ตอนที่ 18 คืนฝนพรำ

3123 Words
ความมืดมิดของยามราตรีที่เคยเงียบสงัดและปกคลุมไปด้วยความร้อนอบอ้าวจากไอแดดที่สะสมมาตลอดทั้งวัน พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงกลางดึก บรรยากาศรอบหมู่บ้านชนบทอันห่างไกลที่เคยหลับใหลอย่างสงบสุข กลับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ลมพายุระลอกแรกพัดโชยมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหันราวกับมีสัตว์ร้ายขนาดยักษ์กำลังกระพือปีกอยู่เหนือท้องฟ้า ลมกรรโชกแรงพัดหวีดหวิวผ่านช่องเขา หอบเอาฝุ่นละอองและเศษใบไม้แห้งปลิวว่อนขึ้นสู่อากาศ กิ่งไม้ใหญ่ของต้นพลับหน้าบ้านสกุลโจวเอนลู่ไปตามแรงลมจนเกิดเสียงเสียดสีกันดังกราวใหญ่ ท้องฟ้าที่เคยมืดสนิทไร้หมู่ดาว บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีดำทะมึนที่ก่อตัวหนาแน่นจนบดบังแสงจันทร์ไปจนหมดสิ้น ทันใดนั้นเอง แสงสว่างจ้าสีขาวอมฟ้าก็แลบแปลบปลาบแหวกม่านก้อนเมฆทึบ ฉีกกระชากความมืดมิดให้สว่างไสวขึ้นชั่วเสี้ยววินาที เผยให้เห็นโครงสร้างอันซอมซ่อของคฤหาสน์ดินปั้นตระกูลโจวที่ตั้งตระหง่านท้าทายพายุ ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกสิ่งกลับเข้าไปอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้องกังวานราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง เสียงกัมปนาทนั้นสั่นสะเทือนไปถึงรากฐานของตัวบ้าน ทำให้ฝุ่นผงบนขื่อคานร่วงกราวลงมาสู่พื้นดินอัดแน่นเบื้องล่าง หยาดน้ำฝนเม็ดใหญ่เริ่มทิ้งตัวลงมากระทบหลังคากระเบื้องดินเผาเก่าๆ และพื้นดินที่แห้งระแหง เสียงเปาะแปะในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงซู่ซ่าอย่างรวดเร็ว เมื่อสายฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงและบ้าคลั่ง ประดุจฟากฟ้ากำลังร่ำไห้และระบายความเกรี้ยวกราดลงสู่ผืนปฐพี ม่านฝนที่หนาทึบทำให้ทัศนวิสัยภายนอกขาวโพลนไปหมด อากาศที่เคยร้อนอบอ้าวถูกแทนที่ด้วยความหนาวเย็นเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูของพื้นที่ คฤหาสน์ดินปั้นของสกุลโจวที่สร้างขึ้นมาหลายสิบปีและขาดการบูรณะซ่อมแซม กำลังเผชิญกับบททดสอบอันหนักหน่วงจากพายุฝนฟ้าคะนองในค่ำคืนนี้ โครงสร้างไม้ที่เริ่มผุพังส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามแรงลมที่ปะทะเข้ากับตัวบ้านอย่างต่อเนื่อง ทว่าจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดกลับไม่ใช่ผนังดินปั้น หากแต่เป็นหลังคากระเบื้องดินเผาที่อยู่เหนือห้องนอนของโจวหูคง ชายชราผู้เป็นเสาหลักและหัวหน้าครอบครัว กระเบื้องหลายแผ่นที่ร้าวและเผยออ้าจากการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ไม่สามารถต้านทานกระแสลมที่พัดกระโชกแรงและปริมาณน้ำฝนที่เทลงมาอย่างมหาศาลได้อีกต่อไป น้ำฝนที่เย็นเฉียบเริ่มไหลซึมผ่านรอยแยกของแผ่นกระเบื้อง หยดลงมาเกาะรวมตัวกันที่ขื่อคานไม้ด้านใน ก่อนจะทิ้งตัวหยดแหมะลงสู่พื้นห้องเบื้องล่าง ปริมาณรอยรั่วไม่ได้มีเพียงจุดเดียว เมื่อลมพายุพัดกระโชกแรงขึ้น กระเบื้องบางแผ่นก็ขยับเขยื้อนจนเกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ สายน้ำฝนที่เย็นจัดราวกับน้ำแข็งจึงไหลทะลุหลังคาลงมาเป็นสายตรงเข้าสู่ภายในห้องนอนอันคับแคบและมืดมิดของชายชรา หยดน้ำฝนที่ตกลงมากระทบพื้นดินอัดแน่นส่งเสียงดังเปาะแปะอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือน้ำฝนบางส่วนได้สาดกระเซ็นและหยดลงมาตรงกับบริเวณปลายเตียงเตาที่โจวหูคงกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่พอดี ความชื้นและความเย็นเยือกแผ่ซ่านเข้ามากัดกินบรรยากาศภายในห้องอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างกะทันหันประกอบกับละอองฝนที่ลอยปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้ชายชราที่ร่างกายซูบผอมและมีภูมิคุ้มกันต่ำจากการตรากตรำทำงานหนักมาทั้งชีวิต เริ่มแสดงอาการต่อต้านความหนาวเย็น ร่างของโจวหูคงที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบางๆ เริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูกกระตุ้นให้อาการโรคหอบหืดและหลอดลมอักเสบเรื้อรังที่เขาพยายามปิดบังลูกหลานกำเริบขึ้นมาในทันที ชายชราสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก หน้าอกที่ซูบตอบกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ก่อนที่เสียงไอค่อกแค่กจะหลุดรอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก เสียงไอของเขาดังสลับกับเสียงฟ้าร้องคำราม มันเป็นเสียงไอที่แห้งและลึก บ่งบอกถึงความทรมานแสนสาหัสที่กำลังกัดกินระบบทางเดินหายใจ เขายกมือที่สั่นเทาขึ้นปิดปาก พยายามกลั้นเสียงไอเอาไว้เพื่อไม่ให้รบกวนจิ้งฝูฝูที่นอนอยู่อีกฝั่งของบ้าน แต่ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านจากน้ำฝนที่หยดรดปลายเท้าทำให้ร่างกายของเขาไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป เสียงไอของเขาจึงดังถี่และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนตัวโยนไปทั้งร่าง ณ อีกฟากหนึ่งของตัวบ้าน ภายในห้องนอนของโจวจื่อหมิงและหนิงรุ่ย เสียงฟ้าร้องกัมปนาทและเสียงฝนตกหนักไม่อาจปลุกให้ชายหนุ่มผู้เหนื่อยล้าจากการทำนาตื่นจากการหลับใหลได้ ทว่าสำหรับหนิงรุ่ย หญิงสาวที่จิตใต้สำนึกกำลังตื่นตัวและคอยระแวดระวังความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวอยู่เสมอ กลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดในทันทีที่ได้ยินเสียงผิดปกติ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นในความมืด เธอผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงเตาอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นตระหนก เธอนั่งนิ่งเงี่ยหูฟังเสียงที่แทรกตัวมากับเสียงพายุฝนอย่างตั้งใจ นอกจากเสียงลมกรรโชกและเสียงน้ำฝนกระทบหลังคาแล้ว หูของเธอยังจับเสียงไอที่แห้งลึกและสั่นสะท้านดังก้องมาจากห้องของพ่อสามีได้อย่างชัดเจน เสียงไอนั้นฟังดูเจ็บปวดและทรมานราวกับคนกำลังจะขาดใจ หนิงรุ่ยรับรู้ได้ในทันทีว่าความหนาวเย็นของพายุฝนกำลังเล่นงานโจวหูคงอย่างหนัก หากเป็นหนิงรุ่ยคนเดิมในอดีตชาติ เธอคงจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงและสบถด่าทอชายชราที่ส่งเสียงไอน่ารำคาญจนรบกวนการนอนหลับของเธอ หรือไม่ก็ปล่อยปละละเลยไม่สนใจไยดีว่าใครจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ขอเพียงตัวเธอเองได้นอนซุกตัวอยู่ในความอบอุ่นก็เพียงพอแล้ว ทว่าหนิงรุ่ยในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนนั้นอีกต่อไป จิตวิญญาณที่ได้รับการขัดเกลาจากความตายและการชดใช้กรรม ทำให้หัวใจของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและความกตัญญูที่บริสุทธิ์ที่สุด หญิงสาวไม่ได้ลังเลใจเลยแม้แต่วินาทีเดียว เธอรู้ดีว่าผ้าห่มที่โจวหูคงใช้อยู่นั้นเก่าและบางเบาจนไม่อาจต้านทานความหนาวเย็นของพายุฝนในคืนนี้ได้ มือบางที่ยังมีรอยบาดแผลจากการทำงานตวัดดึงผ้าห่มฝ้ายผืนหนานุ่มที่เธอเพิ่งใช้คะแนนแต้มบุญแลกมาจากร้านค้าอนาคตเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งกำลังให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายของตนเองอยู่ออกมาอย่างรวดเร็ว เธอรวบผ้าห่มผืนนั้นเข้ามากอดไว้แนบอกแน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่จะนำไปต่อลมหายใจให้แก่บิดาของสามี สองเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสลงบนพื้นดินอัดแน่นที่เย็นเยียบเฉียบขาด ความหนาวเย็นแล่นปราดจากฝ่าเท้าขึ้นมาถึงไขสันหลังจนทำให้ร่างบอบบางสั่นสะท้าน แต่เธอกลับขบกรามแน่น ไม่ยอมปล่อยให้ความอ่อนแอทางกายมาขัดขวางความตั้งใจ หนิงรุ่ยรีบก้าวเท้าเดินฝ่าความมืดไปยังประตูห้องนอน เธอออกแรงดึงบานประตูไม้ให้เปิดออก ทันทีที่ประตูเปิดอ้า ลมพายุที่หอบเอาความเย็นเยือกและละอองฝนจากภายนอกก็พัดกระโชกเข้ามาปะทะใบหน้าและลำตัวของเธออย่างจัง หญิงสาวห่อไหล่เข้าหากันเล็กน้อย พยายามใช้แผ่นหลังและท่อนแขนปกป้องผ้าห่มผืนหนาในอ้อมกอดไม่ให้เปียกชื้น เธอรู้ดีว่าผ้าห่มผืนนี้คือความหวังเดียวที่จะช่วยให้โจวหูคงรอดพ้นจากความทรมานในค่ำคืนนี้ได้ เธอจึงยอมปล่อยให้ร่างกายของตนเองเป็นเกราะกำบัง รับเอาความหนาวเย็นและละอองน้ำฝนเอาไว้แทน ทางเดินบริเวณห้องโถงกลางบ้านบัดนี้เต็มไปด้วยความมืดมิดและอันตราย หน้าต่างไม้กระดานบานหนึ่งที่ปิดไม่สนิทถูกลมพายุพัดจนเปิดอ้าออก สายฝนห่าใหญ่และลมกรรโชกแรงพัดสาดกระเซ็นเข้ามาภายในตัวบ้านจนพื้นดินอัดแน่นเจิ่งนองไปด้วยแอ่งน้ำและดินโคลนลื่นๆ หนิงรุ่ยสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดที่มี เธอกระชับผ้าห่มในอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะออกวิ่งฝ่าละอองฝนที่สาดสาดเข้ามาทางช่องหน้าต่างอย่างไม่คิดชีวิต สองเท้าเปลือยเปล่าย่ำลงบนพื้นดินที่ลื่นไถล เธอต้องเกร็งกล้ามเนื้อขาทุกมัดเพื่อทรงตัวไม่ให้ล้มลงไปคลุกกับโคลนตม หยาดน้ำฝนที่เย็นจัดราวกับน้ำแข็งสาดกระทบใบหน้า ไหล่ และแผ่นหลังของเธออย่างต่อเนื่อง เสื้อนอนผ้าฝ้ายเนื้อบางที่เธอสวมใส่อยู่เปียกชุ่มลู่แนบติดไปกับสรีระในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังและเส้นเลือดจนริมฝีปากของเธอเริ่มสั่นระริกและซีดเซียว ผมยาวสลวยที่ปล่อยสยายเปียกชื้นและลู่ติดกรอบหน้า หยดน้ำฝนไหลย้อยลงมาตามปลายผมหยดลงสู่พื้นดิน ทว่าท่ามกลางความหนาวเหน็บและความยากลำบากนั้น ดวงตาคู่สวยของหนิงรุ่ยกลับเปล่งประกายความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เธอไม่สนใจว่าตนเองจะเปียกปอนหรือหนาวสั่นเพียงใด สิ่งเดียวที่อยู่ในห้วงความคิดคือการไปให้ถึงตัวชายชราให้เร็วที่สุด เมื่อวิ่งฝ่าพายุฝนภายในบ้านมาจนถึงหน้าห้องนอนของโจวหูคง หนิงรุ่ยรีบผลักบานประตูไม้ที่ผุพังให้เปิดออก ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเธอท่ามกลางแสงสว่างวาบของสายฟ้าที่แลบเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้ก้อนสะอื้นจุกขึ้นมาที่ลำคอของหญิงสาวทันที โจวหูคงกำลังนอนขดตัวคู้ดั่งกุ้งแห้งอยู่บนเตียงเตา ร่างกายที่ซูบผอมและเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเตียงไม้ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ชายชราพยายามดึงผ้าห่มผืนบางที่ขาดวิ่นขึ้นมาคลุมโปงเพื่อกักเก็บความอบอุ่น แต่ก็ไร้ผล เพราะบริเวณปลายเตียงและผ้าห่มส่วนล่างได้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนที่หยดทะลุหลังคาลงมาอย่างต่อเนื่อง เสียงไอค่อกแค่กที่แห้งลึกยังคงดังก้องออกมาจากลำคอของเขาอย่างไม่ขาดสาย ฟังดูน่าเวทนาและบีบคั้นหัวใจยิ่งนัก "พ่อคะ ทนหน่อยนะคะ ฉันเอาผ้าห่มมาให้แล้วค่ะ" หนิงรุ่ยร้องเรียกด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจากการฝืนทนความหนาวเย็น เธอรีบถลันตัวเข้าไปที่ข้างเตียงอย่างรวดเร็ว วางผ้าห่มฝ้ายผืนหนานุ่มที่ยังคงแห้งสนิทและอบอุ่นลงบนร่างที่สั่นเทาของชายชรา สองมือที่เปียกชุ่มและสั่นสะท้านของเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สัมผัสโดนตัวเขาเพื่อไม่ให้ถ่ายทอดความเย็นไปสู่ร่างกายที่อ่อนแอ หญิงสาวค่อยๆ ดึงผ้าห่มผืนเก่าที่เปียกชื้นออกไปให้พ้นทาง ก่อนจะบรรจงคลี่ผ้าห่มผืนหนาคลุมทับร่างของโจวหูคงอย่างมิดชิดตั้งแต่ปลายเท้าจรดปลายคาง เธอจัดแจงซุกชายผ้าห่มเข้าใต้ลำตัวของเขาเพื่อป้องกันไม่ให้ลมหนาวลอดเข้าไปได้ ทุกการกระทำของเธอเต็มไปด้วยความทะนุถนอม ความเร่งรีบ และความห่วงใยอย่างสุดหัวใจ โจวหูคงที่กำลังสะลึมสะลือและทรมานจากพิษไข้และความหนาวเย็น สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นมหาศาลที่โอบรัดร่างกายของเขาเอาไว้ ความนุ่มนวลของเนื้อผ้าและความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูกให้บรรเทาลงอย่างรวดเร็ว ชายชราหยุดอาการสั่นสะท้านลงได้ในที่สุด เขาค่อยๆ ปรือเปลือกตาที่หนักอึ้งและฝ้าฟางขึ้นมองฝ่าความมืดมิด ในคราแรก เขาคิดว่าจิ้งฝูฝูคงจะตื่นขึ้นมาดูแลเขาเหมือนอย่างทุกครั้ง แต่เมื่อแสงจากสายฟ้าแลบแปลบปลาบสว่างขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาของชายชราก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงสุดขีดจนแทบจะหยุดหายใจ บุคคลที่ยืนอยู่ข้างเตียงของเขาไม่ใช่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก แต่เป็นหนิงรุ่ย ลูกสะใภ้ใหญ่ที่เขาเคยมองว่าเย่อหยิ่งและเห็นแก่ตัวที่สุด หญิงสาวในเวลานี้อยู่ในสภาพที่เปียกปอนไปทั้งตัว เสื้อผ้าฝ้ายแนบลู่ไปกับสรีระที่สั่นสะท้าน หยาดน้ำฝนยังคงไหลหยดลงมาจากเส้นผมและปลายคางของเธอ ริมฝีปากบางซีดเผือดและสั่นระริกจากความหนาวเย็นที่แช่แข็งร่างกาย แต่ทว่า แววตาที่เธอกำลังทอดมองมาที่เขานั้น กลับไม่ได้มีความรังเกียจหรือความขุ่นเคืองใดๆ ซ่อนอยู่เลย มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ความเวทนา และความกตัญญูที่สว่างไสวและบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมา ชายชราอ้าปากค้าง สมองที่เชื่องช้าพยายามประมวลผลภาพตรงหน้าอย่างหนักหน่วง เขาไม่คาดคิด ไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการฝันถึง ว่าผู้หญิงที่เคยเกลียดชังความลำบากและมักจะดุด่าเขาเมื่อเขาไอเสียงดัง จะยอมสละความอบอุ่นของตนเอง ยอมวิ่งฝ่าพายุฝนและลมหนาวจนร่างกายเปียกปอน เพียงเพื่อนำผ้าห่มมาคลุมให้เขาและปกป้องเขาจากความหนาวเหน็บในค่ำคืนนี้ การกระทำของเธอปราศจากการเสแสร้ง เพราะไม่มีใครโง่เขลาพอที่จะยอมเอาชีวิตของตนเองมาเสี่ยงกับความเจ็บป่วยเพียงเพื่อแสดงละครตบตาคนแก่ใกล้ตายอย่างเขา "สะ... สะใภ้ใหญ่... เธอ... เธอเปียกไปหมดแล้ว" โจวหูคงเค้นเสียงที่แหบพร่าและสั่นเทาเอ่ยออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความซาบซึ้งใจที่เอ่อท้นขึ้นมาจนจุกอก ชายชราพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อแบ่งผ้าห่มให้เธอ แต่หนิงรุ่ยรีบยกมือขึ้นห้ามเอาไว้เบาๆ "อย่าขยับเลยค่ะพ่อ นอนคลุมผ้าห่มให้อุ่นๆ ไว้เถอะค่ะ ร่างกายพ่อกำลังอ่อนแอ เดี๋ยวจะจับไข้เอาได้นะคะ ฉันไม่เป็นไรค่ะ ร่างกายฉันยังสาว แข็งแรงกว่าพ่อเยอะ แค่โดนฝนสาดนิดหน่อย ไม่สะทกสะท้านหรอกค่ะ" หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นเครือ แม้ว่าฟันของเธอจะกระทบกันดังกึกๆ จากความหนาวเย็นก็ตาม เธอคลี่ยิ้มกว้างที่อ่อนโยนและอบอุ่นที่สุดส่งให้ชายชรา เพื่อสร้างความมั่นใจและคลายความกังวลให้แก่เขา "พ่อดูสิคะ หลังคารั่วจนน้ำหยดลงมาเต็มพื้นเลย ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้ ผ้าห่มผืนใหม่ก็คงจะเปียกตามไปด้วย พ่อนอนพักผ่อนเถอะนะคะ เดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องน้ำรั่วเอง พ่อไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น คืนนี้ฉันจะอยู่เฝ้าพ่อเองค่ะ" พูดจบ หนิงรุ่ยก็ไม่รอช้า เธอหันหลังเดินกลับออกไปที่ห้องโถงกลางบ้านอีกครั้ง แม้ว่าลมพายุจะยังคงพัดกระโชกแรงและสาดละอองฝนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แต่เธอก็ไม่ได้หวาดหวั่น หญิงสาวควานหากะละมังเหล็กเคลือบใบเก่าที่เคยวางอยู่มุมห้องครัวท่ามกลางความมืด ก่อนจะรีบวิ่งนำมันกลับเข้ามาในห้องนอนของโจวหูคง เธอเงยหน้าขึ้นมองหาจุดที่น้ำฝนหยดทะลุหลังคาลงมา ก่อนจะกะระยะและวางกะละมังเหล็กใบนั้นลงบนเตียงไม้ในตำแหน่งที่ตรงกับรอยรั่วอย่างพอดิบพอดี ติ๋ง... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงน้ำฝนที่หยดลงมากระทบก้นกะละมังเหล็กดังกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แทนที่เสียงน้ำที่เคยหยดรดลงบนผ้าห่ม หนิงรุ่ยถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นว่าสามารถป้องกันไม่ให้น้ำฝนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชายชราได้สำเร็จ จากนั้น เธอก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นดินอัดแน่นข้างเตียงเตา กอดเข่าตนเองเอาไว้แน่นเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นที่กำลังแช่แข็งร่างกาย เธอไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน ไม่ได้กลับไปหาความอบอุ่นในห้องนอนของตนเอง แต่เธอเลือกที่จะนั่งหยัดยืนอยู่ตรงนี้ นั่งเฝ้าดูอาการของพ่อสามีอย่างใกล้ชิดและไม่คลาดสายตา โจวหูคงนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่ม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาช่วยคลายความหนาวเหน็บและหยุดอาการไอของเขาได้อย่างชะงัดนัก ชายชราทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของลูกสะใภ้ที่กำลังนั่งกอดเข่าหนาวสั่นอยู่ข้างเตียงของเขาผ่านความมืดมิด หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจและซาบซึ้งใจเอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาที่ฝ้าฟาง ก่อนจะไหลรินลงมาตามร่องแก้มที่เหี่ยวย่นอย่างเงียบเชียบ เขาไม่เคยร้องไห้ด้วยความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ความกตัญญูและความเสียสละที่แท้จริงของผู้หญิงคนนี้ ได้พังทลายอคติและความเกลียดชังในใจของเขาจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองที่ยังคงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายนอก ภายในห้องนอนอันคับแคบและมืดมิดแห่งนี้ กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรักและความผูกพันที่บริสุทธิ์ที่สุด เสียงน้ำหยดกระทบกะละมังดังกังวานประสานกับเสียงฟ้าร้อง ราวกับเป็นบทเพลงที่บรรเลงขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับการเริ่มต้นใหม่ของสายใยครอบครัวตระกูลโจว หนิงรุ่ยนั่งกอดเข่าอดทนต่อความหนาวเย็นด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า เธอจะนั่งเฝ้าเขาอยู่ตรงนี้ จะคอยเทน้ำในกะละมังทิ้งเมื่อมันเต็ม และจะคอยปกป้องเขาจากทุกภยันตราย จนกว่าพายุฝนจะสงบลงและแสงอรุณแห่งวันใหม่จะสาดส่องเข้ามานำพาความอบอุ่นมาสู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD