เจ็บไปรักไป

1339 Words
Trigger Warning! (คำเตือนก่อนเข้าสู่เนื้อหา!) Kidnapping : มีการลักพาตัว Imprison : มีการกักขังหน่วงเหนี่ยว Physical abuse , Mental abuse : มีการทำร้ายร่างกายและทำร้ายจิตใจ Abusive Relationship : ความสัมพันธ์ที่มีการทำร้ายรวมไปถึงความรุนแรงต่อกัน เนื้อหาต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหา ผู้เขียนไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เกาะส่วนตัว, จังหวัดสุราษฎร์ธานี “…” คู่ตาคมกริบทอดมองไปยังภาพที่แพทย์ชำนาญการกำลังทำการรักษาตัวให้กับอดีตคนรักด้วยแววตาว่างเปล่า “คงไม่ถึงตายหรอก…กูพูดถูกไหมไอ้หมอ” ก่อนจะออกปากถามอย่างไม่คิดสนใจต่อคำตอบที่ได้รับ แม้จะเห็นกับตาแล้วว่าร่างกายของอีกคนบอบช้ำมากเพียงใดจากการยกเอาอารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลของตัวเองก็ตาม “ไอ้ห่า...อย่างน้อยก็คนเคยรักกันปะวะ” ‘ณัฐภัทร บริการนุขา’ หรือ ‘เพลิง’ แพทย์หนุ่มวัยสามสิเอ็ดปีโต้กลับทันควันเมื่อเขาเริ่มจะหมดความอดทนต่อการกระทำรวมไปถึงคำพูดของเมทัล และอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงความปลอดภัยของคนที่ได้รับบาดเจ็บเพราะมันขึ้นมา “ตอบให้ตรงคำถามพ่อมึงคงไม่ตายหรอกเพลิง” เมทัลกอดอกพลางกระดิกปลายนิ้วเท้าไปมาอย่างรอคอยคำตอบจากเพื่อนสนิท “แค่บอกมาว่าแค่นี้ไม่ทำให้ยัยนี่ต้องถึงแก่ชีวิตใช่ไหม” “เบื้องต้นก็น่าห่วงตรงรอยฟกช้ำและการเคลื่อนของกระดูกที่เกิดจากการกระแทก แต่…ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าห่วง” แม้ใจจริงแล้วณัฐภัทรอยากจะให้ความช่วยเหลือผูเถูกกระทำที่หลับสนิทอยู่บนฟูกนุ่มโดยการบอกเมทัลว่าอาการของเธอน่าเป็นห่วงก็ตามที หากแต่สุดท้ายเขาก็เลือกจะบอกกล่าวไปตามความจริงเมื่อคิดขี้นว่าสิ่งนี้อาจถือเป็นการสาปแช่งเธอทางอ้อม “หมดหน้าที่มึงแล้ว....เชิญ” อีกหนึ่งชีวิตที่ยืนกระดิกนิ้วเท้าอยู่ด้านหลังแทรกขึ้นด้วยความไม่พอใจภายหลังจากที่สังเกตเห็นว่าสายตาอีกคู่เอาจดจ้องมองไปยังต้าเหนิงอย่างไม่ละสายตา “เออ กูรู้แล้วน่า” ณัฐภัทรยกปลายเท้าขึ้นเตะตัดขาเพิ่อนรุ่นน้องเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้มันก่อนจะออกไปจากจุดนี้แต่โดยดี ช่วงสายวันเดียวกัน “ได้แล้วครับคุณหนู” ‘ฮาฟิส’ ผู้รับใช้คนสนิทของมาเฟียหนุ่ม…ทำหน้าที่จัดหาอาหารตามรายการที่ได้รับคำสั่งค่อย ๆ เลื่อนถาดอาหารดั่งกล่าวนั้นออกมาไว้ตรงหน้าเจ้าด้วยท่าทีไม่ใคร่พิศมัย ด้วยว่าทุกสิ่งอย่างที่เขาจัดเตรียมมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นอาหารหน้าตาจืดชืดที่ดูเหมือนจะไร้ซึ่งรสชาติความอร่อย รวมไปถึงน้ำดื่มที่ไม่ผ่านกรรมวิธีกลั่นกรองที่สะอาด… “ขอบใจ” มือแกร่งเลื่อนออกไปรับถาดอาหารใบขนาดกลางมาถือเอาไว้กับตัวเอง เองก่อนจะกดหน้าลงเล็กน้อยเชิงเป็นสัญญานให้ผู้รับใช้คนสนิทออกไปให้ห่างจากบริเวณนี้ “ครับนาย” “อื้อ...” เสียงของคนที่ถูกประทุษร้ายอย่างทารุณร้องขึ้นในจังหวะเดียวกันกับที่ร่างสูงโปร่งขยับตัวไปมาเล็กน้อยอยู่บนเตียงนั้นสามารถดึงดูดความสนใจไปจากเมทัลที่รอคอยเวลานี้มาเนิ่นนานได้เป็นอย่างดี “อ๊ะ!” ฝ่ามือบางเลื่อนมือมาจับช่วงสีข้างของตัวเองที่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ได้ร้าวระบมจากการกระทำอันป่าเถื่อนของบรุษที่เธอเคยมีใจรักและบูชาจนแทบจะถวายชีวิตให้ หมับ! “อ้าปาก!” “ปล่อยฉันนะ!” คนที่มีรูปร่างเล็กกว่าพยายามใช้แรงอันน้อยนิดที่มีในการดันคู่มือใหญ่ให้ออกห่างจากบริเวณใบหน้าของตัวเองที่กำลังถูกบีบรัดอยู่จนแทบจะแหลกคามือใหญ่นั้น... “ฉันบอกให้อ้าปาก!” เสียงคมเข้มขู่กรรโชกขณะกำลัง ‘ยัดเยียด’ อาหารไม่ผ่านการปรุงรสที่อีกฝ่ายเคยกล่าวเอาไว้ว่า ‘ไม่ชอบทาน’ เข้าใส่ช่องปากเล็กนั้นอย่างรุนแรงจนอีกฝ่ายน้ำตาไหลพรากออกมาด้วยความเจ็บปวดบริเวณช่องปาก “แค่ก ๆ” เพียงแค่กลิ่นเท่านั้นต้าเหนิงก็รับรู้ได้ทันทีเขากำลังบีบบังคับให้ทานอาหารรสชาติจืดชืดที่เธอเกลียดแสนเกลียด รังให้หญิงสาวอาเจียนมันออกมาเสียจนหมดสิ้นในทันทีที่รสสัมผัสนั้นแตะลงบริเวณต่อมรับรสของเธอ “ฉันจะให้โอกาสอีกครั้งถ้าเธอยังอ้วกออกมาแทนที่จะยอมกลืนมันลงไปดี ๆ จากที่มีโอกาสกินข้าวเธอจะได้กินอ้วกของตัวเองแทนแน่นอน” จบประโยคนี้ของเมทัล เจ้าร่างบางที่นั่งซมอยู่กับเตียงด้วยความอ่อนแรงจากอาการเจ็บปวดก็เชิดหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อ “…” เมทัลที่แม้จะเห็นอยู่กับตาว่าอีกฝ่ายนั้นทั้งหวาดกลัวและน้อยใจต่อการกระทำนี้ของเขาจนแทบจะร้องไห้ออกมา…แต่ก็ใช่ว่าเขาจะให้ความสนใจ “ฉะ…ฉันไม่กิน” แม้จะหิวโหยเสียจนท้องกิ่วแต่ที่สุดแล้วเธอก็ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีทางจะทานอาหารที่เป็นฝ่ายจัดหามาให้ เมื่อรู้ดีว่าตัวเองคงไม่พ้นที่จะอาเจียนออกมาเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน “เธอจะกินดี ๆ หรือจะกินข้าวคลุกน้ำตาต้าเหนิง ฉันนับหนึ่ง” คำสั่งประกาศิตถูกประกาศกร้าวออกมาอย่างคนที่แต้มไพ่ในมือเหนือกว่า ขณะที่คู่ตาคมก็จ้องมองไปยังเธอโดยไม่ละสายตาแม้สักวินาทีเดียว “ฉันนับสอง…” “…” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสถานการณ์ตรงหน้าบีบคั้นให้เธอหวาดหวั่นยิ่งไปกว่าเก่า ขณะที่ใบหน้าสวยก็กลับเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อแห่งความวิตก “ฉันนับสะ… , ฉันกินแล้วเมย์! ฉันกินแล้ว” เสียงหวานตะโกนแทรกขึ้นมาพร้อมด้วยน้ำตาที่อาบนองใบหน้าจนกว่าจะหักห้าม ก่อนจะยื่นมือออกไปตักอาหารในชามตรงหน้าขึ้นรับประทานแต่โดยดี “น้ำด้วย” “ชะ…ใช่น้ำแร่หรือเปล่า” เอ่ยถามด้วยใจมีความหวังว่าเธอจะไม่ต้องทนเจ็บปวดต่ออาการปวดท้องภายหลังจากดื่มน้ำที่ไม่ใช่น้ำแร่บริสุทธิ์อย่างที่เคยดื่มมาตลอดชีวิต “มีให้กินก็บุญกะลาหัวเธอแค่ไหนแล้วต้าเหนิง! รีบกินเข้าไปซะก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน” เสียงนั้นกระโชกโฮกฮากด้วยความขัดใจในท่าทางอ่อนแอเกินกว่าปกติของต้าเหนิง ก่อนจะเผยยิ้มออกมาด้วยความพอใจเมื่อได้เห็นว่าเธอยอมดื่มน้ำที่เตรียมมาให้แล้วตอนนี้ ฟึ่บ! “อย่าเพิ่งตาย” ยารักษาอาการฟกช้ำและบรรเทาอาการเจ็บปวดถูกโยนลงตรงหน้าของต้าเหนิงที่ตกอยู่ในสภาพพะอืดพะอมเสียเต็มที แต่ถึงเช่นนั้นมือบางก็ยื่นมาหยิบยาขึ้นกินเมื่อรู้ดีว่าสิ่งนี้จะช่วยให้เธอคลายจากอาการเจ็บปวดได้ “…” เมทัลที่เห็นดังนั้นจึงตัดสินใจร่นถอยตัวเองออกไปจากจุดนี้เพื่อปล่อยให้เธอได้พักผ่อน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางไกลกันในไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ ปัง! “ม๊าจ๋า ป๊าจ๋า ฮึก...” เสียงประตูถูกปิดตัวลงหลังจากร่างสูงเดินออกไปแล้ว รังให้น้ำตาของอีกคนรินไหลลงมาเป็นทางหลังจากที่เธอพยายามอดกลั้นมานานพอสมควร ใบหน้าสวยที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำตาก้มลงมองเรืนอร่างที่เกิดเป็นรอยฟกช้ำจากน้ำมือของคนที่เคยรักกัน…พร้อมกับใจดวงน้อยที่หวนคำนึงผู้ให้กำเนิดที่ไม่เคยจะทุบตีบุตรสาวให้เกิดบาดแผลด้วยความเสียใจเมื่อเพิ่งจะรับรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอ ‘มอบความรัก’ ให้ผิดคนมาตลอดทั้งชีวิตนี้… ___
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD