ครืด...
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังลั่นขึ้นส่งผลให้ต้าเหนิงที่จมดิ่งอยู่กับความผิดหวังภายหลังจากได้เห็นกับภาพระหว่างเมทัลและผู้หญิงคนใหม่ของชายหนุ่มของเขาเมื่อก่อนหน้ารู้สึกตัวขึ้นมา ก่อนที่ฝ่ามือบางจะล้วงลงไปในกระเป๋าเพื่อรับสายโทรศัพท์มือถือ...
(ค่ะ...ยายยี่)
(คุณหนูต้าเหนิงคะ ทะ..ท่านเจ้าสัวไม่ยอมทานข้าวทานน้ำมาหลายวันแล้วค่ะ ยี่กลัวว่า...)
(ป๊าเขาไม่ปล่อยให้ตัวเองอดอาหารจนเสียชีวิตหรอกค่ะยายยี่เชื่อต้าเถอะ อีกอย่าง...ป๊าก็ชอบเป็นแบบนี้ทุกครั้งในตอนที่มีคนไปขัดใจเขา ยายยี่ยังไม่ชินอีกเหรอคะ หึ ๆ)
(แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะหนักกว่าทุกครั้งนะคะคุณหนู ฮึก...ยี่กลัวจะเสียท่านเจ้าสัวไป ยี่รักท่านเจ้าสัวเหมือนลูกเหมือนหลาน ยี่คงจะทำใจไม่ได้ถ้าหาก... ฮึก...)
(ยายยี่กำลังจะทำให้ต้าใจอ่อนนะคะ โธ่...ยายนี่คะครั้งนี้ป๊าเขาทำผิดจริง ๆ นะ)
(ถ้า...ถ้าหากยี่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ท่านเจ้าสัวล้มเลิกการจัดงานหมั้นได้ คุณหนูต้าเหนิงจะ...จะพาคุณหญิงท่านกลับมาหาท่านเจ้าสัวไหมคะ)
(โถ...ยายยี่คะ ขนาดม๊าที่เป็นเมียยัง... เอ๊ะ! หรือยายยี่กำลังจะบอกว่าการที่ม๊าหนีหายไปครั้งนี้จะกลายมาเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ป๊าใจอ่อนขึ้นมาได้!)
(ยี่ไม่รู้หรอกค่ะคุณหนูว่าตัวเองจะทำได้ไหม แต่มันก็คงจะดีกว่ายี่มัวนิ่งเฉยโดยไม่คิดที่จะทำอะไรเลย)
(เฮ้อ...ต้าใจอ่อนให้กับยายยี่เข้าจนได้ ก็ได้ค่ะ...ต้าจะพาม๊ากลับไปหาป๊าแต่จะเป็นหลังจากที่มีการแถลงข่าวถึงเรื่องยกเลิกงานหมั้นนะคะ ต้ายอมถอยให้ถึงขนาดนี้แล้วหวังว่ายายยี่จะไม่คิดว่าต้าใจร้ายกับป๊าอีกนะคะ)
(ขอบคุณค่ะคุณหนูต้าเหนิง ขอบคุณค่ะ ยี่ดีใจที่สุดเลยค่ะ)
(ถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะคะยายยี่)
(ค่ะคุณหนูต้าเหนิง...ยี่รักคุณหนูนะคะ)
“เฮ้อ...เอาจนได้ ก็ว่าจะปล่อยให้ป๊าได้ง้อเมียด้วยตัวเองอยู่แล้วเชียวนะแต่ยายยี่ดันมาทำให้เราใจอ่อนเอาซะได้” ศีรษะสะบัดเล็กน้อยให้กับนิสัยขี้สงสารที่รักษาไม่เคยหายขาดของตัวเอง ขณะที่ปลายนิ้วสวยก็กดพิมพ์ข้อความถึงเพื่อนร่วมกลุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องที่เธอจะทำต่อจากนี้
ต้าเติงเหนิง : พวกแก
แรม : แกคิดเหมือนฉันไหมบีหนึ่ง @ใบข้าว
ใบข้าว : ฉันเองก็คิดเหมือนแกบีสอง @แรม
น้องดิวดิ้ว : ให้โอกาสเพื่อนได้พูดหน่อยน่า...บางทียัยต้ามันอาจจะไม่ได้มาขอให้เราช่วยง้อม๊าให้ป๊ามันก็ได้ :p
แรม : แค่เห็นคำว่าพวกแก...ฉันก็มองเห็นไปถึงมดลูกเจ้าของประโยคอย่างยัยต้าแล้วจ้าสาว!
ใบข้าว : จริงสุดยัยแรม เหอะ!
ต้าเติงเหนิง : ฉันขอโทษ...มันก็บ่อยเกินฉันเข้าใจ
น้องดิวดิ้ว : งดดราม่าจ้ะสาว...แล้วแชร์โลเคชั่นมาว่าจะให้พวกฉันไปเจอแกที่ไหนอะไรยังไงก็เป็นพอ
ต้าเติงเหนิง : งือ...ขอบคุณพวกแกนะ เดี๋ยวยังไงแกกับไอ้ข้าวมาเจอฉันที่ร้านXx นะ ส่วนยัยแรม...ฉันกับสองคนนี้จะไปรอรับแกที่สนามบินนะ
แรม , น้องดิวดิ้ว , ใบข้าว : รับแซ่บจ้าแม่!
เวลาต่อมา
จังหวัดกระบี่
“เอาจริง ๆ ก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะแต่ทำไมเวลาบ้านแกทะเลาะกันแล้วพวกฉันจะต้องเข้ามามีเอี่ยวด้วยตลอดเลยนะยัยต้า” รัชนีกรในสภาพซูบโทรมจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเอ่ยขึ้นพลางยกกาแฟกระป๋องขึ้นดื่มด้วยความอ่อนเพลีย ด้วยอาชีพเกมส์เมอร์ที่ยึดถือเป็นช่องทางการหารายได้หลัก…เป็นเหตุให้เธอที่จำต้องเฝ้าอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์แทบตลอดเวลาและมีช่วงเวลาพักผ่อนลดน้อยลงตามไปด้วย
“บ่นเป็นคนแก่ไปได้…เพื่อนกันทั้งนั้นก็ช่วยกันไปเถอะวะ” เรมาดีลแทรกขึ้นก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่ออดไม่ได้ที่จะเหย้าแหย่อีกฝ่ายในสภาพนั่งสัปงกจนศีรษะแทบจะกระแทกเข้ากับคอนโทรลรถอยู่หลายครั้ง…ซึ่งถือได้ว่าต่างจากวิถีชีวิตของเธอที่เพียงแค่ลืมตาตื่นมารับทรัพย์เข้ากระเป๋าและไม่เคยมีปัญหาในเรื่องของการพักผ่อนไม่เพียงพออย่างที่รัชนีกรต้องเผชิญมาตลอดชีวิต
“บางทีกับคนมีฐานะมันก็พูดกันยากอะนะ” กฤติมาที่ทนฟังมานานที่จึงอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมเรมาดีลด้วยความรู้สึกหมั่นไส้เสียเต็มที “ใครมันจะเข้าใจว่าคนที่ต้นทุนชีวิตต่ำแบบฉันกับไอ้แรมต้องกัดฟันทนแค่ไหนกว่าจะได้เงินมาสักบาท”
ร้านอาหารตามสั่งคือกิจการเล็ก ๆ กฤติมาก่อร่างขึ้นมาด้วยความยากลำบาก…ที่ถึงแม้จะมีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างไม่ขาดสายด้วยรสชาติที่เลิศรส หากแต่เพราะราคาอาหารที่ถูกแสนถูกจึงเป็นเหตุให้ผลกำไรที่ได้กลับคืนค่อนข้างจะต่ำพอสมควรจนส่งผลให้บางครั้งก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายรายเดือน
“จบงานนี้ฉันให้คนละสองล้าน” ด้านต้าเหนิงที่รู้ดีว่ารัชนีกรคงไม่พ้นจะต่อความยาวสาวความยืดหลังจบประโยคของกฤติมา…จึงชิงตัดบทโดยการยกเอาโบนัสก้อนใหญ่มาเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้กับทั้งคู่
“สองล้าน!” จบประโยคก่อนหน้าของต้าเหนิง รัชนีกรวมไปถึงกฤติมาก็ถึงกับต้องควานหายาลมยาดมยาลมยาหอมในกระเป๋าถือให้วุ่นกันเลยทีเดียว
“คิก ๆ” ขณะที่เรมาดีลที่ทั้งเอ็นดูและขำขันท่าทางของสองคนเสียเต็มทีก็อดใจไม่ไหวที่จะหัวเราะออกมา “ตกลง...พวกแกจะไม่ช่วยยัยต้ามันอย่างนั้นใช่ไหมยัยแรม แกด้วยยัยข้าว...?”
“ยัยดิว!” เจ้าของชื่อที่ได้ยินดังนั้นก็พร้อมใจกันตะคอกใส่เรมาดีลจนเสียงดังลั่น “ไม่ให้ช่วยเพื่อนแล้วพวกฉันจะไปช่วยแมวที่ไหนกันเล่า!”
“แต่เดี๋ยวก่อนนะยัยต้า...น้าหมอมาวินเขาทำงานอยู่ในเมืองกระบี่ แกก็คงพอจะรู้...?”
“แล้วทำไม?” เรมาดีลที่ได้ยินดังนั้นจึงยื่นนหน้าหน้ามาถามรัชนีกรที่นั่งอยู่ในจำแหน่งข้างคนขับด้วยความรู้สึกสงสัย
“ก็บ้านพักน้าวินอยู่ตรงข้ามคลับเมทัลไม่ใช่หรือไงเล่า...” รัชนีกรตอบรับเสียงเบาโดยที่ใครก็คงไม่ทันสังเกตว่ากฤติมาที่นั่งอยู่ด้านหลังกำลังกดหน้าถี่รัวอย่างเห็นด้วยในคำพูดนี้ของเพื่อนสาว
“เออ…เอาจริง ฉันว่าเราไม่ควรจะเข้ามาในอาณาเขตอำนาจของเมย์เขาเลยนะ” เสียงหวานของกฤติมาแทรกขึ้นหลังจากเธอต้องรวบรวมความกล้าอยู่นานพอสมควร
“ทำไมฉันจะมาไม่ได้...? อีกอย่างฉันก็มาหาม๊าที่คาดว่าท่านคงจะอยู่ที่นี่้เหมือนทุกครั้งที่มีปัญหากับป๊า” หากแต่คำพูดเหล่านี้กลับไม่ได้สร้างความหวั่นใจให้กับต้าเหนิงได้เลยแม้แต่น้อย...
“แต่ฉันเห็นด้วยกับยัยแรมมันนะ...อีกอย่างแกจะมั่นใจได้ยังไงว่าแม่แกจะอยู่ที่นี่เหมือนทุกที” กฤติมาเอ่ยขึ้นด้วยใจที่นึกหวั่นเมื่อเชื่อเหลือเกินว่าเมทัลจะพาลคิดไปว่าพวกเธอกำลังจะท้าทายกับระบอบอำนาจของเขา
“โอ๊ย... แกก็พลอยเป็นไปกับยัยแรมอีกคน…ฉันก็บอกอยู่นี่ไงว่าฉันแค่จะไปตามหาม๊าของฉันและหมอนั่นมันก็คงจะไม่งี่เง่าจนถึงขนาดนั้นหรอกน่า!”
โครม!
“กรี๊ด!”
___