ROOMMATE 01
**********************************
“ไอ้กัสกางเกงในฉันหายไปไหน!!!”
“กางเกงในของใคร?”
“ก็บอกอยู่เนี่ยว่ากางเกงในฉันหายไปไหน!!!”
“กางเกงในของเธอแล้วเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ?”
“อย่ามาตลก อยู่ห้องกันสองคนถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใคร?”
“เธอลืมเอาไว้ไหนหรือเปล่าล่ะ แล้วมาถามฉันเนี่ยนะ”
“ให้พูดใหม่อีกทีนะว่ากางเกงในฉันหายไปไหน?”
ฉันมองหน้ากัสรูมเมทที่โคตรจะโรคจิตมากเลยล่ะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากอยู่กับเขาหรอกนะ
แต่เพราะทางบ้านของฉันมีปัญหาทางด้านการเงิน แม่ก็เลยให้ฉันมาอยู่ที่เพ้นท์เฮ้าส์ของลูกชายเพื่อนแม่
และแม่ก็บอกว่าลูกชายเพื่อนแม่คนนี้ไว้ใจได้ว่าจะไม่ทำอะไรฉันแน่นอน เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใครและเป็นคนที่เกียรติเพศตรงข้ามมากด้วย
แต่ฉันคิดว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกนะ เพราะตั้งแต่ที่ฉันมาอยู่กับเขาสิ่งที่แม่บอกกับฉันนั้นมันก็ตรงกันข้ามทุกอย่างเลยล่ะ
ใครจะคิดล่ะว่านักศึกษาแพทย์ที่ใส่แว่นหนาเต๊อะ หอบหนังสือเล่มใหญ่จะมีนิสัยเป็นพวกโรคจิตที่ชอบดูหนังโป๊และช่วยตัวเองไปด้วย
แถมยังขโมยกางเกงในที่อยู่ในตะกร้าผ้าฉันไปแล้วสามสี่ตัว จนตอนนี้ฉันแทบไม่มีกางเกงในจะใส่แล้วเว้ย
นี่น่ะเหรอลูกชายเพื่อนแม่ที่บอกว่าไว้ใจได้ ไว้ใจได้กี่โมงกันล่ะ?
“มันหลายครั้งแล้วนะที่นายทำแบบนี้อ่ะ ฉันไม่มีจะใส่แล้วนะกัส”
“ก็บอกไปแล้วไงว่าฉันไม่ได้เอาไป เธอจะยัดเยียดให้ฉันเป็นคนขโมยกางเกงในเธอให้ได้เลยหรือไงลิกา?”
“ก็บอกไปแล้วว่าห้องนี้มันมีแค่ฉันกับนาย”
“แล้วไง ก็ฉันไม่ได้เอาไปไง”
คนตรงหน้าทำหน้าลอยหน้าลอยตา แต่ฉันรู้นะว่าเขานั่นแหละเป็นคนเอาไป เพราะฉันเคยจับได้มาแล้วแต่เขาก็ไม่ยอมรับผิด
และครั้งนี้ฉันก็มั่นใจมากว่าจะต้องเป็นเขานี่แหละที่ขโมยกางเกงในของฉันไป รูมเมทของฉันคนนี้มันร้ายมากเลยนะ ไม่ได้ร้ายอย่างเดียวนะแต่มันยังโรคจิตมากอีกด้วย
นี่แม่ฉันจะรู้หรือเปล่าเนี่ยว่าฝากปลาย่างเอาไว้กับแมวแบบนี้ อยากจะบ้าตาย สายตาของฉันมองไปยังตะกร้าผ้าของกัสที่วางอยู่ข้างๆ กัน และมันก็ดันไปเห็นกางเกงในของตัวเองที่วางอยู่ในนั้น
ฉันบอกแล้วว่าไงว่าไอ้รูทเมทคนนี้มันร้ายมากแค่ไหน ความร้ายของเขานั้นก็คือความร้ายใต้สะดือด้วย
ปากบอกว่าตัวเองไม่ใช่โรคจิต ไม่ได้ขโมยกางเกงในของฉันไป แต่นี่หลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะแก้ตัวยังไง
“ในตะกร้าผ้าของนายมีกางเกงในของฉันอยู่นะกัส”
“อ้าวเหรอ โทษทีสงสัยหยิบลงผิดตะกร้า”
“แล้วนายมาเอากางเกงในฉันไปทำอะไร อย่าบอกนะว่าเอาไปดม?”
“เปล่า ฉันก็เห็นว่ามันตกอยู่ที่พื้นก็เลยเก็บให้ แต่ไม่คิดว่ามันจะไปลงที่ตะกร้าผ้าของฉันไงก็มันอยู่ใกล้กันแบบนี้”
“นายคิดว่าฉันจะเชื่องั้นเหรอ?”
“แล้วจะให้ฉันทำไงล่ะ ก็บอกไปแล้วนี่ว่าฉันหยิบลงผิดตะกร้า”
คนตรงหน้ายักไหล่เหมือนว่าตัวเองไม่ใช่คนผิด ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหัวร้อนไปมากกว่านี้
นี่ถ้าไม่ติดว่าทางบ้านของฉันมีปัญหาเรื่องเงินนะฉันจะย้ายออกทันทีเลยล่ะ เพราะการที่ต้องอยู่ห้องเดียวกันกับโรคจิตอย่างกัสมันเป็นอะไรที่โคตรไม่ปลอดภัยต่อชีวิตฉันมากเลยนะจะบอกให้
กัสยังคงมองหน้าฉันกลับมาโดยที่ตัวเองไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันผิดมากแค่ไหนและทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีด้วย
“มองหน้าฉันแบบนี้อย่าบอกนะว่ากำลังคิดว่าฉันเป็นคนไม่ดี”
“เออ!!! คนดีที่ไหนจะทำเหมือนที่นายทำ”
“ที่พูดไปเนี่ยไม่เชื่อว่างั้นเหอะว่าฉันไม่ได้เอาไปดม”
“เชื่อก็บ้าแล้วไอ้กัส”
“เอาเหอะ ไม่เชื่อก็ไม่เชื่อเพราะต่อให้ฉันพูดไปยังไงเธอก็ไม่คิดจะเชื่ออยู่แล้วนี่”
“อย่าให้มีอีกนะ ไม่งั้นฉันจะบอกแม่นายว่านายมันโรคจิต”
“หึ เธอคิดว่าแม่จะเชื่อใครดีล่ะ เด็กเรียนอย่างฉันหรือว่าเด็กหนีเที่ยวอย่างเธอ”
“พูดแบบนี้จะขู่กันเหรอ?”
“ยังไม่ได้พูดประโยคนั้นเลยนะ ทำไมล่ะ หรือว่าเธอแอบทำอะไรลับหลังแม่ตัวเองหรือเปล่าหืม?”
คนตรหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นคนเรียบร้อยไม่ชอบสุงสิงกับคนอื่น แต่ดูจากพฤติกรรมตอนนี้แล้วก็สอนรู้สอดเห็นเหมือนกันนะถึงได้รู้ว่าฉันชอบเที่ยวกลางคืน
แต่แล้วยังไงเหรอ ฉันก็แยกแยะเรื่องเรียนกับเรื่องเที่ยวได้นะ ไม่ได้หนีเที่ยวแต่การเรียนไม่เอาไหน
กัสที่เห็นว่าฉันเงียบไปเขาก็เดินเข้ามาใกล้ฉันมากเดิม ทำให้ฉันต้องถอยหลังให้ห่างจากเขาทันที ก็บอกไปแล้วไงว่าผู้ชายคนตรงหน้าคนนี้ไว้ใจไม่ได้
“ทำตัวเป็นเด็กไม่น่ารักแบบนี้ ระวังจะโดนหวดนะครับ”