แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านหนาของห้องเพนต์เฮาส์สวีท สาดส่องลงบนเตียงขนาดใหญ่ที่ยุ่งเหยิง ภัคธีมา สิริวัฒน์ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ หัวของเธอปวดตุบๆ ราวกับถูกค้อนทุบ ร่างกายรู้สึกช้ำระบมไปหมด โดยเฉพาะส่วนล่างที่เจ็บแปลบเมื่อขยับ
“อึ้ย...” เธอครางเบาๆ มือยกขึ้นกุมขมับ พยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
ภาพเลือนรางผุดขึ้น... งานเลี้ยง ดื่มมากเกินไป ชายร่างสูงใหญ่พาเธอขึ้นลิฟต์ แล้ว... ความร้อนรุ่ม ดุเดือด ร่างกายพันกันบนเตียง เสียงครางของตัวเองที่ดังก้องในหู
“พระเจ้า...ฉันทำอะไรลงไป” เธออุทานเสียงแผ่ว รีบดึงผ้าห่มขึ้นปกปิดร่างกายเปลือยเปล่า
เธอหันไปมองข้างๆ เตียง ร่างกายกำยำของชายคนนั้นยังนอนหลับสนิทอยู่ ข้างกายเธอ หน้าอกกว้างขึ้นลงตามลมหายใจสม่ำเสมอ ใบหน้าคมเข้มที่ตอนนี้ดูผ่อนคลายกว่าที่เคยเห็น
ภัคธีมาเพ่งมองอย่างละเอียด แล้วหัวใจก็หล่นวูบ
“ไม่...ไม่นะ” เธอพึมพำเสียงสั่น มือปิดปากตัวเองแน่น
ชายคนนี้คือ... วายุภัทร วรเทพ CEO ของบริษัทที่เธอเพิ่งเข้าทำงานได้ไม่ถึงสัปดาห์!
ความตกใจทำให้เธอรีบลุกขึ้นจากเตียง แต่ขาแข้งอ่อนจนเกือบล้ม เธอรวบรวมเสื้อผ้าที่กระจายเกลื่อนพื้น รีบสวมเดรสยับยู่ยี่ กางเกงในที่ฉีกขาดเล็กน้อยทำให้เธอหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
“ฉันต้องไปจากที่นี่ ก่อนที่เขาจะตื่น” เธอคิดในใจ รีบคว้ากระเป๋าและรองเท้า แล้วค่อยๆ เดินย่องไปที่ประตูห้อง
แต่ก่อนที่มือเธอจะแตะลูกบิด ประตูก็ถูกเปิดจากข้างนอก
พนักงานโรงแรมในยูนิฟอร์มเรียบร้อยยืนยิ้มอยู่หน้าประตู ถือถาดอาหารเช้าที่หรูหรา – ขนมปังอบกรอบ ไข่ดาว แฮม และกาแฟดำร้อนฉ่า
“สวัสดีครับคุณผู้หญิง คุณวายุภัทรสั่งอาหารเช้ามาเสิร์ฟครับ” พนักงานพูดเสียงสุภาพ ก่อนจะมองเข้าไปในห้องและเห็นวายุภัทรที่นอนหลับอยู่บนเตียง
ภัคธีมารู้สึกเหมือนถูกจับได้คาหนังคาเขา หน้าแดงซ่าน “เอ่อ...ขอบคุณค่ะ แต่ฉัน...ฉันต้องไปแล้ว”
เธอรีบเบียดตัวออกจากห้อง วิ่งตรงไปยังลิฟต์โดยไม่รอคำตอบ ข้างในลิฟต์ เธอทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลพราก
“ฉันโง่ขนาดไหนเนี่ย... one night stand กับเจ้านายตัวเอง ชีวิตฉันจบแน่”
ลิฟต์ลงถึงชั้นล่าง เธอรีบตรงไปยังแท็กซี่หน้าประตูโรงแรม สั่งให้คนขับไปยังคอนโดเล็กๆ ย่านชานเมืองที่เธอเช่าอยู่กับน้องชาย
ระหว่างทาง เธอเช็คโทรศัพท์ที่แบตใกล้หมด ข้อความจากณิชชาเด้งขึ้นมาเต็มหน้าจอ
“ภัค! แกหายไปไหนเมื่อคืน? กูหาแทบตาย!”
“ผู้จัดการธนัชก็ถามหาแกด้วย บอกว่าต้องกลับไปเฝ้าน้องเหรอ?”
ภัคธีมาไม่ได้ตอบ เธอแค่ปิดเครื่อง แล้วร้องไห้เงียบๆ ในแท็กซี่
กลับถึงคอนโด เธอรีบอาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างแรง ราวกับจะลบรอยสัมผัสของเขาให้หมดสิ้น แต่รอยแดงระเรื่อบนคอ อก และต้นขา บอกชัดว่ามันเกิดขึ้นจริง
น้องชายของเธอ – ธีรภัทร อายุ 18 ปี – นั่งรถเข็นรอเธออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ใบหน้าซีดเซียวแต่ยิ้มสดใส
“พี่ภัค กลับมาแล้วเหรอ? เมื่อคืนไปปาร์ตี้สนุกไหม?”
เธอฝืนยิ้ม ก้มลงกอดน้องแน่น “สนุกจ้ะ...แต่พี่เหนื่อย เดี๋ยวพี่นอนพักก่อนนะ”
เธอเข้าไปในห้องนอน ล้มตัวลงบนเตียง น้ำตาไหลไม่หยุด “ฉันจะทำยังไงดี...ถ้าเขาจำฉันได้ ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป ฉันต้องถูกไล่ออกแน่ๆ”
ด้านวายุภัทร เขาตื่นขึ้นมาบนเตียงเปล่าๆ มือเอื้อมไปหาแต่ไม่เจอร่างอุ่นนุ่มที่เขาจำได้ดี
“หนีไปแล้วเหรอ” เขาพึมพำเสียงต่ำ ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
เขาลุกขึ้นอาบน้ำเย็นจัด สวมเสื้อคลุมอาบน้ำ แล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหารเช้าที่พนักงานนำมาเสิร์ฟ
ขณะจิบกาแฟดำ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาผู้ช่วยส่วนตัวทันที
“ตรวจสอบรายชื่อพนักงานใหม่ ชื่อภัคธีมา สิริวัฒน์ แผนกการตลาด ส่งข้อมูลทั้งหมดมาให้ฉันภายในชั่วโมงนี้”
ผู้ช่วยตอบรับอย่างรวดเร็ว “ครับคุณวายุภัทร”
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ข้อมูลของภัคธีมาก็ถูกส่งมาทางอีเมล – ประวัติการศึกษา ฐานะครอบครัว น้องชายป่วยโรคไต ค่ารักษาแพงหูฉี่ ที่อยู่ปัจจุบัน และแม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว
วายุภัทรอ่านอย่างละเอียด ดวงตาเป็นประกาย “น่าสนใจ...สาวน้อยที่กล้าหนีฉันไปแบบนี้”
เขายิ้มเย็น ก่อนกดโทรออกไปยังเบอร์ของเธอ
ภัคธีมาที่กำลังหลับตาพริ้มๆ อยู่บนเตียง สะดุ้งสุดตัวเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น เบอร์แปลก แต่เธอรับสายด้วยความระแวง
“ฮัลโหล...ใครคะ?”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น “ภัคธีมา สิริวัฒน์ใช่ไหม?”
เธอตัวแข็งทื่อ “ค...ใครพูดคะ?”
“วายุภัทร วรเทพ เจ้านายของเธอ”
หัวใจเธอหล่นไปที่ตาตุ่ม “คุณ...คุณวายุภัทร? ทำไมคุณมีเบอร์ฉันคะ?”
“ฉันมีทุกอย่างที่อยากรู้” เขาตอบเสียงเรียบ “รวมถึงเรื่องเมื่อคืนด้วย”
ภัคธีมารู้สึกโลกหมุนติ้ว “ค...เมื่อคืน? ฉัน...ฉันเมามาก ฉันขอโทษค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ”
“อุบัติเหตุ?” เขาหัวเราะเบาๆ เสียงเย็นยะเยือก “เธอครางชื่อฉันทั้งคืนแบบนั้นเรียกอุบัติเหตุเหรอ?”
เธอหน้าแดงก่ำ “คุณ...คุณพูดอะไรคะ! ฉันจำไม่ได้!”
“แต่ฉันจำได้ทุกอย่าง” เขาพูดเสียงต่ำ “และฉันชอบมัน เธอเป็นของฉันแล้วภัคธีมา”
“ไม่! ฉันไม่ใช่ของใครทั้งนั้น!” เธอตะโกนใส่โทรศัพท์ “เรื่องเมื่อคืนจบแค่นั้น อย่ามายุ่งกับฉันอีก!”
เธอวางสายทันที มือสั่นเทา
แต่ไม่ถึงนาที ข้อความเด้งขึ้นมา
“พรุ่งนี้เข้าห้องทำงานฉัน 9 โมงเช้า ถ้าไม่มา...งานของเธอจบ”
ภัคธีมาร้องไห้สะอึกสะอื้น “ฉันจะทำยังไงดี...พระเจ้า”
เธอไม่รู้เลยว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการถูกครอบครองโดยผู้ชายที่มีอำนาจล้นฟ้า