เช้าวันต่อมาบรรยากาศในคฤหาสน์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ แพรวาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเพราะวันนี้พี่ขุนบอกว่าจะพาเธอออกไปดูหนังข้างนอก
เธอรีบจัดการอาบน้ำแต่งตัวและดูแลน้องกะทิแมวขาวให้เรียบร้อยก่อนจะเดินลงมาหาชายหนุ่มที่ห้องโถงกลาง พี่ขุนวันนี้มาในลุคที่ดูสบายตาแต่ยังคงความเท่แบบดิบๆ ด้วยกางเกงยีนส์สีเข้มกับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงศอก เผยให้เห็นลำแขนแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดโปนดูแข็งแรง
"พร้อมหรือยังแพรวา"
ขุนเขาเอ่ยถามขณะที่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่นาฬิกาข้อมือราคาแพง
"พร้อมแล้วค่ะพี่ขุน แพรตื่นเต้นจังเลยค่ะที่จะได้ออกไปข้างนอกบ้าง"
หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มสดใสที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบไปชั่วครู่
ขุนเขาไม่ได้พูดอะไรต่อเขาเพียงแค่พยักหน้าแล้วเดินนำเธอไปที่รถสปอร์ตคันหรูที่จอดรออยู่หน้าคฤหาสน์
เขาอาสาเปิดประตูให้เธออย่างที่ชายหนุ่มผู้ดีเขาทำกันแต่แววตาของเขากลับยังคงความดุดันไม่เปลี่ยน รถคันหรูเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ตลอดทางแพรวาเอาแต่ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ข้างทางจนลืมสังเกตไปว่าคนข้างตัวกำลังแอบมองเธออยู่บ่อยครั้ง
เมื่อถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำในตัวเมือง พี่ขุนพาเธอเดินตรงไปยังโซนโรงภาพยนตร์ระดับวีไอพีที่ดูหรูหราและเป็นส่วนตัวมาก แพรวารู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะสายตาของผู้คนที่มองมาที่คู่ของเธอ พี่ขุนดูโดดเด่นและมีอำนาจจนใครๆ ต่างก็พากันเกรงขาม ส่วนเธอที่เดินตามหลังเขาก็ดูเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่พลัดหลงเข้ามาในถิ่นของเจ้าป่า
"พี่ขุนคะ คนมองเราใหญ่เลยค่ะ" แพรวากระซิบบอกเขาเสียงแผ่ว
"ปล่อยให้เขามองไปเถอะ ใครจะกล้าว่าอะไรเมียพี่"
ขุนเขาตอบกลับมาหน้าตาเฉยทำให้แพรวาถึงกับหน้าแดงวาบและอึ้งไปครู่ใหญ่
"แพรยังไม่ใช่เมียพี่ขุนสักหน่อยนะคะ"
เธอประท้วงเบาๆ แต่กลับได้รับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เป็นคำตอบ
ขุนเขาพาเธอเข้าไปในโรงภาพยนตร์ที่เป็นแบบห้องส่วนตัว
มีโซฟาขนาดใหญ่ที่ปรับเอนนอนได้และมีบริการอาหารเครื่องดื่มแบบจัดเต็ม หนังที่เขาเลือกเป็นหนังรักโรแมนติกที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้ บรรยากาศในโรงหนังมืดสลัวและเงียบสงบมีเพียงเสียงจากจอภาพยนตร์เท่านั้น แพรวานั่งเกร็งอยู่บนโซฟาจนกระทั่งพี่ขุนขยับเข้ามาใกล้แล้วโอบไหล่เธอไว้
"นั่งสบายๆ สิแพร พี่ไม่ได้จะกินหัวเธอตอนนี้สักหน่อย"
เขาพึมพำชิดใบหูจนเธอขนลุกซู่
หนังดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงฉากที่พระเอกและนางเอกกำลังพลอดรักกันอย่างดูดดื่ม แพรวารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเธอพยายามจดจ้องอยู่ที่หน้าจอแต่ใจกลับเต้นรัวเพราะสัมผัสจากมือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปตามต้นแขนของเธอ
ขุนเขาไม่ได้สนใจหนังที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิดสายตาของเขามีไว้เพื่อจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายเท่านั้น
"หนังสนุกไหมแพร" เขาถามเสียงพร่า
"คะ... ค่ะ สนุกดีค่ะพี่ขุน" เธอตอบแบบตะกุกตะกัก
"แต่พี่ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพี่ตอนนี้น่าสนใจกว่าหนังเยอะเลยนะ"
ไม่พูดเปล่าขุนเขาเชยคางมนของเธอให้หันมาสบตากับเขาในความมืด แสงไฟจากจอหนังที่ส่องกระทบใบหน้าคมคายทำให้เขาดูหล่อเหลาและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
เขาโน้มใบหน้าลงมาหาเธอช้าๆ จนริมฝีปากเกือบจะแตะกัน แพรวาหลับตาแน่นด้วยความขัดเขินแต่เธอก็ไม่ได้ผลักไสเขาออกไป สัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนโยนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อนแรงและหิวกระหายตามสัญชาตญาณพยัคฆ์ร้าย
ขุนเขาดูดดึงริมฝีปากอิ่มของเธออย่างเอาแต่ใจมือหนาเริ่มเลื่อนต่ำลงไปบีบเค้นเอวบางอย่างหนักมือจนแพรวาต้องครางออกมาเบาๆ ในลำคอ
ในโรงหนังที่มืดมิดและเย็นฉ่ำกลับมีความร้อนระอุเกิดขึ้นระหว่างคนสองคน แพรวารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดใจเพราะจูบที่ยาวนานและลึกซึ้งของเขา
เธอเผลอโอบกอดคอของเขาไว้แน่นเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว ขุนเขาพอใจกับการตอบสนองนั้นเขาผละริมฝีปากออกมาเพียงนิดเพื่อมองดูผลงานของตัวเองที่ทำให้สาวน้อยใต้ร่างหอบหายใจรวยริน
"พี่บอกแล้วไงว่าออกไปข้างนอกมันมีอะไรให้น่าตื่นเต้นกว่าอยู่ในบ้านเยอะ"
เขาพูดพร้อมกับกดจูบหนักๆ ที่ซอกคอขาวของเธออีกครั้ง
หลังจากดูหนังจบพี่ขุนพาเธอไปทานมื้อค่ำที่ร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนได้อย่างทั่วถึง
บรรยากาศช่างโรแมนติกจนแพรวารู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน พี่ขุนในโหมดนี้ดูใจดีและอ่อนโยนกว่าตอนอยู่ที่บ้านมากเขาคอยตักอาหารให้เธอและชวนคุยเรื่องต่างๆ จนเธอเริ่มผ่อนคลายความกังวลลงไปได้บ้าง
"พี่ขุนคะ ขอบคุณมากนะคะที่พาแพรออกมาเปิดหูเปิดตาแบบนี้"
แพรวาเอ่ยบอกด้วยความจริงใจ
"ถ้าเธอชอบ พี่จะพามาบ่อยๆ แต่ต้องแลกกับการเป็นเด็กดีของพี่นะ"
เขาพูดพร้อมกับจ้องมองเธอด้วยสายตาที่มีความหมายแฝง
คืนนั้นเมื่อกลับถึงคฤหาสน์พายุฝนก็เริ่มตั้งเค้าขึ้นมาอีกครั้ง แพรวาเดินขึ้นห้องนอนไปด้วยหัวใจที่พองโตเธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเธอกับพี่ขุนเริ่มจะมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
แต่เธอก็ไม่รู้เลยว่าภายใต้ความอ่อนโยนที่เขาแสดงออกมานั้นมันมีความลับบางอย่างที่เขายังไม่ได้บอกเธอ และความลับนั้นอาจจะทำให้หัวใจของเธอต้องเจ็บปวดในภายหลังก็ได้
เธอล้มตัวลงนอนกอดน้องกะทิแมวขาวที่มารอรับหน้าประตูห้อง ความรู้สึกจากการถูกเขาจูบในโรงหนังยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ แพรวาอมยิ้มกับตัวเองก่อนจะค่อยๆ
หลับตาลงด้วยความสุขใจโดยที่ไม่รู้เลยว่าพยัคฆ์ร้ายกำลังยืนมองเธออยู่ที่ระเบียงห้องฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและต้องการครอบครองเธอไปตลอดกาล