ณ ตำหนักอี้คุน หนึ่งในพระตำหนักตะวันตกของสนมระดับล่าง ที่ประทับของหลี่อันอวี่ กุ้ยเหรินที่เพิ่งถูกแต่งตั้ง
“กรี๊ด!” เสียงหวีดร้องแหลมสูงดังขึ้นก่อนสติจะกลับมา ร่างอรชรในชุดขาวบางแบบโบราณสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงหายใจที่หอบรัว
“พระสนมท่านฟื้นแล้วหรือเพคะ พระวรกายยังอยู่ดีอยู่หรือไม่”
ร่างของหลี่อันอวี่ หรือ หลี่กุ้ยเหริน สะดุ้งเฮือก ดวงตากะพริบถี่ราวกับกำลังพยายามไล่หมอกหนาทึบที่บดบังดวงตา หญิงสาวยกมือขึ้นจับหน้าผาก สัมผัสได้ถึงเหงื่อเย็นที่ซึมออกเต็มฝ่ามือ
“เจ็บจัง ทำไมปวดหัวอย่างนี้” เสียงนั้นสั่นพร่า เต็มไปด้วยความสงสัย ไม่ใช่ว่าล่าสุดกำลังว่ายน้ำเล่นในสระที่รายล้อมไปด้วยนายแบบหนุ่มที่จ้างมาเอ็นเตอร์เทนในคืนวันเกิดอายุยี่สิบห้าหรอกหรือ
นางกำนัลในชุดผ้าแพรสีเขียวอ่อนทรุดตัวลงคุกเข่า มือสั่นเทา เมื่อเห็นบรรยากาศรอบตัวและสตรีในชุดนางในดวงตาก็เบิกโพลงขึ้น
‘นี่ฉันทะลุมิติหรือ’ เมื่อนึกขึ้นได้ก็กลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ ก่อนที่ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมจะหลั่งไหลเข้ามาในหัวจนต้องเอามือกุมศีรษะเอาไว้
“เกิดอะไรขึ้น...” น้ำเสียงนั้นถามอย่างไม่แน่ใจ
“พระสนมเพคะ ท่านตกน้ำในสระหยกเมื่อคืน ฝ่าบาทมีรับสั่งให้หมอหลวงมาดู แต่…”
“แต่อะไร” หลี่อันอวี่เลิกคิ้วขึ้น มุมปากกระตุก ขณะที่หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง
นางกำนัลกลืนน้ำลาย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “แต่มีรับสั่งว่า หากท่านยังไม่ฟื้นภายในสามวัน ให้ส่งร่างไปสุสานหลวงเพคะ แต่หากฟื้นก็กักบริเวณรอการตัดสินโทษ”
“อะไรนะ” นางอุทาน จำได้ว่าสาเหตุมาจากการที่เจ้าของร่างเดิมถูกใส่ร้ายว่าใช้เครื่องหอมปลุกกำหนัด ทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว นางจึงพิสูจน์ความบริสุทธิ์โดยการกระโดดน้ำในสระหยก
ตอนนั้นเอง เสียงในหัวดังขึ้นทันที
[ระบบผู้ช่วยเอาชีวิตรอดในวังหลัง เริ่มทำงาน]
[ภารกิจแรก: รอดชีวิตจากการประหาร]
[เวลาที่เหลือ : 2 ชั่วยาม]
“อะ อะไรของเจ้าน่ะ” นางหันซ้ายหันขวา ตาเบิกกว้าง มองหาที่มาของเสียง
“ใครพูด”
“ท่านพูดกับผู้ใดเพคะ” นางกำนัลสะดุ้ง
“เงียบก่อน ข้ากำลัง.. เอ่อ ตรวจลมหายใจตัวเอง” นางยกมือขึ้นปัดเบาๆ ทำท่าราวกับหญิงสติสับสน แต่ในใจกลับโกลาหล ทะลุมิติมาเกิดใหม่ก็ว่าเหลือเชื่อแล้ว ยังมีระบบผู้ช่วย
[อย่าตกใจ ระบบนี้จะช่วยท่านรอดชีวิตจากวังหลัง]
[กรุณาทำภารกิจ : ขอชีวิตจากฮ่องเต้ภายใน 2 ชั่วยาม]
“หา ขอชีวิตจากฮ่องเต้ ข้าจะไปหาฮ่องเต้ได้อย่างไรกัน” นางอุทานเสียงดัง ดวงตาเบิกโต
นางกำนัลหงเอ๋อร์รีบเข้ามาใกล้ เห็นสีหน้าของนายหญิงก็หน้าซีดเผือด
“พระสนมอย่าเพิ่งพูดเรื่องฮ่องเต้เลยเพคะ ตอนนี้ในวังหลังใครเอ่ยถึงฝ่าบาทโดยไม่จำเป็น มีหวังได้โบยสามสิบไม้”
หลี่กุ้ยเหรินหันไปมองหญิงสาวตรงหน้า แววตาของนางเปลี่ยนจากสับสนเป็นขบขัน
“เจ้าชื่ออะไร”
“หงเอ๋อร์เพคะ”
“ดี หงเอ๋อร์ เจ้าช่วยข้าแต่งตัวสวยที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“เอ๊ะ”
“จะไปขอชีวิตทั้งที ต้องให้ฝ่าบาทประทับใจหน่อยสิ” น้ำเสียงของนางสงบเยือกเย็น แต่ในดวงตาแฝงประกายมุ่งมั่น หงเอ๋อร์อ้าปากพะงาบราวกับปลาทะเลถูกโยนขึ้นฝั่ง ก่อนรีบวิ่งวุ่นคว้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับ
ระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังจัดการให้ หลี่อันอวี่มองเงาสะท้อนในกระจกทองเหลือง ดวงหน้าอ่อนหวานแต่ซีดเซียว ผมดำยาวสยายลงบนบ่า ความงามแบบโบราณที่ดูอ่อนโยนแต่แฝงความดื้อรั้นปรากฏชัดในแววตา
นางยกนิ้วแตะมุมปาก ยิ้มบาง “ข้าเป็นสนมจริงๆ สินะ สนมที่กำลังจะถูกส่งไปสุสานเสียด้วย”
[คำเตือน: ภารกิจยังไม่เริ่ม]
[หากเกินเวลา ระบบจะยุติการทำงาน และท่านจะสิ้นชีพ]
“ขอบใจที่เตือน ข้าไม่อยากตายเป็นผีวังหลังหรอกนะ” นางกระซิบเบาๆ
“ท่านว่าอย่างไรนะเพคะ”
“ไม่มีอะไร” หลี่กุ้ยเหรินตอบเสียงเบา
นางคือบุตรีของหมอหลวงที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสนมของฮ่องเต้โดยการคัดเลือกของสวี่ไทเฮา ในตำแหน่งกุ้ยเหริน วันที่จะต้องปรนนิบัติก็ถูกล่อลวงให้ไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่กำลังประทับอยู่ในศาลาริมสระหยก
นอกจากจะไปขัดความสำราญแล้วยังพบว่าพกถุงหอมกลิ่นไม้กฤษณาที่มีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัด จึงทำให้ถูกกล่าวหาว่าใช้เครื่องหอมประสงค์ร้ายด้วยฤทธิ์ที่ทำให้อยากร่วมอภิรมย์ ยิ่งนางมีบิดาเป็นหมอหลวงด้วยแล้ว การมีสมุนไพรเช่นนี้จึงไม่อาจรอดพ้นข้อกล่าวหา
หลงอวี้เซินคือฮ่องเต้ในราชวงศ์ชิงที่ไม่ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์ ก็แน่ล่ะเพราะหากนางจำไม่ผิดนี่คือนิยายชิงรักหักสวาทในวังหลัง เซตติ้งคือราชวงศ์ของชาวแมนจูกับพระเอกผมเปีย
‘ส่งทะลุมิติมาทั้งที ไปสมัยจงหยวนผมเต็มหัวไม่ได้หรือ ข้าไม่ชอบผู้ชายโกนผมหรอกนะ แล้วยังมาเป็นสนมอีก ใครอยากแบ่งสามีกับสตรีอื่นเล่า แล้วสนมแต่ละคนก็ยังมากเล่ห์เต็มไปด้วยแผนการ ถุงเครื่องหอมนั่นก็ไม่ใช่ว่าถูกสนมคนอื่นกลั่นแกล้งหรอกหรือ แต่งตั้งเป็นกุ้ยเหรินได้เพียงสองวันก็ต้องถูกกำจัดเสียแล้ว ชีวิตวังหลังนี่มันช่างวุ่นวายจริงๆ’
[โฮสต์เลือกเกิดไม่ได้ นี่คือการสุ่มจากระบบทะลุมิติ ราชวงศ์ชิงสตรีเฉลียวฉลาด การแก่งแย่งในวังนั้นดุเดือดและมีการชิงความโปรดปรานอย่างเข้มข้น หากเกิดในราชวงศ์อื่นก็คงไม่เหมาะสมกับคนมีความสามารถอย่างท่าน]
‘หึ ปากหวานเสียจริงนะผู้ช่วย’ นางนึกในใจถึงความฉลาดตอบของระบบผู้ช่วยของตน แต่จะทะลุไปราชวงศ์ไหนหากมีผู้ช่วยแบบนี้อย่างไรก็ไม่ลำบากแน่
ไม่นานหลังจากนั้น ประตูห้องก็เปิดออกโดยถือวิสาสะ เสียงขันทีดังขึ้นเสียงดังชัดเจน
“ถวายบังคมหลี่กุ้ยเหริน ฮ่องเต้เรียกให้เข้าเฝ้า”
“ข้ารู้แล้ว” นางตอบเสียงเรียบ ก่อนจะมองผู้ที่เปิดประตูเข้ามาโดยไม่ขออนุญาต หากนางเปลื้องผ้าอยู่จะไม่อับอายไปทั่ววังเลยหรือ เป็นแค่กุ้ยเหรินนี่คงยังมีอำนาจไม่พอสินะ นางคงต้องปีนตำแหน่งให้สูงกว่านี้
เหมือนว่าขันทีผู้นั้นจะรู้ตัว เขาค้อมกายถอยออกไป ก่อนที่หลี่อันอวี่จะหันกลับมามองใบหน้าตนเองในกระจกทองเหลือง
“ฝ่าบาทเรียกท่านเข้าเฝ้า หรือว่าจะลงโทษ” หงเอ๋อร์ถึงกับชะงัก มือที่ถือหวีค้างกลางอากาศ
“ไม่รู้สิ แต่วันนี้ข้าต้องงามที่สุด” นางเอียงศีรษะเล็กน้อย ยกคางขึ้นเล็กน้อยในท่ามั่นใจ กำลังกังวลอยู่พอดีว่าจะหาทางเข้าเฝ้าได้อย่างไร แบบนี้ก็เข้าทางชัดๆ
“พระองค์เพิ่งเข้าวัง คงยังไม่ทราบว่าฝ่าบาทไม่ชอบสตรีที่...”
“พูดมาตรงๆ เถอะ”
“ฝ่าบาทไม่ชอบสตรีที่ยั่วยวนเพคะ พระสนมทั้งสองก็ไม่มีผู้ใดทำให้ฝ่าบาทค้างที่ตำหนักได้สำเร็จสักคน ตำแหน่งฮองเฮาที่ยังว่างก็เป็นที่หมายปองของสตรีชั้นสูงที่อยากปีนป่ายเข้ามา ท่านรอดมาได้จากการกลั่นแกล้งของเหล่าสนมอื่น แต่ว่าเรื่องเครื่องหอมนั้น ฝ่าบาทไม่ปล่อยท่านไปแน่”
“ไม่ต้องกังวลหรอกหงเอ๋อร์ ข้าไม่ได้ทำ เหตุใดต้องรับโทษ” นางกล่าวอย่างมั่นใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ในชุดจีนโบราณยุคราชวงศ์ชิงที่ไม่คุ้นตา แต่ก็งดงามไม่น้อย
[ภารกิจเริ่มต้น: ขอชีวิตจากฮ่องเต้]
[ระดับความเสี่ยง: อันตราย 87%]
“ดี งั้นเรามาลดเปอร์เซ็นต์ความตายกันหน่อยเถอะ” นางพึมพำเสียงเบากับตัวเอง
หงเอ๋อร์มองนายหญิงที่แค่นยิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยประกายลึกลับ พลางคิดในใจว่าคนที่เพิ่งฟื้นจากความตาย แต่กลับยิ้มได้แบบนี้ หรือว่าวิญญาณในร่างนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
----------------------------