ทีใครทีมัน

1364 Words
นานหลายสัปดาห์ต่อมา ด้วยสถานะที่เป็นถึงผู้บริหารกิจการสูงสุดแห่งบ้านเซลฟ์โตเฟอร์จึงส่งผลให้เมทัลจำต้องค่อย ๆ ประกอบร่างหักพังของตัวเองให้กลับคืนสภาพเดิมอีกครั้งโดยมีแรงผลักดันจากบางสิ่งที่เรียกว่า ‘ภาระหน้าที่’ “ถ้ามันไม่ใช่เพราะเรื่องสำคัญอย่าหวังว่ากูจะถ่อมาถึงนี่ทั้งที่สังขารไม่ต่างจากคนใกล้ตายนะไอ้เวร!” เสียงทุ้มสบถด้วยความโกรธจัดเมื่อก้มลงมองนาฬิกาข้อมือแล้วพบว่าอีกฝ่ายผิดเวลานัดหมายมาจนครบหนึ่งชั่วโมงแล้ว “สวัสดีค่ะเสี่ย” “ครับ...? สวัสดีครับ” เจ้าของร่างสูงใหญ่ผงะเล็กน้อยเมื่อพบว่าคู่ค้าทางธุรกิจได้ส่งตัวบุตรสาวมาเป็นคนเจรจาเรื่องผูกพันธะสัญญาซื้อขายกับเซนฟ์โตเฟอร์ หหากแต่ก็ไม่ลืมจะยกมือขึ้นรับไหว้อย่างคนที่มีมารยาท “เสี่ยดูดีว่าที่น้องมิ้วคิดเอาไว้ไปพอสมควรเลยค่ะ อันนี้คือนามบัตร…” “เรามาเข้าเรื่องเซ็นสัญญากันจะดีกว่านะครับคุณมิ้ว” เมทัลตัดบทอย่างขี้คร้านจะสนทนาแม้รู้ดีว่าตัวเองกำลังเสียมารยาทก็ตามที พลางเลื่อนเอกสารสัญญาให้หญิงสาวได้พิจารณาด้วยตัวเองอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งก่อนลงนาม “ค่ะ” ผู้ที่บิดาสั่งกำชับเอาไว้หนักหนาในการเข้าถึงตัวของมาเฟียหนุ่มก็ได้ยิ้มเจื่อน หากแต่ก็ยังยื่นมือมารับเอกสารสัญญาแต่โดยดี *** “ที่แท้นายก็แค่ถือโอกาสเอาเรื่องระหว่างฉันกับจ้าวฮั่นมาเป็นข้ออ้างให้ตัวเองดูเป็นฝ่ายผู้ถูกกระทำแล้วยังทุเรศส่งพ่อนายมาขับไล่ฉันไปจากชีวิตเพื่อที่นายจะได้เริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงอีกคนสินะ เหอะ...แล้วเราจะได้เห็นดีกันแน่เมทัล!” ด้านต้าเหนิงที่เผอิญผ่านมาเห็นว่าผู้หญิงที่ไม่คุ้นหน้ากำลังจับมือถือแขนอดีตคนรักด้วยท่าทีสนิทสนม จึงประกาศกร้าวออกมาด้วยความโกรธจัดและเกิดความคิดอยากจะเอาคืนให้เขาดูเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ขึ้นมาบ้าง เวลาต่อมา Event Club “มีอะไร” ชยพัทธ์ปรายหางตามองมายังต้าเหนิงด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทั้งที่จริงแล้วภายในใจดวงแกร่งนั้นยินดีอยู่ไม่น้อยที่เธอยังคงนึกถึงหน้าเขาในยามที่ชีวิตกำลังเผชิญกับปัญหา “ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วย” เอ่ยบอกตามตรงด้วยความหวังว่าเขาจะยอมให้ความช่วยเหลือ แววตาคู่สวยที่สื่อให้เห็นถึงความผิดหวังอย่างรุนแรงส่งผลใจอีกดวงในแผ่นอกแกร่งถึงกับกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดไปกับเธอ “คิดจะใช้ฉันเป็นตัวประชดผู้ชายของเธอรึไง” ตอบรับคำขอนั้นด้วยท่าทีกวนประสาทแม้ความจริงแล้วจะใจอ่อนยอมช่วยเหลือเสียตั้งแต่สัมผัสได้ถึงความทุกข์ระทมผ่านแววตาคู่นั้นของเธอก็ตามที “ฉะ…ฉัน” “ก็ได้…ตกลง แต่ถ้าฉันจะขอเป็นคนตั้งกติกาของเกมนี้เองเธอจะตกลงไหมละต้าเหนิง” “…?” ใบหน้าสวยเอียงข้างเล็กน้อยพร้อมกับคู่ตากลมที่จ้องเขม็งไปยังชายผู้ได้รับฉายา ‘มาเฟียแฝดนรก’ ร่วมกับพี่น้องฝาแฝดอีกสองคนของเขามาตั้งแต่เมื่อครั้งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 อย่างเริ่มจะฉุกนึกขึ้นมาได้ว่าบางทีเธออาจคิดผิดที่ยื่นมือมาขอความช่วยเหลือจากเขา “ว่ามาก่อน” “แค่ทำตามทุกอย่างที่ฉันขอ” แม้ความเป็นจริงแล้วเขาจะตัดใจไปจากเธอได้บ้างแล้วเมื่อเริ่มเข้าใจแล้วว่าระหว่างเราสองคนคงยากที่จะสานต่อ หากแต่ชยพัทธ์ก็กลับยังเกิดความคิดอยากจะประจันหน้ากับเมทัล…มาเฟียรุ่นพี่ดูสักครั้ง “โด่!” ต้าเหนิงยกนิ้วกลางขึ้นโชว์เมื่อเธอเริ่มจะเกิดอาการไม่พอใจขึ้นมาบ้าง “แบบนั้นมันก็เท่ากับว่านายมีแต่ได้กับได้นี่หว่า” “เออ...ฉันก็ได้ทุกอย่างแหละแต่ยกเว้นหัวใจเธอไงยัยแก่ทึนทึก” ชยพัทธ์หัวเราะ “แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เสี่ยงที่จะเสียสิ่งสำคัญของตัวเองไปเหมือนกันนะครับ” “อะไร” หญิงสาวว่าพลางพ่นเสียงฉุนขึ้นจมูกอย่างประชดประชัน “ฉันนั่งคิดนอนคิดตะแคงคิดก็ยังมองไม่เห็นทางว่านายจะเสียหายเพราะเห็น ๆ กันอยู่ว่านายมีแต่ได้กับได้” “เสียชีวิตไงยัยโง่!” ปลายนิ้วใหญ่ยื่นออกไปดีดลงหน้าผากมนเบา ๆ ด้วยเป็นที่รู้กันดีในแวดวงนักธุรกิจสีเทาว่าอดีตแฟนหนุ่มของต้าเหนิงทั้งบ้าระห่ำและโหดทมิฬมากแค่ไหน จนถึงขนาดเขารวมถึงพี่น้องฝาแฝดอีกสองคนที่ได้ชื่อว่ามาเฟียแฝดนรกนับแต่อายุเพียงสิบห้าปีก็ยังต้องยอมหลีกทางให้กับความเลือดเย็นของชายหนุ่ม... เมทัล…เจ้าของฉายามีโอกาสสังหารก็ไม่ลังเลที่จะลงมือ ความเด็ดเดี่ยวที่นับว่าผิดแผกจากคนเป็นบิดาอย่างมาร์คัส…ผู้มีอุปนิสัยสุขุมนุ่มลึก ไม่ลงทันฑ์ผู้ผิดจนถึงชีวิตแม้จะเป็นสิ่งที่ใครคนนั้นสมควรได้รับก็ตามที “ฮ่า ๆ” ต้าเหนิงได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับหลุดหัวเราะให้กับท่าทีที่มองอย่างไรก็ชัดเจนว่าชยพัทธ์เพียงแค่เสแสร้งแกล้งทำเป็นกลัว “แต่ฉันว่าคงไม่มีใครน่ากลัวเท่ามาเฟียแฝดนรกอย่างพวกนายแล้วแหละ…จะบอกให้ก็ได้ว่าเมย์เขาไม่ใช่คนที่จะมาอาฆาตมาดร้ายใครอย่างที่นายกำลังพยายามยัดเยียดให้เขาเป็นหรอกนะ…เขาเป็นคนดี” ‘ดีกับผีน่ะสิ’ ชยพัทธ์แอบนึกอยู่ในใจที่มือจนถึงขั้นแล้วต้าเหนิงก็คงจะยังไม่เข้าใจว่าบุคคลที่เมทัลทำตัวออดอ้อนใส่เหมือนลูกแมวตัวน้อยมีเพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้น “ถ้าเธอว่าดีก็ดี” แผ่นหลังกว้างเอนลงพักพิงกับเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ “แล้วยังไง…คือเธอจะไม่ทำแล้ว?” “เออก็ได้ แต่…ต้องไม่มากถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัวหรือมีความสัมพันธ์ทางกาย” ‘นั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันจะไม่มีวันทำกับเธอเช่นกัน ถ้าหากเมทัลยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้’ “นายยิ้มอะไร” ฝ่ามือบางเลื่อนไปแตะลำแขนหนาของชยพัทธ์อย่างเอาเรื่อง “ถ้านายไม่ตกลงตามที่ฉันขอ…ฉันก็จะไม่ตอแยให้นายมาช่วยฉัน” “เออ...ตามนั้น” ชยพัทธ์ตอบรับเพียงสั้น ๆ พลางยืดตัวขึ้นเต็มความสูงเพื่อเดินทางกลับบ้านของตัวเอง ‘ถึงไม่ได้ครอบครองเธอแต่เดี๋ยวฉันจะช่วยเสริมสร้างความร้าวฉานระหว่างเธอกับหมอนั่นแทนละกันเนอะต้าเหนิง หึ… ‘ แม้จะจริงอยู่ที่ว่าเขาตัดใจไปจากหญิงสาวได้บ้างแล้ว หากแต่ก็อดไม่ได้ที่จะใช้โอกาสนี้ในการปั่นประสาทของรุ่นพี่หนุ่มอย่างเมทัล “ฉันจะไว้ใจนายได้สักแค่ไหนกันนะ ตาเด็กบ้า!” เเสียงหวานกล่าวบ่นอุบอิบให้กับร่างใหญ่ดั่งยักษ์ปักหลั่นที่เดินห่างออกไปจนลับสายตาแล้ว แม้ไม่อยากจะยอมรับแต่จริง ๆ แล้วชยพัทธ์เองก็หน้าตาดีพอสมควร เรือนผมทรงแมนบันสีเขียวเข้มขับต่อผิวขาวสะอาด เส้นคิ้วคมเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบรับกับนัยน์ตาสีนิลและจมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาแดงเรื่อจนผู้หญิงอย่างเธอยังต้องอาย…ความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรที่เสริมสร้างความเกรงขามให้กับเจ้าตัวเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับเธอแล้วเขาก็ยังพ่ายแพ้อดีตคนรักของเธอไปหลายขุม และหากมีใครปรารถนาจะรู้ว่าฝรั่งรสชาติเป็นเช่นไร...? ก็คงจะได้รับคำตอบที่ว่า ‘ ส้มตำปูปลาร้าจากร้านหน้าปากซอยที่ว่าเผ็ดก็ยังเด็ดสู้ลีลาของฝรั่งลูกเขื่องของเธอไม่ได้’ ___
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD