จูบ

1784 Words
เมื่อออกมาห่างจากสายตาผู้คนและเสียงวุ่นวายหน้าร้านแล้ว ไอริสเงยหน้ามองชายหนุ่มข้างกายด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและหลากหลายคำถามในใจ แต่ตอนนี้เธอถูกเขาลากมาที่ชั้นสองของร้านเสียแล้ว “ขอบคุณนะคะ…ที่ช่วยไอไว้” เธอพูดเสียงเบา แต่ชัดเจนพอให้เขาได้ยิน มือเล็ก ๆ ของเธอยังถูกเขาเกาะกุมเอาไว้อยู่แบบนั้น “ไม่เป็นไร” ซันยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย ราวกับจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร “ปีไหนนะเราแล้วทำไมไม่เรียกชื่อฉัน…หรือว่าลืม?” น้ำเสียงของเขาดูทุ้มต่ำลงอย่างจริงจัง ดวงตาคมสบตาเธอตรง ๆ ไม่ยอมให้หลบเลี่ยงเพื่อรอคำตอบ “ว่าแต่…คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” ไอริสเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของคนตัวโต เธอทำราวกับว่าไม่ได้ยินมัน แต่เลือกจะตั้งคำถามกลับไปในสิ่งที่เธออยากรู้ “ดื้อ” ซันยกมือขึ้นกอดอก ก่อนจะใช้สายตาจ้องมองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยความเอ็นดู เห็นแบบนี้ก็ดื้อตาใสเหมือนกันนิ “ไอเปล่านะ” ร่างบางรีบเอ่ยปฏิเสธ พร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นระรั่ว เขาจะบอกให้เธอเรียกชื่อเขาอีกได้ยังไง แค่จู่ ๆก็ได้มาเจอกันแบบไม่ทันตั้งตัวเธอก็ตกใจแทบแย่ แล้วเขายังเป็นคนมาช่วยเธอจากสถานการณ์บ้า ๆ นั้นอีก “เปล่าได้ไง ก็ทำหน้าดื้ออยู่นี้ไง” ร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน ช่วงนี้เหมือนเธอจะบังเอิญเจอเขาบ่อยมากขึ้นหรือเปล่า แค่ได้มาเจอกันแบบนี้ก็ทำเอาเธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ถึงเธอจะดื่มเข้าไปเยอะมากแต่เธอก็ยังมีสติ และจดจำได้ทุกสัมผัส ความร้อนแรงของเขาก็ยังชัดเจนวนเวียนอยู่ในหัวของเธอจนยากจะลืม ยิ่งตอนนี้ที่เขาเข้ามาใกล้หัวใจของเธอก็ดันเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ “หน้าแดงแบบนี้คิดเรื่องอะไรอยู่เหรอหื้มมมม” ซันหัวเราะในลำคอเบา ๆ ยิ่งเห็นใบหน้าเขินอายของคนตรงหน้าก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกอย่างแกล้ง คนตัวสูงใช้ความได้เปรียบจากร่างกายที่สูงโปร่ง เดินเข้าประชิดคนตัวเล็กและค่อยๆ ไล่ต้อนให้จนมุม “กำลังคิดเหมือนกันหรือเปล่า” “อะ ไอเปล่า...อืมมมม” เสียงหวานถูกกลืนหายเข้าไปในริมฝีปากหนาที่สอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้ามากวาดต้อนความหวานอย่างดูดดื่มและไม่ทันตั้งตัว “รู้ตัวไหมครับ ว่าหนูทั้งหอม ทั้งหวานเหมือนกลิ่นขนมเลย” “ซัน ปล่อยก่อน เดียวใครมาเห็น” เธอดันเขาออกเบา ๆ คนตัวโตค่อย ๆ ถอนริมฝีปากหนาที่บดคลึ่งริมฝีปากบางออกอย่างอ้อยอิ่ง แต่ก็ยังไม่วายที่จะยังกระหวัดปลายลิ้นพันเกี่ยวเรียวลิ้นของเธอเอาไว้อย่างไม่ยอมลดละก่อนผละตัวออกมา “ก็ตอบในสิ่งที่ถามมาก่อน” “สถาปัตย์ ปีหนึ่งค่ะ” ร่างบางก้มหน้าตอบเสียงแผ่วด้วยความเขินอาย ก่อนจะยกมือบางขึ้นมาเช็ดความเปียกชื้นจากคราบน้ำลายที่เลอะมุมปาก “ถ้างั้นฉันก็เป็นพี่เธอนะ ยัยดื้อ” “ค่ะ แต่ช่วยถอยออกไปก่อนได้ไหมคะ...