ตอนที่ 17 ป้องกันแมลงศัตรูพืช

2888 Words
กาลเวลาหมุนเปลี่ยนผ่านไปอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง หลายวันหลังจากที่ครอบครัวสกุลโจวได้เริ่มต้นโครงการทำปุ๋ยหมักบำรุงดินตามคำแนะนำของหนิงรุ่ย บรรยากาศภายในบ้านก็ดูเหมือนจะผ่อนคลายและมีความหวังเจือปนอยู่ในอากาศมากยิ่งขึ้น ทว่าวิถีชีวิตของการทำเกษตรกรรมนั้นไม่เคยมีคำว่าราบรื่นหรือปราศจากอุปสรรคอย่างแท้จริง ในช่วงหัวค่ำของวันหนึ่ง ขณะที่แสงตะวันเพิ่งจะลาลับขอบฟ้าและถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดของรัตติกาล โจวจื่อหมิงเดินลากฝีเท้าที่หนักอึ้งและเชื่องช้ากลับมาจากการตรวจตราความเรียบร้อยในทุ่งนา ร่างกายกำยำของชายหนุ่มเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่เย็นเฉียบ เสื้อผ้าฝ้ายสีซีดเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนและเศษหญ้า ทว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดกลับไม่ใช่ความเหนื่อยล้าทางกาย หากแต่เป็นสีหน้าที่เคร่งเครียดและมืดครึ้มประดุจพายุฝนที่กำลังตั้งเค้าของเขา ชายหนุ่มตักน้ำจากโอ่งดินเผาขึ้นมาล้างหน้าล้างตาอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนม้าตั่งไม้ที่โต๊ะอาหารกลางลานบ้านด้วยท่าทีที่หมดเรี่ยวแรง เขายกมือที่หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยด้านขึ้นลูบใบหน้าของตนเองอย่างหนักหน่วง เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังก้องออกมาจากลำคอ บ่งบอกถึงความกลัดกลุ้มที่สุมแน่นอยู่ในอกจนแทบจะระเบิด หนิงรุ่ยที่กำลังยกชามข้าวต้มและกับข้าวมาวางบนโต๊ะสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นได้อย่างชัดเจน หญิงสาววางถาดอาหารลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามและทอดสายตามองสามีด้วยความห่วงใย "เกิดอะไรขึ้นที่ทุ่งนาหรือคะ จื่อหมิง ทำไมคุณถึงได้ดูเครียดขนาดนี้" หนิงรุ่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและกังวานใส โจวจื่อหมิงเงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยา นัยน์ตาคมกริบสีนิลของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความสิ้นหวังที่ฉายชัด เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากก่อนจะเริ่มต้นเล่าถึงปัญหาอันใหญ่หลวงที่กำลังคุกคามหยาดเหงื่อแรงกายของพวกเขา "ถั่วเหลืองในแปลงนาของเรากำลังแย่แล้วล่ะหนิงรุ่ย" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและแหบแห้ง "หลายวันมานี้ อากาศเริ่มร้อนชื้นขึ้น พวกแมลงศัตรูพืชก็เลยพากันบุกแปลงนาของเราอย่างหนักหน่วง ฉันเดินดูเมื่อตอนเย็น ใบถั่วเหลืองที่เคยเขียวสด บัดนี้ถูกพวกหนอนและแมลงปีกแข็งกัดกินจนแหว่งเป็นรอยโหว่เต็มไปหมด บางกอก็ถูกกินจนเหลือแต่ก้านใบ ถ้าเราปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ต้นถั่วเหลืองคงไม่สามารถออกดอกออกฝักได้ ผลผลิตที่เราตั้งความหวังเอาไว้คงจะต้องพังพินาศย่อยยับจนไม่เหลือชิ้นดีแน่ๆ" คำบอกเล่าของโจวจื่อหมิงเปรียบดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางวงอาหาร โจวหูคงและจิ้งฝูฝูที่เพิ่งเดินออกมาร่วมโต๊ะต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนกและซีดเผือด การถูกแมลงศัตรูพืชทำลายผลผลิตคือฝันร้ายที่น่ากลัวที่สุดสำหรับชาวนาที่ยากจนข้นแค้นอย่างพวกเขา หากไม่มีถั่วเหลืองไปขายหรือนำมาทำเต้าหู้ ครอบครัวสกุลโจวก็คงต้องเผชิญกับความอดอยากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนิงรุ่ยนั่งนิ่งรับฟังทุกถ้อยคำ หัวใจของเธอถูกบีบรัดด้วยความสงสารและความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง เธอมองเห็นความเจ็บปวดในดวงตาของสามี และรู้ดีว่าเธอไม่อาจนิ่งดูดายปล่อยให้ความหวังของครอบครัวต้องถูกแมลงตัวเล็กๆ กัดกินจนสูญสิ้นไปได้ เมื่อถึงยามวิกาล บรรยากาศภายในห้องนอนอันคับแคบและซอมซ่อตกอยู่ในความเงียบสงัด โจวจื่อหมิงที่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจได้หลับสนิทไปแล้ว ทว่าแผ่นหลังกว้างของเขายังคงกระสับกระส่ายไปมา บ่งบอกถึงความกังวลที่ตามไปหลอกหลอนแม้ในห้วงนิทรา หนิงรุ่ยลืมตาโพลงอยู่ท่ามกลางความมืดมิด หญิงสาวค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่งพิงผนังดินปั้นอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนสามี เธอหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เพ่งจิตมุ่งลึกลงไปในห้วงแห่งมโนสำนึก เพื่อเรียกหาความลับอันแสนวิเศษที่สวรรค์ประทานมาให้เธออีกครั้ง "เปิดใช้งานร้านค้าแต้มบุญ" สิ้นคำอธิษฐานในใจ หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนละมุนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ส่องสว่างเรืองรองอยู่ในความมืดมิดของห้องนอน หนิงรุ่ยเหลือบมองตัวเลขแต้มบุญที่มุมขวาบน ซึ่งเธออุตส่าห์สะสมมาจากการทำงานบ้าน ปรนนิบัติแม่สามี และดูแลทุกคนในครอบครัวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตัวเลขคะแนนที่เพิ่มขึ้นมาเพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาวิกฤตในครั้งนี้ หญิงสาวสั่งการให้ระบบเลื่อนหน้าต่างไปยังหมวดหมู่การเกษตรและการดูแลรักษาพืชพรรณ สายตาของเธอไล่ค้นหาสินค้าอย่างจดจ่อและรวดเร็ว เธอไม่ต้องการสารกำจัดศัตรูพืชที่มีพิษตกค้าง เพราะมันอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในครอบครัวและผืนดินในระยะยาว จนกระทั่งสายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับรูปภาพของขวดแก้วทรงกระบอกที่มีของเหลวสีเข้มบรรจุอยู่ภายใน คำอธิบายด้านล่างระบุชื่อของมันว่า "น้ำสกัดสมุนไพรไล่แมลงสูตรเข้มข้นนาโน" หนิงรุ่ยเพ่งมองอ่านสรรพคุณของมันด้วยความตื่นเต้นและเปี่ยมไปด้วยความหวัง น้ำสกัดชนิดนี้ไม่ได้เป็นสารพิษที่ฆ่าแมลงให้ตายในทันที แต่มันถูกสกัดมาจากแก่นแท้ของพรรณไม้และสมุนไพรธรรมชาติที่มีรสขมและกลิ่นฉุนรุนแรงในระดับที่แมลงศัตรูพืชหวาดกลัวและรังเกียจ เมื่อนำไปฉีดพ่น กลิ่นและรสชาติของมันจะเคลือบติดอยู่บนใบไม้ ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันที่ทำให้แมลงไม่กล้าเข้ามากัดกินหรือวางไข่ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีความปลอดภัยต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีสารตกค้างที่ทำลายธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย ราคาของน้ำสกัดสมุนไพรสูตรเข้มข้นขวดนี้อยู่ที่แปดแต้มบุญ หนิงรุ่ยไม่มีความลังเลใจเลยแม้แต่วินาทีเดียว เธอตัดสินใจกดปุ่มยืนยันการแลกเปลี่ยนบนหน้าจอโปร่งแสงทันที แสงสว่างสีฟ้าสว่างวาบขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่ละอองแสงจะลอยมารวมตัวกันและก่อตัวเป็นวัตถุที่มีน้ำหนักอยู่บนฝ่ามือของเธอ เมื่อแสงสว่างจางหายไป สิ่งที่ปรากฏอยู่คือขวดแก้วเนื้อหนาสีชาเข้ม ปิดผนึกด้วยจุกไม้ก๊อกอย่างแน่นหนา ภายในบรรจุของเหลวสีน้ำตาลเข้มข้นที่ดูดุดันและทรงพลัง หนิงรุ่ยประคองขวดแก้วในมือด้วยความทะนุถนอม รอยยิ้มแห่งความโล่งอกผลิบานขึ้นบนใบหน้า ขวดน้ำสกัดสมุนไพรขวดนี้คืออาวุธชิ้นสำคัญที่จะช่วยปกป้องผลผลิตและกอบกู้รอยยิ้มของสามีให้กลับคืนมาอีกครั้ง รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับสายหมอกบางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือลานบ้าน แสงแดดอ่อนๆ เริ่มสาดส่องลอดผ่านกิ่งไม้เข้ามาขับไล่ความหนาวเย็น หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวจัดการกับมื้ออาหารเช้าอันแสนเรียบง่ายเสร็จสิ้น โจวจื่อหมิงก็เตรียมตัวจะคว้าจอบและเสียมมุ่งหน้าไปเผชิญกับฝันร้ายในแปลงถั่วเหลืองอีกครั้ง ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวข้ามธรณีประตู หนิงรุ่ยก็ส่งเสียงเรียกเอาไว้พร้อมกับก้าวเดินเข้ามาหาเขาด้วยความมั่นใจ "เดี๋ยวก่อนค่ะ จื่อหมิง พ่อคะ แม่คะ รบกวนดูนี่หน่อยค่ะ" หนิงรุ่ยเอ่ยขึ้นพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมผ้าฝ้ายตัวเก่า ก่อนจะหยิบขวดแก้วสีชาเข้มที่บรรจุของเหลวสีน้ำตาลออกมาวางลงบนโต๊ะไม้กลางลานบ้าน ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังขวดแก้วรูปทรงแปลกตาด้วยความงุนงงและสับสน โจวหูคงขมวดคิ้วเข้าหากันพลางหรี่ตาที่ฝ้าฟางเพ่งมองของเหลวในขวด ในขณะที่โจวจื่อหมิงก็มองหน้าภรรยาสลับกับขวดแก้วด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม "นี่มันคือน้ำอะไรหรือ หนิงรุ่ย ขวดหน้าตาประหลาดเชียว" โจวจื่อหมิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย หนิงรุ่ยส่งยิ้มบางๆ อย่างเยือกเย็นและเป็นธรรมชาติ เธอเตรียมข้ออ้างที่สมเหตุสมผลเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเริ่มต้นอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ฉะฉานและน่าเชื่อถือ "เมื่อคืนตอนที่เห็นคุณกลุ้มใจเรื่องแมลงกินใบถั่วเหลือง ฉันก็นอนไม่หลับเลยค่ะ ฉันพยายามนึกย้อนไปถึงหนังสือเก่าๆ ที่เคยยืมอ่านสมัยเรียนมัธยม ในนั้นมีบันทึกตำราโบราณเกี่ยวกับการไล่แมลงด้วยวิธีธรรมชาติ ฉันก็เลยลองค้นหาข้าวของในหีบเก็บของเก่าของฉันดู แล้วก็เจอขวดนี้เข้าพอดีค่ะ มันคือหัวเชื้อน้ำสกัดจากสมุนไพรป่าหลายชนิดที่มีรสขมจัดและกลิ่นฉุนจัด ตอนที่ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ ฉันติดมันมาด้วยแต่ลืมไปเสียสนิทเลยค่ะ" เธอหยิบขวดแก้วขึ้นมาแกว่งเบาๆ ให้เห็นความเข้มข้นของของเหลวภายใน "ในหนังสือบอกว่า ถ้านำหัวเชื้อสมุนไพรนี้ไปผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำไปรดที่ใบของต้นไม้ กลิ่นและรสขมของสมุนไพรจะเคลือบติดใบไม้เอาไว้ พวกหนอนและแมลงที่จมูกไวจะทนกลิ่นฉุนไม่ไหวและหนีไปเองค่ะ ที่สำคัญคือมันทำมาจากต้นไม้ใบหญ้าล้วนๆ ไม่มีพิษภัยต่อต้นถั่วเหลืองและไม่เป็นอันตรายต่อพวกเราเวลาเก็บเกี่ยวด้วยค่ะ เราลองเอาไปใช้ดูไหมคะ ดีกว่าปล่อยให้แมลงกินผลผลิตของเราจนหมดนะคะ" คำอธิบายที่ไหลลื่นและมีเหตุผลรองรับ ทำให้ความคลางแคลงใจของทุกคนลดทอนลงไปอย่างมาก โจวหูคงพยักหน้าช้าๆ ชายชราเคยได้ยินเรื่องการใช้สมุนไพรป่าไล่แมลงจากคนเฒ่าคนแก่ในอดีตมาบ้าง การที่ลูกสะใภ้มีความรู้เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าเหลือเชื่อจนเกินไป โจวจื่อหมิงมองลึกเข้าไปในดวงตาของภรรยา เขาเห็นเพียงความจริงใจและความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือครอบครัว ชายหนุ่มคลายคิ้วที่ขมวดแน่นออก ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "ถ้ามันเป็นอย่างที่เธอว่า ก็คุ้มค่าที่จะลองดู อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งรอให้แมลงกินถั่วเหลืองของเราจนตายใจ เราไปที่แปลงนากันเถอะ" แสงแดดยามสายเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นเมื่อหนิงรุ่ยและโจวจื่อหมิงเดินทางมาถึงบริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน ทั้งสองคนไม่ได้เดินตรงไปยังแปลงถั่วเหลืองในทันที แต่กลับแวะพักที่ริมลำธารสายเล็กๆ ที่มีน้ำใสแจ๋วไหลเย็นตลอดทั้งปี โจวจื่อหมิงวางถังไม้ขนาดใหญ่สองใบลงบนโขดหินริมตลิ่ง ก่อนจะใช้กระบวยตักน้ำจากลำธารขึ้นมาเทใส่ถังจนเต็มปรี่ หนิงรุ่ยเดินเข้ามาเคียงข้างสามี หญิงสาวค่อยๆ ดึงจุกไม้ก๊อกที่ปิดผนึกขวดแก้วสีชาออกอย่างระมัดระวัง วินาทีที่จุกไม้ก๊อกหลุดออก กลิ่นหอมฉุนรุนแรงของพรรณไม้ธรรมชาติก็พุ่งทะลักออกมาปะทะโสตประสาทการรับกลิ่นอย่างจัง มันเป็นกลิ่นที่ผสมผสานระหว่างความขมขื่นของเถาวัลย์ป่า ความเผ็ดร้อนของรากไม้ และความฉุนเฉียวของใบไม้หลากชนิด กลิ่นนั้นไม่ได้เหม็นเน่าจนน่าสะอิดสะเอียน แต่มันเป็นกลิ่นอายของธรรมชาติที่ทรงพลังและเข้มข้นจนทำให้ต้องสูดปากและหรี่ตาลง โจวจื่อหมิงถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อได้กลิ่นนั้น ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบจมูกพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กลิ่นฉุนรุนแรงเอาเรื่องเลยนะเนี่ย แค่คนได้กลิ่นยังแสบจมูกขนาดนี้ พวกแมลงตัวเล็กๆ คงวิ่งหนีป่าราบกันพอดี" หนิงรุ่ยยิ้มรับคำพูดของสามี เธอค่อยๆ เทของเหลวสีน้ำตาลเข้มจากขวดแก้วลงไปในถังไม้ที่บรรจุน้ำใสสะอาด ทันทีที่หัวเชื้อสมุนไพรสัมผัสกับผิวน้ำ มันก็กระจายตัวและแตกฟองเล็กๆ ออกมา มวลน้ำใสแจ๋วแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพันขุ่นๆ อย่างรวดเร็ว กลิ่นฉุนของสมุนไพรกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณริมลำธาร กลบกลิ่นไอดินและกลิ่นตะไคร่น้ำจนหมดสิ้น โจวจื่อหมิงใช้กิ่งไม้แห้งคนส่วนผสมในถังให้เข้ากันอย่างแข็งขัน ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หนิงรุ่ยยืนมองภาพแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความอิ่มเอมใจ ความร่วมมือร่วมใจที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นดั่งสายใยที่ถักทอความสัมพันธ์ของพวกเขาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อผสมน้ำยาสมุนไพรเสร็จสิ้น โจวจื่อหมิงก็จัดการหาบถังไม้ทั้งสองใบเดินมุ่งหน้าไปยังแปลงถั่วเหลือง หนิงรุ่ยเดินตามไปติดๆ ในมือถือบัวรดน้ำที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่เจาะรูเล็กๆ ที่ก้นกระบอก ซึ่งเป็นเครื่องมือรดน้ำแบบดั้งเดิมของชาวนา เมื่อมาถึงแปลงนา ภาพความเสียหายที่ปรากฏแก่สายตายิ่งทำให้หัวใจของหนิงรุ่ยปวดร้าว ใบถั่วเหลืองสีเขียวสดที่ควรจะสมบูรณ์กลับเต็มไปด้วยรอยแหว่งวิ่นและรูพรุน หนอนสีเขียวตัวอ้วนท้วนและแมลงปีกแข็งตัวเล็กๆ กำลังเกาะกินใบไม้อย่างตะกรุมตะกราม ราวกับกำลังเฉลิมฉลองงานเลี้ยงอันโอชะ ทั้งสองคนไม่รอช้า โจวจื่อหมิงตักน้ำยาสมุนไพรสีอำพันใส่บัวรดน้ำไม้ไผ่จนเต็ม แล้วส่งต่อให้ภรรยา หนิงรุ่ยรับบัวรดน้ำมาถือไว้มั่น เธอเดินก้าวลงไปในแปลงนาอย่างระมัดระวัง ไม่นึกรังเกียจดินโคลนที่เลอะเทอะรองเท้าอีกต่อไป หญิงสาวยกบัวรดน้ำขึ้นสูงเหนือยอดต้นถั่วเหลือง เอียงกระบอกไม้ไผ่เพื่อให้น้ำยาสมุนไพรไหลรินผ่านรูเล็กๆ ตกลงมาเป็นฝอยละอองบางๆ คล้ายหยาดฝน น้ำยาสีอำพันเคลือบชโลมลงบนใบถั่วเหลืองทุกใบอย่างทั่วถึง โจวจื่อหมิงเองก็ใช้บัวรดน้ำอีกอันหนึ่งช่วยรดน้ำยาในอีกฝั่งของแปลงนา สองสามีภรรยาทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นจังหวะ พวกเขาก้าวเดินไปตามคันนาอย่างเชื่องช้า พรมน้ำยาสมุนไพรลงบนต้นถั่วเหลืองทีละกอ ทีละกอ อย่างทะนุถนอมและตั้งใจ ทันทีที่ละอองน้ำยาสัมผัสกับใบไม้ กลิ่นฉุนรุนแรงของสมุนไพรก็ลอยฟุ้งขึ้นมาปะทะจมูกแมลงศัตรูพืช ปฏิกิริยาตอบสนองเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าอัศจรรย์ใจ หนอนสีเขียวที่กำลังแทะกินใบไม้อย่างเมามันถึงกับชะงักงัน ก่อนจะทิ้งตัวร่วงหล่นลงสู่พื้นดินดินประดุจใบไม้ร่วง แมลงปีกแข็งที่เกาะอยู่ตามกิ่งก้านต่างพากันกางปีกบินหนีเอาตัวรอดแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง ราวกับได้พบเจอกับมัจจุราชที่น่าสะพรึงกลัว "มันได้ผลจริงๆ ด้วย หนิงรุ่ย! ดูสิ พวกแมลงมันบินหนีไปหมดแล้ว!" โจวจื่อหมิงร้องตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นและดีใจอย่างปิดบังไม่มิด ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มกว้างให้ภรรยา เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวและเจิดจ้าที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในรอบหลายเดือน แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง หนิงรุ่ยยิ้มรับด้วยความสุขที่ล้นอยู่ในอก หยาดเหงื่อที่ไหลอาบใบหน้าไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองคนยังคงเดินหน้ารดน้ำยาสมุนไพรต่อไปจนกระทั่งหยดสุดท้ายในถังไม้เหือดแห้ง แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มสาดส่องฉาบย้อมแปลงถั่วเหลืองให้กลายเป็นสีทองอร่าม ท่ามกลางกลิ่นฉุนของสมุนไพรที่ยังคงลอยอวลปกป้องผลผลิตแห่งความหวัง ต้นถั่วเหลืองที่เคยถูกคุกคามบัดนี้ได้หยัดยืนอย่างสง่างามและปลอดภัย โจวจื่อหมิงเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างหนิงรุ่ย ชายหนุ่มทอดสายตามองผลงานที่เกิดจากหยาดเหงื่อและการร่วมแรงร่วมใจของพวกเขาทั้งสอง เขายื่นมือที่หยาบกร้านออกไปกุมมือที่ยังมีร่องรอยบาดแผลของภรรยาเอาไว้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่หยาบกระด้างแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและมั่นคงนั้น สื่อสารแทนคำขอบคุณนับพันคำ การปกป้องแปลงถั่วเหลืองในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการกอบกู้ผลผลิตทางการเกษตร แต่มันคือการปกป้องและทะนุถนอมความหวัง อนาคต และความรักที่กำลังเบ่งบานขึ้นใหม่อีกครั้งในหัวใจของพวกเขาทั้งสองคนอย่างงดงามและตราตรึงใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD