอีกเลย
"พี่ขุนนะพี่ขุน แกล้งแพรได้ตลอดเวลาจริงๆ"
เธอพึมพำกับตัวเอง
คืนนี้พายุฝนเริ่มตั้งเค้าขึ้นมาอีกครั้งบนยอดดอยสูง แพรวานั่งรอเวลาที่จะต้องเผชิญหน้ากับพี่ขุนอีกครั้งในมื้อค่ำด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
เธอรู้เพียงว่าไม่ว่าเขาจะสั่งให้เธอทำอะไรเธอก็คงไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไปเพราะบ่วงรักที่เขาสร้างขึ้นมันช่างแน่นหนาและรัดรึงใจจนเธอหาทางออกไม่เจอเสียแล้ว
ความรู้สึกที่แสนวุ่นวายนี้ทำให้แพรวาต้องหยิบชุดที่พี่ขุนส่งมาให้ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง มันเป็นเดรสสั้นสีขาวบริสุทธิ์ที่มีลูกไม้ละเอียดอ่อนตรงชายผ้า
เธอชั่งใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจสวมมันเพื่อลงไปทานมื้อค่ำตามความต้องการของชายหนุ่มเจ้าอารมณ์ และเธอหวังเหลือเกินว่าคืนนี้พยัคฆ์ร้ายจะไม่ซ่อนเล็บที่แหลมคมไว้เพื่อทำร้ายจิตใจเธอไปมากกว่านี้
แต่ความจริงที่เธอไม่รู้คือ
ยิ่งเธอพยายามทำตัวให้เป็นเด็กดีเท่าไหร่ มันกลับยิ่งกระตุ้นความดิบเถื่อนในใจของขุนเขาให้ลุกโชนมากขึ้นเท่านั้น เพราะสำหรับเขาแล้ว แพรวาไม่ใช่แค่คนดูแลแมว แต่เป็นสมบัติชิ้นใหม่ที่เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเด็ดขาด