KINN Talks.
“ฮึก.. ฟืดดด!!!”
ผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวที่อยู่ในมือ ถูกผมยกขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากทางหางตา แล้วตามด้วยการสั่งน้ำมูกที่ดังคล้ายกับเสียงระเบิดปรมาณูลงที่ไหนสักที่ หลังจากที่ได้รับข่าวร้ายจากแม่ผู้เป็นที่รัก ผมก็มีสภาพอย่างที่เห็น
เนื่องจากเมื่อคืนวานผมกลับมาเลี้ยงสังสรรค์กับครอบครัว เพราะมหาวิทยาลัยกำหนดวันหยุดยาวให้ ผมเลยตกลงกับไอ้เฟียตเพื่อนสนิทว่าจะกลับมาหาครอบครัวที่บ้านอยู่กรุงเทพ เราเรียนมหาวิทยาลัยที่อยู่เชียงใหม่กัน ดังนั้นวันหยุดยาวแบบนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้กลับมาหาครอบครัว แต่พอกลับมาปุ๊บ ผมก็พบว่าน้องสาวสุดที่รักของตัวเองได้เรียนจบแล้ว เป็นการจบมัธยมปลายด้วยเกรดเฉลี่ยที่สูงเป็นอันดับต้นๆของโรงเรียนด้วย ซึ่งแตกต่างจากผมโดยสิ้นเชิง
เมื่อคืนครอบครัวของเราก็เลยจัดงานเลี้ยงให้กับน้องสาวคนนี้ของผม แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันมันก็เกิดขึ้น เมื่อผมเผลอไปปล้ำเพื่อนของน้องตัวเองเข้า และความรับผิดชอบหนึ่งเดียวที่แม่ยัดเยียดให้ คือผมต้องหมั้นกับเด็กคนนั้น ซึ่งมันเป็นอะไรที่แบบ.. โคตรบรรยายความรู้สึกไม่ได้
“มึงใจเย็นดิวะไอ้คินทร์ ร้องไห้เพื่อ?” ไอ้เฟียตปลอบผมโดยการยกมือข้างหนึ่งของมันขึ้นมาลูบหลังให้เบาๆ
“ฮึก.. มึงก็รู้ว่ากูไม่ได้ตั้งใจ แม่ทำแบบนี้ได้ไงวะ ทำเกินไปแล้วนะเว้ย!” ผมยกมือข้างหนึ่งขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยๆ
ไอ้เฟียตคือเพื่อนสนิทของผมเอง พ่อแม่ผมกับพ่อแม่มันรู้จักกัน ส่วนเราสองคนก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม
“แล้วมึงจะรับผิดชอบน้องเขายังไง น้องเขาเพิ่งเรียนจบม.หก น้องเขามีพ่อมีแม่ แถมน้องเขายังไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย มีแค่มึงเนี่ยแหละที่เมาจนเลอะเทอะ ไปปล้ำน้องเขาแบบนั้นน่ะ” นี่มันจะมาให้กำลังใจผมหรือซ้ำเติมกันแน่วะ
“มึงเงียบไปเลย มึงไม่เข้าใจ มึงไม่เก็ต มันไม่ใช่! ฮือ...” น้ำตาของผมยังคงหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย
มันไม่เป็นผม มันไม่เข้าใจหรอก ชีวิตโสดที่มีสาวๆรุมล้อมน่ะดีที่สุดแล้ว ผมไม่ต้องการเพิ่มพื้นที่ส่วนตัวให้ใครย่างกรายเข้ามา และผมไม่เคยคิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหนด้วย เพราะผมยังมีความสุขกับชีวิตอย่างนี้อยู่ ผมรักความโสด ได้ยินไหมครับพระเจ้า! ผมรักชีวิตโสดของผม!!! T_T
“กูว่าแม่มึงทำแบบนี้มีเหตุผลที่สุดแล้วคินทร์ มึงคิดว่ามึงเสียใจเป็นคนเดียวเหรอ น้องเขาก็ไม่ต่างจากมึงเท่าไหร่หรอก ก่อนจะออกมามึงเห็นไหม น้องร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุดเลย” ก็เห็น.. แต่แล้วไงล่ะ ใครใช้ให้เธอไปนอนในห้องนั้นเล่า!
“มึงจะให้กูหมั้นจริงๆเหรอไอ้เฟียต มึงรู้ไหมว่ามันคือทั้งชีวิตของกูเลยนะ กูไม่ได้ชอบยัยนั่นนะเว้ย อีกอย่าง.. ชีวิตคู่มันต้องเกิดจากความรักไม่ใช่เหรอวะ แต่นี่กูไม่ได้รักเขา มึงเข้าใจกูไหม!” ผมพรั่งพรูความในใจออกมาอย่างเหลืออด
น้ำตาก็ไหลลงอาบแก้มตามคำพูดที่ปล่อยออกมาไม่หยุดด้วย ผมเสียใจ..มาก!
“งั้นมึงบอกกูมา มึงจะรับผิดชอบชีวิตของน้องเขาที่พังลงด้วยน้ำมือของมึงยังไง” ผมตวัดสายตาตัวเองไปมองไอ้เฟียตที่นั่งกอดอกถามด้วยสีหน้าราบเรียบจริงจัง
รับผิดชอบเหรอ ทำไมผมต้องรับผิดชอบชีวิตของยัยเด็กคนนั้นด้วยล่ะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
ผมเม้มปากแน่น มองหน้าไอ้เฟียตที่ส่งสายตากดดันมาให้ ก่อนจะตัดสินใจตอบมันไปว่า “กูจะพายัยนั่นไปซื้อยาคุมฉุกเฉินกิน แค่นี้ก็ไม่มีอะไรค้างคาแล้ว” ผมยกยิ้มมุมปากเมื่อนึกหาทางออกได้
“แล้วซิงน้องเขาล่ะ มึงจะรับผิดชอบยังไง เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่นะไอ้คินทร์ มึงช่วยใช้สมองคิดให้มากๆ อย่าสักแต่ใช้นิ้วโป้งตีนคิด มึงอายุยี่สิบสองแล้วนะ ไม่ได้เป็นเด็กๆแล้ว กำลังจะเรียนจบแล้ว ช่วยตระหนักในจุดนี้ด้วย!” ยาว... ทำไมผมต้องเป็นคนที่โดนสวดคนเดียวด้วยวะเนี่ย!
“เฟียต.. แต่กูไม่อยากหมั้น มึงช่วยไปพูดกับแม่กูให้หน่อยไม่ได้เหรอวะ” ผมขยับเข้าไปหามัน ก่อนจะเกาะแขนมันแน่น แล้วเอ่ยอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงน่าสงสารที่สุดที่ตัวเองจะเค้นออกมาได้
“มึงฟังกูนะเพื่อนรัก” มันเอนตัวมาตรงหน้าผม ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างของมันแตะลงบนบ่าทั้งสองข้างของผม พลางบีบเน้นหนักๆ ก่อนที่ประโยคบรรลัยที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิตจะดังออกมาจากปากมัน “มึง..ต้อง..หมั้น!!!”
ไม่เอาโว้ย!!! ผมไม่อยากหมั้นนน!!!
MAWNUM Talks.
“ฮึก.. เคท.. น้ำเจ็บอ่ะ” ฉันโผเข้ากอดเคทแน่นเมื่อร่างกายทุกส่วนร้าวระบมไปหมด
“โอ๋ๆๆ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้เนี่ยไอ้น้ำเอ๊ย!” เคทกอดตอบฉันพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นลูบแผ่นหลังฉัน ราวกับต้องการจะปลอบประโลม
เคทคือน้องสาวของพี่คินทร์ เป็นเพื่อนสนิทของฉันมาตั้งแต่สมัยประถม เราเรียนห้องเดียวกัน นั่งโต๊ะใกล้กัน จนกระทั่งตอนนี้ที่เราเรียนจบมัธยมปลาย เราก็สัญญากันไว้แล้วด้วยว่าเราจะไปเรียนที่เดียวกัน คือมหาวิทยาลัยKUT เป็นมหาวิทยาลัยประจำเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่พี่คินทร์กำลังศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์อยู่ในขณะนี้
“ฮึก.. น้ำไม่อยากหมั้นกับพี่คินทร์” น้ำตาหยดโตร่วงลงจากหางตากระทบกับแขนของฉันที่มีรอยจ้ำสีม่วงอยู่เป็นหย่อมๆ
“ก็ไหนแกชอบพี่ชายฉันไง ตอนนี้ก็ได้หมั้นกันแล้ว ทำไมถึงมาร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้ล่ะ”