“ทำไมพี่แทนพูดอย่างกับที่ผ่านมาเอมบังคับ
ให้พี่ทำทุกอย่างเลยล่ะค่ะ” แทนไทถอนหายใจ
“เอมก็ลองใช้เวลาช่วงนี้ที่เราห่างกันทบทวนดู
อย่าให้พี่ต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำๆเลย แต่ถ้าเอม
คิดไม่ออกก็ลองไปถามพวกเพื่อนๆของพี่ดู
ว่าสิ่งที่เอมอยากให้พี่เป็นมันเรียกว่าอะไร
ใช่การบังคับหรือเปล่า” แทนไทพูดจบ
ก็คีบอาหารทะเลที่ย่างสุกแล้ว จัดเรียงใส่จาน
จนเต็ม พร้อมวางถ้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด ดึงแขนเอมอร
ที่ยังสวมกอดเอวของเขาไว้แน่นออก
“เอมปล่อยก่อน ไม่ต้องตาม เดี๋ยวพี่กลับมา”
แทนไทถือจานอาหารทะเลเข้าไปในบ้านพัก
พร้อมอธิฐานชื่อนามสกุลจริงของบิวตี้
แล้ววางจานอาหารทะเลและเครื่องดื่มไว้ที่บน
โต๊ะอาหาร “กินให้อร่อยนะ พี่หวังว่าบิวตี้จะชอบ”
จากนั้นแทนไทก็เดินไปสั่งแม่บ้านว่าห้ามยุ่งกับ
อาหารและเครื่องดื่มที่วางอยู่บนโต๊ะเด็ดขาด
บิวตี้ที่แอบดูอยู่ ก็เข้ามาสูดดมอาหารทะเลเข้า
เต็มปอดอย่างชื่นใจ หอมจัง น่ากินทุกอย่าง
เลย เว้ยย ขนาดทะเลาะกับแฟนอยู่แท้ๆ พี่แทน
ยังย่างมาให้เราตั้งเยอะแน๊ะ พี่แทนก็น่ารักเหมือน
กันนะเนี้ย เห้อ..ถ้าไม่มีพี่แทน เราจะทำยังไงกับ
วิญญาณที่ไร้ร่างแบบนี้ ขอบคุณมากนะคะพี่แทน
จากนั้นบิวตี้ก็นั่งกินอาหารทะเลอย่างเอร็ดอร่อย
พร้อมเปิดเครื่องดื่มทั้งมีแอล ไม่มีแอลที่แทนไทให้
แทนไทที่กำลังยืนแอบดูบิวตี้อยู่ ได้ยินคำชมถึงกับ
ยิ้มกว้าง เขายืนดูบิวตี้กินอย่างอร่อย เขาก็เดิน
กลับมาย่างอาหารทะเลต่อ เอมอรเห็นแทนไท
เดินกลับมา ก็รีบเข้ามาหา “พี่แทนขา” พร้อมกับ
สวมกอดเพื่ออ้อนและหวังเรียกร้องความสนใจ
จากแทนไทอีกครั้ง แม้ว่าแทนไทจะแบดบอย
แค่ไหน ควงสาวไปมีสัมพันธ์สวาทแบบไม่ซ้ำหน้า
เขาเน้นแบบจ่ายจบ แต่ระหว่างที่แทนไทคบกับ
เอมอร เขาก็ไม่เคยมีสัมพันธ์สวาทใดๆกับเอมอร
เลยสักครั้ง ถึงเอมอรจะพยายามยั่วยวนหรืออ่อย
แทนไทแค่ไหน เพราะแทนไทกลัวว่าวันหนึ่งเอมอร
จะเอาเรื่องบนเตียงมาเป็นข้ออ้างผูกมัดเขาให้
รับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ซึ่งมันก็ไม่ผิดไปจาก
การคาดเดาของแทนไทเลย เอมอรจะชอบพูดถึง
เรื่องการแต่งงานกับแทนไทอยู่ตลอดและเอมอร
ชอบใช้คำพูดต่อว่าแทนไทว่าไม่รับผิดชอบ เวลา
ที่แทนไทขอเลิกกับเธอ..“พี่แทน ทำไมเราต้องห่าง
กันด้วยล่ะค่ะ ถ้าพี่แทนอยากให้เอมปรับเปลี่ยน
ตัวเองเรื่องไหน แบบไหน ยังไง พี่แทนก็บอกเอม
สิค่ะ เอมพร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างเลยค่ะ
แต่เราอย่าห่างกันเลยนะคะ” แทนไทวางที่คีบลง
หันกลับไปดึงแขนของเอมอรออกจากเอวเขา
“มันผ่านมา 5 ปีแล้วที่เอมพูดแต่ประโยคเดิมๆ
พวกนี้ พี่ไม่เคยเห็นเอมเปลี่ยนได้เลยสักครั้ง
เรื่องแต่งงานก็เหมือนกัน เอมก็มาพูดกับพี่ตั้งแต่
คบกันปีแรก พ่อเอมก็ถามเรื่องการแต่งงานทุกปี
พี่คิดว่ามันคงถึงเวลาที่เราต้องเลิกกันจริงๆแล้ว
ไม่ใช่แค่ห่างกันและเอมก็ควรได้พบเจอผู้ชาย
คนใหม่ที่ดีกว่านี้ พร้อมแต่งงานสร้างครอบครัว
เพราะตอนนี้พี่ก็ทนเป็นหุ่นยนต์ให้เอมสั่ง หันซ้าย
หันขวา ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว พี่ขอบอกกับเอมตรงๆ
ว่าพี่ก็ยังไม่พร้อมกับชีวิตแต่งงานสร้างครอบครัว
เราเลิกกันด้วยดีเถอะนะเอม เป็นพี่น้องกันดีกว่า”
เอมอรร้องไห้ออกมาอย่างหนักและมันก็ไม่ใช่
ครั้งแรก แทนไทเคยยอมคบกับเอมอรต่อ เพราะ
เขาใจอ่อนกับน้ำตาของเอมอรทุกครั้ง แต่ครั้งนี้
ตัวของแทนไทเอง ก็รู้สึกแปลกใจ ว่าทำไมเขา
ถึงไม่รู้สึกใจอ่อนหรือสงสารเอมอร แต่เขากลับ
รู้สึกว่าเอมอรกำลังเล่นละคร แกล้งร้องไห้เพื่อ
ให้เขาใจอ่อน “พอเถอะเอม พี่จะไม่ใจอ่อนแบบ
ที่ผ่านมาอีกแล้ว หิวไหม เดี๋ยวพี่ย่างให้” เอมอร
พยักหน้าเบาๆ “ไปนั่งตรงนั้นก่อน เดี๋ยวพี่ย่าง
ไปให้” เอมอรเริ่มรู้แล้วว่าวิธีที่เธอเคยใช้มัน
ไม่ทำให้แทนไทใจอ่อนอีกแล้ว เธอจึงเริ่มคิดหา
วิธีใหม่ เพราะยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมเลิกกับ
แทนไทอย่างแน่นอน “เอมขอค้างที่นี่ได้ไหมค่ะ
ถ้าขับรถกลับคนเดียวตอนนี้ เอมกลัวค่ะ” แทนไท
พยักหน้า “ได้สิ..เดี๋ยวพี่บอกแม่บ้านให้เตรียมห้อง
ไว้ให้เอมแล้วกัน” เอมอรยิ้ม “ขอบคุณค่ะพี่แทน”
จากนั้นเอมอรก็เดินไปนั่งรออาหารทะเล สายตา
ของเอมอรยังจ้องมองไปที่แทนไท พรางคิดในใจ
ยังไงคืนนี้พี่แทนต้องเป็นสามีของเอมค่ะ เอมจะ
ไม่ยอมเสียพี่แทนไปให้ผู้หญิงคนไหนแน่นอน
หึ่ย!! ยัยเอมก็ร้ายเหมือนกันนะเนี้ย คิดจะลาก
พี่แทนขึ้นเตียงเพื่อล้วงกินตับเลยหรอ ภายนอก
เธอดูซื่อๆใสๆ ลูกคุณๆ แต่ความคิดของเธอมัน
ช่างเหมือนละครหลังข่าวเสียจริง ว่าแต่!!คนอย่าง
พี่แทนเนี้ยนะ ทั้งหื่น ทั้งกาม ขนาดนั้น แถมคบกัน
มาตั้ง 5 ปี ทำไมพี่แทนถึงปล่อยให้ยัยเอมที่ดู
เซ็กซี่ขยี้ใจเอ็กซ์อึ๋มขาวโบ๊ะ รอดจากความ
หื่นกามของพี่แทนไปได้เนี้ย ช่างแปลก!! มาก
ขนาดกับฉันที่มีแค่วิญญาณ พี่แทนยังจะจับกิน
ตั้งแต่เจอกันไม่ถึงชั่วโมงเลย บิวตี้ที่แอบฟังอยู่
“แปลกมากไหม บิวตี้” บิวตี้หันไปมองตามเสียง
ปลายจมูกของทั้งคู่ก็ชนกัน สายตาประสานจ้อง
มองกัน “พะ พี่แทนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ” บิวตี้ถอย
หลังขยับออกห่างจากใบหน้าของแทนไท
“ผีแอบฟังคนอื่น เขาเรียกว่าผีอะไรนะ บิวตี้”
“น่าจะผีจิตอาสาค่ะ ว่าแต่พี่แทนเห็นบิวตี้ได้ไงค่ะ”
“พี่ได้กลิ่นหอมจากตัวของบิวตี้ไง เลยลองเดินมาดู
แล้วบิวตี้ก็อยู่ตรงนี้จริงๆด้วย งั้นเมื่อกี๊บิวตี้ก็อยู่ใน
ห้องใช่ไหม” บิวตี้ยิ้มบาง “ใช่ค่ะ มันกลิ่นอะไรค่ะ
ทำไมบิวตี้ไม่ได้กลิ่นตัวเองเลย” แทนไทยื่นหน้า
เข้ามาใกล้ๆ “อืม..มันกลิ่นดอกไม้แต่พี่ไม่รู้ว่ามัน
กลิ่นดอกไม้อะไร หอมชื่นใจดี” บิวตี้ลองดมตัวเอง
ก็ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย “อาหารทะเลอร่อยไหม”
“อร่อยมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ” บิวตี้ยิ้มกว้าง
“ถ้าอิ่มแล้วไปนั่งรออยู่ในรถเลยนะ” แทนไทพูดจบ
เดินเข้าบ้านพัก “ทำไมค่ะ พี่แทน” เอ้า ให้ไปรอที่รถ
ทำไมก็ไม่บอก บิวตี้บ่นๆ แต่ก็เดินทะลุเข้าไปนั่งรอ
ในรถตามที่แทนไทบอก ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที
แทนไทก็เปลี่ยนใส่เสื้อตัวเดิมแล้วเดินกลับมาที่รถ
สตาร์ทรถได้ก็ถอยหลังรถยาวจนเกือบสุดทาง
แล้วขับรถกลับเข้ากรุงเทพฯทันที “แล้วแฟนของพี่
จะทิ้งเขาไว้ที่นั่นหรอค่ะ” แทนไทขำในลำคอ
“ไม่ได้ทิ้ง เขาขอค้างที่นี่เอง พี่ไม่ได้บอกสักคำว่า
คืนนี้พี่จะค้างที่นี่ พรุ่งนี้แม่พี่ผ่าตัด พี่ต้องไปหา
แม่แต่เช้าด้วย” บิวตี้ ขมวดคิ้ว “แล้วหนีมาแบบนี้
เลยหรอค่ะ ทำไมใจร้ายจัง” แทนไทส่ายหน้า
“เอมไม่ใช่แบบที่บิวตี้คิดหรอกนะ พ่อเอมเป็น
นักการเมืองระดับสูง เขาไม่ปล่อยให้ลูกสาว
คนเดียวของเขาไปไหน มาไหนคนเดียวหรอก”
“อ่อ!! พี่แทนกลัวโดนขืนใจนี่เอง” แทนไทถึงกับขำ
“แบบนี้เวลาพี่คิดอะไร บิวตี้ก็ได้ยินหมดเลยสิ”
บิวตี้พยักหน้า ฉีกยิ้ม “ อ่าห๊ะ..ทุกคำชัดแจ๋ว”
“ถึงว่าสิ ว่าพี่หื่นกาม ได้ยินความคิดของพี่นี่เอง”
แทนไทแอบขำในใจ พรางส่ายหน้าตลกตัวเอง
เขาก็คิดหื่นกามกับบิวตี้จริงๆตอนเจอครั้งแรก
“เห้ออ ไม่แฟร์เลย ผีได้ยินความคิดคน แต่คน
กลับไม่ได้ยินความคิดผี” บิวตี้ขำ “ความคิดผี
ก็มีแค่ไม่กี่เรื่องหรอกค่ะ” แทนไทขับรถเข้ามา
จอดที่ลานจอดรถของคอนโด “บิวตี้ ถามตายาย
ให้หน่อย พรุ่งท่านอยากกินอะไร” บิวตี้หยุดเดิน
“ให้บิวตี้ถามหรอค่ะ” แทนไทหันมามองบิวตี้
“ถ้าพี่เห็น พี่ก็ถามเองแล้วมั้ง” บิวตี้หันมองไปที่
ศาลตายาย ก้มๆเงยๆ “ตาบอกอยากได้โคโยตี้
ส่วนยายอยากได้ปืน” “เอาปืนมายิงตาหรอ”
“พี่แทนได้ยินหรอค่ะ” บิวตี้ทำตาโต “ หึ! หึ! ก็ตา
เล่นขอโคโยตี้ ใครก็เดาได้มั้ง ว่ายายจะเอาปืน
ไปทำอะไร” แทนไทเดินขำตั้งแต่ลานจอดรถไปถึง
หน้าลิฟท์