พ่ายรักเมียเก่า (ที่ไม่รัก)
ตอนที่3 บรรยากาศยามค่ำคืน
บรรยากาศยามค่ำคืนท่ามกลางป่าเขาที่แสนสงบนั้น ไม่มีแสงไฟแสงสีเสียงเหมือนกรุงเทพยามค่ำคืน
มีเพียงเสียงของจักจั่นเรไรที่ร้องระงมทั่วทั้งท้องทุ่งนา
เสียงผู้คนที่รายล้อมกันกินข้าวที่บ้านผู้ใหญ่บ้านนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของทุกคนที่นั่งสนทนากัน ต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดและสิ่งที่ได้พบปะและเรียนรู้มา
ลิ้นจี่หันมาถาม “พี่แคนดี้ถามจริงๆ เลยนะ พี่ไม่ค่อยลงดอยกลับกรุงเทพเลยเหรอไม่คิดถึงพ่อแม่พี่น้องหรือแฟนบ้างเลยเหรอ ฉันเห็นพี่อยู่แต่ที่นี่ไม่เบื่อเหรอคะพี่”
ลิ้นจี่เอ่ยถามออกมาอย่างอดไม่ได้ เช่นเดียวกับทุกคนที่ก็อยากรู้แต่ว่าไม่มีใครที่กล้าถาม เพราะว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ
“พี่รักที่นี่ไง ถ้าลงดอยไปในเมืองก็จะโทรหา วีดีโอคุยกันแค่นี้ก็หายคิดถึงแล้ว อีกอย่างพ่อแม่พี่ก็มาหาพี่บ่อยๆตอนที่เรานัดเจอกันในตอนที่ไปในเมืองไงจ๊ะ”
“แล้วครอบครัวหมอล่ะ ที่หมายถึงแฟนหรือคนรักอ่ะ”(คราวนี้ผู้ใหญ่ถึงกับเอ่ยถามบ้างเมื่อมีลูกสาวปูทางไว้ให้เเล้ว)
“ตอนนี้ยังไม่พร้อมมีใครยังสนุกกับการทำงานอยู่ คงอีกนานค่ะ เหมือนกับว่ายังสนุกกับการใช้ชีวิตคนเดียวมากกว่าค่ะ
อีกอย่างเกิดมีแฟนแล้วทำให้ต้องจากทุกคนที่นี่ไปคงไม่ดีแน่ ทุกคนคิดว่าไงคะ” แคนดี้หาคำตอบที่ถือว่าตอบได้ดีมีเหตุผลทำเอาทุกคนถึงกับหัวเราะออกมา
ชาวบ้านคนหนึ่งรีบถาม “งั้นหนุ่มๆ ที่นี่ก็หมดสิทธิ์นะสิครับ”
ทุกคนต่างพากันหัวเราะอย่างมีความสุข
แคนดี้ยิ้มต่างจากอานนท์ที่ทำหน้าผิดหวังมากๆ ก็เธอพูดออกมาชัดเจนขนาดนี้แล้วว่าไม่อยากมีใคร ก็ต้องทำให้เขาผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดา รู้ขนาดนี้ใครจะไปยิ้มออกมาได้ล่ะ มันต้องมีผิดหวังกันบ้างแหละ
ลิ้นจี่มองหน้าอานนท์แล้วรู้สึกสงสารตัวเองทันที ที่รักเขาขนาดไหนก็ไม่เคยได้ใจชายหนุ่มเลย
หนำซ้ำชายหนุ่มกับไปแอบรักพี่หมอที่ตัวเธอเองรับและเคารพเหมือนพี่สาวเสียอีก
เมื่อคิดได้แบบนี้ลิ้นจี่ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
"เอาวะ...เลือดนักสู้อยู่แล้วตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก...."
ลิ้นจี่คิดในใจแล้วหัวเราะคนเดียว อย่างคนบ้าคลั่ง ทำเอาทุกคนถึงกับหันมามองก่อนที่จะหัวเราะตามลิ้นจี่
"เป็นบ้าอะไรของเอ็งวะไอ้ลิ้นจี่"
..พ่อเอ่ยถามลูกสาวที่หัวเราะออกมาอย่างคนบ้าคลั่ง โดยที่ไม่รู้สาเหตุและที่มาที่ไป
"หรือว่าผีเข้า" ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นมา "ผีไม่เข้าหรอกคนบ้าน่ะสิจะเข้าสิงมัน"
“เปล่าจ่ะพ่อ แค่คิดอะไรเพลินๆ ไปหน่อย”
"พี่ว่าหัวเราะขนาดนี้ไม่เรียกว่าเพลินไปหน่อยมั้งลิ้นจี่ มันต้องมีเรื่องอะไรแน่เลยไหนเล่าให้พี่ฟังบ้างสิ"
แคนดี้รีบแซวลิ้นจี่ทันที ทุกคนต่างหัวเราะ
"นี่ก็ดึกมากแล้วหมอว่าหมอขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวทหารที่เฝ้าเวรยามที่บ้านพักจะเป็นห่วงค่ะ"
แคนดีออกตัวเพราะว่ามันดึกมากแล้วจริงๆ ไหนจะต้องรีบไปเคลียร์งานต่ออีก
แคนดี้ออกตัวเพราะว่าดึกมากแล้ว
อานนท์//งั้นเดี๋ยวผมเดินไปส่งหมอก็ได้ เพราะว่ายังไงก็ทางเดียวกันอยู่แล้วจะได้ไม่ต้องรบกวนพี่ป้าน้าอาไปส่ง อานนท์รีบเสนอตัวทันที
ลิ้นจี่//ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวพวกเราไปส่ง เพราะว่าต่อให้อยู่ที่นี่นานแค่ไหน
ก็กลับกันเองไม่ได้นะคะมันอันตราย เราจะไว้ใจอะไรไม่ได้ทั้งนั้นนะคะ เมื่อกลางวันก็มีเสียงปืน ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด
ผู้ใหญ่//ถูกของลิ้นจี่มันครับ ให้พวกเราไปส่งดีกว่า อีกอย่างพวกเราจะได้อุ่นใจว่าหมอถึงบ้านอย่างปลอดภัย
เมื่อตกลงกันได้จึงพากันไปส่งหมอและครูที่บ้านพัก โดยที่ไปส่งอานนท์ก่อน จากนั้นก็ไปส่งแคนดี้ ตามลำดับ
"ถึงสักที ขอบคุณทุกคนนะคะที่เดินมาส่ง ลำบากแย่เลย " แคนนี้กล่าวคำขอบคุณพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
เพราะแบบนี้ไงทุกคนที่นี่ถึงได้รักเธอ
"พี่แคนดี้ถ้าพี่เกรงใจ งั้นพี่เดินกลับไปส่งพวกเราอีกรอบหนึ่งดีมั้ยคะ" ลิ้นจี่แกล้งแซวเล่นทันที
"เอางั้นเลยเหรอลิ้นจี่ ถ้าขนาดนี้ให้พี่ไปนอนค้างที่บ้านเราเลยดีกว่าไหม" แคนดี้ตอบกลับแบบยิ้มๆ
"หนูพูดเล่นน่ะพี่ งั้นไปก่อนนะคะ ฝ้นดีค่ะพี่หมอสุดสวย" ลิ้นจี่พูดจบก็เดินกลับไปพร้อมกับชาวบ้านทันที
บ้านพักแคนดี้...
เมื่อแคนดี้เดินเข้ามาในบ้าน ทหารอาสาถือซองเอกสารมาให้
แคนดี้รับไว้พร้อมกับเอ่ยถามทหารที่ยื่นเอกสารให้
อะไรคะ?? แคนดี้รับมาพร้อมกับเอ่ยถาม แล้วเปิดดู หญิงสาวอ่านเอกสารจนครบ
พลทหาร//ว่าไงครับ
แคนดี้//พรุ่งนี้ช่วยกันเช็คยาและอุปกรณ์การแพทย์ด้วยนะคะเพราะว่าทางโรงพยาบาลจะส่งอุปกรณ์และยาที่เราขาดมาให้ค่ะ
จะได้ส่งรายงานกลับไป อะไรขาดเขียนมาให้ละเอียดเลยนะคะ เพราะว่าจะได้สั่งทีเดียว พวกอุปกรณ์ทำแผล อุปกรณ์ล้างแผลและทำความสะอาดนี่สำคัญเลยนะคะ อีกอย่าพวกยาแก้ปวด ด้วยนะคะ
พลทหาร//ได้ครับหมอผมจะไปบอกให้พวกนั้นเช็คให้คืนนี้เลยครับ พรุ่งนี้เช้าจะได้พร้อมออกเดินทาง
"ขอบคุณมากไปพักผ่อนเหอะ อ้อลืมไป กินข้าวรึยัง "
"ยังครับ ผมรอหมอ"
"ตายจริงขอโทษนะเมือกี้กินมาแล้ว นายกินหมดเลยนะพล"
ครับหมอ
.....................................