ไอมีเรื่องอยากคุยกับพี่” “แล้วอยากยืนคุยหรือนอนคุยละ ถ้าจะยืนคุยตัวแค่นี้พี่น่าจะอุ้มได้นานอยู่นะ” เขาไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น แต่ยังตั้งใจบดเบียดช่วงล่างให้เสียดสีไปกับร่างบางจนเธอสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนที่ดันนูนอยู่ข้างใน “ทะลึ่ง!” “ฮ่า ๆ รู้ว่าพี่คิดทะลึ่ง เพราะเราก็คิดเหมือนพี่ใช่ไหม” “…” ใบหน้าเรียวเล็กได้แต่ก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ถึงแม้ว่าวันนั้นเธอจะเป็นฝ่ายที่เริ่มก่อน แต่นั้นก็เป็นเพราะความมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เลยทำให้เธอใจกล้าจะทำอะไรแบบนั้น แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน เธอไม่ได้หน้ามึนเหมือนเขา ที่จะมาพูดเรื่องแบบนี้กลางวันแสก ๆ หน้าไม่อาย! “พูดมาสิ แต่มีเงื่อนไขต้องพูดกับพี่เพราะ ๆ กว่านี้นะ” “ทำไมพี่ซันถึงมาอยู่ที่นี่ค่ะ” “ฉันก็มาที่นี่เหมือนเธอนั่นแหละ…มาทำหน้าที่ของหุ้นส่วน” “หุ้นส่วน?” ไอริสขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับสมองของเธอคิดตามไม่ทันในความหมายของเขาที่ต้องการจะสื่อ “ใช่…หลานชายของเจ้าร้านนี่ คือพี่เอง” ซันยักคิ้วนิด ๆ อย่างเจ้าเล่ห์ ราวกับตอกย้ำคนตัวเล็กที่กำลังทำหน้าครุ่นคิด ทั้งที่คำตอบมันชัดเจนตั้งแต่แรก แต่ก็ยังอุตส่าห์อธิบายเพิ่มเติมให้ชัดเจนขึ้น “...” “หรือพี่ต้องบอกว่ายินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ น้องไอหุ้นส่วนคนใหม่ของพี่” หญิงสาวอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเบิกตากว้างทั้งกับคำพูดและการกระทำของเขาที่เริ่มจะซุกซนด้วยการก้มมาสูดดมความหอมตามร่างกายของเธออีกแล้ว “หมายความว่า…พี่เป็นหุ้นส่วนจริง ๆ เหรอ?” “ใช่...และพี่ก็จะย้ายมาอยู่ที่นี่ ห้องนี้ของพี่ ส่วนห้องตรงข้ามของหนู หรือดึก ๆ หนูเหงาจะแอบย่องมานอนด้วยก็บอกนะ พี่จะได้ไม่ล็อกประตู” “คนบ้า” หญิงสาวได้แต่ขึงตาใส่ชายหนุ่มตรงหน้า ที่กำลังยกยิ้มที่มุมปากอย่างอารมณ์ดี เขาทำเหมือนว่าการได้แกล้งเธอนั้นเป็นเรื่องสนุก “ถ้างั้นไอ ฝากตัวด้วยนะคะ” คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาเบา ๆ หมดแรงจะต่อล้อต่อเถียงกับเขา ยิ่งได้รู้ว่าหลังจากนี้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับเขาที่นี่ลำพัง ก็ทำเอาคิดหนักไม่น้อย เพราะจากนี้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับชายหนุ่มที่ไม่ได้เป็นอะไรกันแบบสองต่อสองอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่สถานการณ์ของเธอตอนนี้ ก็ไม่สามารถหาที่อยู่ใหม่ได้อีกแล้ว เธอจึงเลือกทำใจยอมรับมันไปก่อน แล้วค่อยหาวิธีแก้ปัญหานี้ทีหลัง ก่อนจะหมุนตัวเพื่อกลับลงไปที่ชั้นล่างหนีจากคนตัวโต “ถ้าไอกังวลเรื่องที่ต้องอยู่ด้วยกันที่นี่ พี่สัญญาจะไม่ทำอะไรรุ่มร่ามแต่ถ้าหนูเป็นฝ่ายยินยอมเองอันนี้ก็เป็นอีกเรื่องนะ แต่ตอนนี้คิดถึงครับ ขอจูบอีกได้ไหม” ไอริสเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินคำพูดสุดท้ายของเขา แต่แทนที่เธอจะถอยหนี เธอกลับยืนนิ่งอยู่แบบนั้น “ถ้าไม่ตอบ พี่ถือว่าเราอนุญาตนะ” คำถามนั้นไร้เสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบที่ปกคลุมระหว่างสองคน กับจังหวะหัวใจที่เต้นแรงเสียจนเหมือนจะได้ยินผ่านความเงียบงันนั้น ก่อนจะสอดประสานสายตาเข้าหากันแทนคำตอบ ซันโน้มใบหน้าเข้าหาหญิงสาวอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการหยอกล้อ ไม่มีการรีบร้อนใด ๆ ริมฝีปากเขาแนบลงอย่างอ่อนโยน ทว่าแน่นหนักละเมียดละไม และยังคงความเร่าร้อนดังไฟที่พร้อมจะแผดเผาเธอ ไอริสหลับตาลง ปล่อยให้สัมผัสจากเขากลืนกินความลังเลในใจไปทีละนิด มือหนายกขึ้นประคองท้ายทอยเธอไว้เบา ๆ ให้เธอได้รับสัมผัสที่เขาตั้งใจมอบให้ จูบที่เริ่มต้นอย่างแผ่วเบา ค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นเมื่อเธอเองก็ไม่ยอมถอย ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มประสานกัน เสียงจูบดังคละเคล้าสอดประสานไปกลับเสียงทุ้มครางต่ำ ที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจของคนตัวโต ภายในห้องที่เงียบสนิท หัวใจของไอริสเต้นระรัวแทบหลุดจากอก แต่เธอกลับไม่อยากหยุดมัน เรียวแขนบางโอบกอดร่างแกร่ง จนทุกส่วนในร่างกายเริ่มเบียดชิดเข้าหากันจนไร้ช่องว่าง เขาขยับเข้าเธอก็เอียงคอตอบรับ ยอมให้เขาเข้าใกล้แนบแน่นขึ้นอย่างเต็มใจ มือบางเกาะแขนเขาแน่นเหมือนกลัวว่าความรู้สึกนี้จะหลุดลอย “หืม…” ซันครางต่ำในลำคอราวสัตว์ป่า เมื่อเธอตอบรับจูบกลับมาเบา ๆ เขาลากจูบไปตามมุมปาก แล้วเลื่อนไปที่ปลายคางของเธออย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะวกกลับมาที่กลีบปากนุ่มอีกครั้ง “พี่ซัน…” เสียงเรียกของเธอแผ่วเบาและสั่นพร่าเหมือนจะละลายไปกับลมหายใจ ฝ่ามือหนาสอดสัมผัสเข้าไปในสาบเสื้อ ก่อนเลื่อนมือลูบไปตามแผ่นหลัง บีบเคล้นผิวเนียนมาจนถึงเนินอกอวบอิ่มแสนนุ่มนิ่มที่เขาชื่นชอบ แกร๊ก! “เอ่อ โทษทีค่ะ! พิณแค่จะมาบอกว่ามีคนมาหา รออยู่ด้านล่าง” เสียงเปิดประตูดังขึ้นในวินาทีถัดมา พร้อมการปรากฏตัวของพิณเพลงที่ทำหน้าตื่นตกใจ พร้อมกับเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อรีบอธิบายอย่างเลิ่กลั่ก และชะงักค้างอยู่ตรงหน้าประตู ใบหน้าเธอแดงซ่านเมื่อต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันระหว่างทั้งเพื่อนสนิทกับชายหนุ่มแปลกหน้าที่กำลังแนบชิดเกินกว่าคนที่เพิ่งเคยเจอกัน ก่อนจะส่งสายตาล้อเลียนแสนกรุ้มกริ่มไปทางไอริสแล้วรีบผละหนีออกไปจากสถานการณ์ตรงหน้า ไอริสที่สะดุ้งเฮือก ผละตัวออกทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอแดงจัดจนแทบระเบิดออกมา ซันเพียงหันไปมองอย่างใจเย็น แล้วตั้งสติให้อารมณ์ของเขาที่เตลิดไปไกลกลับมาเป็นปกติ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “เพื่อนพี่น่าจะมาแล้ว...เราลงไปข้างล่างกันเถอะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่หางเสียงติดขำเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่วายที่จะโน้มตัวลงมากระซิบใกล้หูเบา ๆ อีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “หรือถ้าหนูอยากต่อ เดียวพี่เปิดประตูห้องไว้รอคืนนี้” ชายหนุ่มผละตัวเดินลงไปก่อนพร้อมรอยยิ้ม ทิ้งให้ไอริสยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ทั้งที่หัวใจยังไม่หยุดเต้นแรงด้วยความเขินอาย ราวกับเพิ่งรอดออกมาจากวังวนที่ทั้งหวานและร้อนแรงจนแทบละลาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD