ตอนที่ 7 ความลับในร้านค้าแห่งอนาคต

2390 Words
ค่ำคืนในชนบทอันห่างไกลความเจริญนั้นช่างเงียบสงัดและมืดมิดจนน่าใจหาย แสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างกรุกระดาษเก่าๆ เข้ามาตกกระทบลงบนพื้นดินอัดแน่นภายในห้องนอน สร้างเงาสลัวที่ทอดตัวยาวไปตามผนังดินปั้น อากาศในยามวิกาลของฤดูใบไม้ผลิยังคงแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บที่เสียดแทงทะลุเสื้อผ้า ทว่าบนเตียงเตาอิฐที่ถูกก่อขึ้นอย่างเรียบง่ายกลับมีความอบอุ่นจางๆ แผ่ซ่านออกมารองรับแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาว หนิงรุ่ยนอนลืมตาโพลงอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เธอรับฟังเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดปีกส่งเสียงระงมอยู่ภายนอกตัวบ้าน สลับกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอและหนักหน่วงของโจวจื่อหมิง ชายหนุ่มผู้เป็นสามีที่นอนหลับสนิทอยู่เคียงข้าง แผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรัดกล้ามเนื้อจากการกรำงานหนักของเขากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ความเหนื่อยล้าสะสมจากการแบกหามและทำไร่ไถนามาทั้งวันทำให้เขาจมดิ่งสู่นิทราอย่างรวดเร็วโดยไม่รับรู้ถึงการตื่นตัวของภรรยา หนิงรุ่ยค่อยๆ พลิกตัวตะแคงข้างและทอดสายตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสามีในความมืด แสงจันทร์รำไรส่องให้เห็นสันกรามที่ขบแน่นแม้ในยามหลับใหล รอยย่นบนหน้าผากที่เกิดจากความเครียดและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในการดูแลครอบครัวยังคงไม่คลายตัว หญิงสาวยกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าของเขาเพื่อปลอบประโลม แต่ก็ต้องชะงักมือค้างไว้กลางอากาศด้วยความเกรงใจและกลัวว่าจะทำให้เขาตื่นขึ้นมาพบกับความหวาดระแวง เธอค่อยๆ ดึงมือกลับมาวางแนบชิดอกตนเอง หัวใจของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความรู้สึกผิดที่ผสมปนเปกันอย่างลึกซึ้ง เธอรู้ดีว่าเวลาแห่งการพักผ่อนของเขานั้นมีค่าเพียงใด จึงเลือกที่จะขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้าและเงียบกริบที่สุดเท่าที่จะทำได้ หญิงสาวค่อยๆ ดันตัวขึ้นพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังดินปั้นที่เย็นเยียบ ความหนาวเย็นที่แล่นปราดจากแผ่นหลังช่วยกระตุ้นสติสัมปชัญญะของเธอให้ตื่นตัวอย่างเต็มที่ เธอดึงผ้าห่มฝ้ายผืนเก่าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนขึ้นมาคลุมทับหน้าตักเพื่อกักเก็บความอบอุ่น หนิงรุ่ยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อากาศที่เย็นยะเยือกไหลผ่านลำคอทำให้จิตใจของเธอสงบนิ่งและเยือกเย็น เธอหลับตาลงและเริ่มรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เพ่งจิตมุ่งความสนใจเข้าไปยังส่วนลึกของมโนสำนึก เพื่อเรียกหาความลับอันยิ่งใหญ่ที่สวรรค์ประทานมาให้ เธอตั้งจิตอธิษฐานและนึกถึงเสียงกังวานใสที่เคยดังขึ้นในหัวเมื่อตอนกลางวัน เพียงชั่วอึดใจเดียว ความเงียบสงบในโสตประสาทก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังตื่นตัวขึ้นภายในจิตวิญญาณของเธอ "เปิดใช้งานร้านค้าแต้มบุญ" หนิงรุ่ยเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมาในห้วงความคิดด้วยความมุ่งมั่น ทันใดนั้น ท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอนที่ไม่มีแม้แต่แสงตะเกียง ก็ปรากฏแสงสว่างสีฟ้าอ่อนละมุนเรืองรองขึ้นเบื้องหน้าของเธอ มันไม่ได้เป็นแสงสว่างที่สาดส่องไปกระทบสิ่งของรอบกายหรือทำให้ห้องสว่างไสวขึ้นแต่อย่างใด แต่มันเป็นแสงสว่างที่เกิดขึ้นและรับรู้ได้เฉพาะภายในจอประสาทตาและจิตวิญญาณของเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น หน้าจอโปร่งแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากละอองแสงระยิบระยับ ลอยเด่นอยู่กลางอากาศในระยะห่างที่พอดีกับสายตาของเธอ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนตื่นเต้น แม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่การได้เห็นความมหัศจรรย์นี้ด้วยตาตนเองอีกครั้งก็ยังคงทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอโปร่งแสงนั้นมีความคมชัดและมีสีสันที่งดงามเกินกว่าจินตนาการใดๆ ที่คนในยุคสมัยของเธอจะสามารถนึกฝันถึงได้ มันดูคล้ายกับแผ่นกระจกที่ไร้ขอบเขต ภายในหน้าจอนั้นถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่สินค้ามากมายที่ถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นภาษาที่เธอสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง รูปภาพของสินค้าแต่ละชิ้นมีความสมจริงราวกับสามารถเอื้อมมือออกไปหยิบจับมาถือไว้ได้จริงๆ หนิงรุ่ยกวาดสายตามองแถบเมนูหลักที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าจอ มันถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่อาหารและยา หมวดหมู่เครื่องนุ่งห่ม หมวดหมู่ของใช้ในชีวิตประจำวัน และหมวดหมู่ที่ทำให้ดวงตาของเธอทอประกายเจิดจ้าที่สุด นั่นคือหมวดหมู่การเกษตร สินค้าที่จัดแสดงอยู่บนหน้าจอเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากยุคอนาคตในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า สิ่งของบางอย่างมีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดจนเธอไม่สามารถคาดเดาถึงวิธีการใช้งานได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแผ่ซ่านกลิ่นอายของความล้ำหน้าและความอัศจรรย์ที่สามารถพลิกโฉมหน้าชีวิตอันยากไร้ของครอบครัวสกุลโจวได้อย่างแน่นอน เธอจ้องมองตัวเลขแต้มบุญที่มุมขวาบนของหน้าจอ ซึ่งยังคงแสดงตัวเลขห้าคะแนนที่เธอได้รับจากการซักเสื้อผ้าให้สามีในตอนเช้า ตัวเลขสีทองนั้นส่องประกายระยิบระยับ เป็นดั่งเครื่องเตือนใจถึงจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่ของเธอ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและตั้งใจอย่างแรงกล้า หนิงรุ่ยเพ่งสมาธิไปที่หมวดหมู่การเกษตร ทันทีที่จิตใจของเธอสั่งการ หน้าจอก็สลับเปลี่ยนหน้าต่างอย่างลื่นไหลและรวดเร็ว ภาพของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกและการทำไร่ไถนาปรากฏขึ้นเรียงรายเป็นแถวยาว เธอค่อยๆ ไล่สายตาพิจารณาสินค้าเหล่านั้นทีละชิ้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเธอคือถุงบรรจุภัณฑ์สีเขียวมรกตที่มีชื่อเรียกว่า "ปุ๋ยบำรุงดินสูตรพิเศษ" คำอธิบายด้านล่างระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ปุ๋ยชนิดนี้ถูกสกัดมาจากแก่นแท้ของธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีอันตรายที่ทำลายหน้าดิน เมื่อนำไปโรยลงบนผืนดินที่แห้งแล้งและเสื่อมโทรม มันจะซึมซาบลงไปฟื้นฟูแร่ธาตุและคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนดินได้อย่างรวดเร็วราวกับพลิกฝ่ามือ ทำให้พืชพรรณที่ปลูกเจริญงอกงามได้อย่างเต็มศักยภาพ ถัดมาเป็นภาพของเครื่องมือทุ่นแรงที่มีรูปร่างหน้าตาล้ำสมัย มันดูคล้ายกับจอบและเสียมที่ชาวบ้านใช้กันอยู่ทั่วไป ทว่าวัสดุที่ใช้ทำนั้นดูเงางามและเบาหวิวราวกับขนนก คำอธิบายระบุว่าเครื่องมือเหล่านี้ถูกออกแบบมาตรศาสตร์เพื่อลดภาระการใช้แรงงานของมนุษย์ เมื่อจับด้ามเครื่องมือ มันจะปรับสมดุลและช่วยผ่อนแรงในการขุดดินหรือถางหญ้าได้อย่างมหาศาล ทำให้ผู้ใช้งานไม่รู้สึกปวดเมื่อยหรือเหนื่อยล้าแม้จะต้องทำงานหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง หนิงรุ่ยจินตนาการภาพของโจวจื่อหมิงและโจวหูคงที่กำลังใช้เครื่องมือมหัศจรรย์เหล่านี้ทำนา หากพวกเขามีมัน รอยย่นบนหน้าผากและความเหนื่อยล้าบนแผ่นหลังของพวกเขาคงจะลดลงไปได้มาก เธอยังคงเลื่อนดูแคตตาล็อกสินค้าต่อไป จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับหมวดหมู่เมล็ดพันธุ์พืช ภาพของเมล็ดพันธุ์หลากหลายชนิดปรากฏขึ้น ทั้งข้าวสาลี ข้าวโพด และผักผลไม้นานาพรรณ คำอธิบายของเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ล้วนระบุถึงคุณสมบัติที่น่าทึ่ง พวกมันเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาอย่างสมบูรณ์แบบ มีความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งที่ยาวนานหรือพายุฝนที่โหมกระหน่ำ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ก็ยังสามารถหยั่งรากลึกและเติบโตขึ้นมาให้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ หนิงรุ่ยมองภาพของสินค้าเหล่านี้ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก นี่คือขุมทรัพย์ที่แท้จริง ขุมทรัพย์ที่จะช่วยให้ครอบครัวสกุลโจวหลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้นและก้าวขึ้นสู่ความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน ทว่าท่ามกลางสินค้าอันหลากหลาย หนิงรุ่ยกลับหยุดสายตาและจดจ้องไปที่ภาพของสินค้าชิ้นหนึ่งอย่างไม่วางตา มันคือถุงบรรจุเมล็ดถั่วเหลืองที่มีชื่อเรียกว่า "เมล็ดถั่วเหลืองเกรดพรีเมียม" ภาพบนหน้าจอแสดงให้เห็นถึงเมล็ดถั่วเหลืองที่มีขนาดใหญ่กว่าถั่วเหลืองทั่วไปถึงสองเท่า เมล็ดของมันมีรูปร่างกลมกลึงและมีสีเหลืองทองอร่ามราวกับก้อนทองคำบริสุทธิ์ ผิวเปลือกเรียบเนียนและเปล่งประกายเงางามสะท้อนแสงไฟ คำอธิบายที่ปรากฏอยู่ด้านข้างระบุว่า เมล็ดถั่วเหลืองชนิดนี้ให้ผลผลิตที่ดกและมีปริมาณมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น รสชาติและคุณภาพของน้ำนมถั่วเหลืองที่คั้นออกมาได้นั้นจะมีความเข้มข้น หอมหวาน และอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงล้ำเหนือกว่าถั่วเหลืองสายพันธุ์ใดๆ บนโลกใบนี้ หนิงรุ่ยเบิกตากว้างขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อได้อ่านคุณสมบัติของมัน ความคิดต่างๆ เริ่มประดังประเดเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว ครอบครัวสกุลโจวมีสูตรลับการทำเต้าหู้ที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ รสชาติเต้าหู้ฝีมือของจิ้งฝูฝูและโจวหูคงนั้นอร่อยกลมกล่อมไม่เป็นรองใคร ทว่าปัญหาหลักที่ทำให้กิจการเต้าหู้ของครอบครัวไม่สามารถเติบโตหรือขายได้ราคาดี เป็นเพราะวัตถุดิบหลักอย่างถั่วเหลืองที่ปลูกได้ในหมู่บ้านนั้นมีคุณภาพต่ำ เมล็ดลีบแบนและมีรสชาติจืดชืดเนื่องจากสภาพดินที่เสื่อมโทรมและภัยแล้ง หากเธอสามารถนำเมล็ดถั่วเหลืองเกรดพรีเมียมนี้มาปลูกในที่ดินของครอบครัว และนำผลผลิตที่ได้มาทำเต้าหู้ด้วยสูตรลับดั้งเดิม เต้าหู้สกุลโจวจะต้องกลายเป็นสินค้าชั้นเลิศที่มีรสชาติอร่อยล้ำและไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้อย่างแน่นอน หญิงสาวเริ่มคำนวณและวางแผนการในหัวอย่างจริงจัง เธอเลื่อนสายตาไปดูราคาของเมล็ดถั่วเหลืองเกรดพรีเมียมถุงนั้น ตัวเลขที่ระบุไว้คือหนึ่งร้อยแต้มบุญต่อหนึ่งถุงใหญ่ เธอหันกลับไปมองตัวเลขห้าคะแนนของตนเองที่มุมขวาบนอีกครั้ง แม้ระยะห่างระหว่างคะแนนที่มีกับคะแนนที่ต้องใช้จะยังคงห่างไกลกันมาก แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกท้อแท้หรือสิ้นหวังเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับกลายเป็นแรงผลักดันอันมหาศาลที่ทำให้ไฟแห่งความพยายามในหัวใจของเธอลุกโชนขึ้น เธอมองเห็นภาพของอาณาจักรเต้าหู้ที่กำลังเจริญรุ่งเรือง ภาพของรถม้าที่บรรทุกเต้าหู้สกุลโจวไปส่งขายทั่วทุกสารทิศ ภาพของชาวบ้านที่เข้าคิวรอซื้อเต้าหู้ของเธอด้วยความเต็มใจ และที่สำคัญที่สุด คือภาพของครอบครัวสกุลโจวที่มีความสุข มีเงินทองจับจ่ายใช้สอย ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ หรือต้องทนรับความยากลำบากอีกต่อไป หนิงรุ่ยจดจ้องใบหน้าจอโปร่งแสงนั้นเป็นเวลานาน ซึมซับทุกรายละเอียดและทุกความหวังที่ระบบร้านค้าแห่งอนาคตนี้มอบให้ เมื่อเธอได้พิจารณาและวางแผนการทุกอย่างในหัวจนรอบคอบแล้ว เธอจึงตั้งจิตอธิษฐานเพื่อปิดระบบลง หน้าจอสีฟ้าอ่อนที่เคยสว่างไสวค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงระยิบระยับก่อนจะจางหายไปในความมืดมิดของห้องนอน กลับคืนสู่ความเงียบสงบและเย็นเยียบดังเดิม ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือจิตใจของหญิงสาวที่บัดนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใดในชีวิต เธอลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด แววตาของเธอส่องประกายวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยวและไม่ยอมแพ้ เธอจะไม่รอคอยให้โชคชะตาหรือความช่วยเหลือจากใครมาหล่นทับ แต่เธอจะใช้สองมือของเธอสร้างมันขึ้นมาเอง หนิงรุ่ยตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนและแน่วแน่ว่า นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอจะอุทิศตนเพื่อครอบครัวสกุลโจวอย่างหมดหัวใจ เธอจะตื่นก่อนใครเพื่อนเพื่อลงมือทำอาหารและทำงานบ้านทุกอย่างที่ขวางหน้า จะปรนนิบัติดูแลแม่สามีที่กำลังเจ็บป่วยด้วยความอ่อนโยน จะสนับสนุนและแบ่งเบาภาระของสามีในทุกๆ ด้าน จะสั่งสอนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่น้องๆ ทุกการกระทำ ทุกความเหนื่อยยาก และทุกหยาดเหงื่อที่เสียไป จะต้องถูกแปรเปลี่ยนเป็นแต้มบุญอันล้ำค่า เพื่อที่เธอจะได้สะสมคะแนนให้ครบหนึ่งร้อยแต้มโดยเร็วที่สุด หนิงรุ่ยขยับตัวลงนอนราบกับเตียงเตาอีกครั้ง ค่อยๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงหน้าอก เธอหันตะแคงเข้าหาแผ่นหลังกว้างของโจวจื่อหมิง สัมผัสถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและความหวังปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง เธอหลับตาลงพร้อมกับภาพของเมล็ดถั่วเหลืองสีทองอร่ามที่ยังคงติดตา พรุ่งนี้เช้าจะเป็นวันใหม่ที่เต็มไปด้วยภารกิจและการต่อสู้เพื่อกอบกู้ความสุขของครอบครัวกลับคืนมา ไม่ว่าอุปสรรคจะยากลำบากเพียงใด ไม่ว่าสายตาของชาวบ้านหรือแม้แต่คนในครอบครัวจะยังคงหวาดระแวงเธอแค่ไหน เธอจะไม่มีวันย่อท้อหรือถอยหลังกลับไปสู่เส้นทางแห่งความมืดมิดอีกเป็นอันขาด อาณาจักรเต้าหู้สกุลโจวและชีวิตใหม่ที่งดงาม จะต้องถูกสร้างขึ้นด้วยสองมือและแต้มบุญของเธออย่างแน่นอน หญิงสาวบอกกับตัวเองในใจอย่างหนักแน่น ก่อนจะปล่อยให้สติสัมปชัญญะจมดิ่งสู่นิทราอันแสนสงบสุข พร้อมที่จะตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ารับแสงอรุณของวันใหม่ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งและเปี่ยมด้วยพลังแห่งความหวังอย่างแท้จริง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD