Metal888 Club
“เรากลับกันตอนนี้ยังทันนะต้าเหนิง” กฤติมาที่จำต้องย่างกรายเข้าสู่จุดที่ถือได้ว่าเป็า ‘อาณาเขต’ ของเมทัล เอ่ยถามขึ้นขณะกำลังยื่นบัตรประจำตัวประชาชนไปให้บอดีการ์ดตรวจสอบ
“มันจะอะไรกันนักกันหนาฮะยัยข้าว! แกด้วยยัยแรม!” เรมาดีลสวนทันควันเมื่อเธอเริ่มจะรำคาญใจในท่าทีของกฤติมารวมถึงรัชนีกรที่หวั่นกลัวต่อสิ่งที่ยังไม่เกิดจนเกินกว่าเหตุ
“ฉันกับยัยนี่คงกลัวไฟเธคมันจะเข้าตาเอามั้งยัยดิว…ช่วยถามอะไรให้มันสมกับเจ้าของแบรนด์เนมระดับโลกหน่อยเถอะนะถือว่าเพื่อนขี้ขลาดตาขาวของแกขอ” รัชนีกรประชดให้กับคำพูดสิ้นคิดของเรมาดีล พลางเหลือบมองไปยังตัวต้นเรื่องอย่างต้าเหนิงด้วยความรู้สึกเอือมระอา…แต่ทว่าก็ห่วงความปลอดภัยของเพื่อนจนเกินกว่าจะทิ้งมันให้เข้าไปข้างในเพียงลำพัง
“ช่างเถอะยัยแรม...อย่าทำให้คนอื่นหมดสนุกเพราะความกังวลจนเกินเหตุของฉันเลย”
“คิดว่าตัวเองวิตกจริตอยู่คนเดียวรึไง…ฉันเองก็ไม่ได้ต่างไปจากแกหรอกนะยัยบื้อ!” รัชนีกรสวนทันควันด้วยความเหลืออดพลางตรงเข้าเกาะกุมช่วงแขนอีกคนเอาไว้แนน ก่อนทั้งคู่จะก้าวเดินตามเรมาดีลและต้าเหนิงไปพร้อม ๆ กัน
“ขึ้นไปข้างบน...ชั้นสาม” เสียงหวานของต้าเหนิงตะโกนบอกอย่างอยากจะให้เพื่อนสองคนที่ตามมาทีหลังในระยะกระชั้นชิดได้รับรู้ “ฉันจองห้องวีไอพีเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”
“โอเค!” สองคนด้านหลังตะโกนตอบกลับไปเมื่อได้ยินอีกฝ่ายบอกมาเช่นนั้น
“รอฉันด้วย” ด้านชยพัทธ์ที่เกิดความไม่สบายใจภายหลังจากสืบทราบมาว่าต้าเหนิงและกลุ่มเพื่อนจะเดินทางมาสังสรรค์ยังไนต์คลับแห่งนี้ จึงตัดสินใจยกเลิกการประชุมครั้งสำคัญของบริษัทและติดตามมาจนถึงเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มหญิงสาวด้วยหวังว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาแล้วตนจะช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
“ไอ้ฮั่น! พวกฉันดีใจที่นายตามมานะ!”
“โอเค…ฉันไม่ได้ประสาทอยู่คนเดียวสินะ” ริมฝีปากหนายกยิ้มมุมปากเมื่อได้เห็นแล้วว่าไม่ได้มีเพียงเขาที่คิดกังวลต่อผลซึ่งเกิดจากการกระทำของต้าเหนิงในครั้งนี้
เวลาต่อมา
“นายจะเอาอะไรฮั่น”
“ฉันขอน้ำส้มดีกว่า...พรุ่งนี้มีประชุมเช้าอะดิเลยดื่มไม่ได้”
“โอเค…น้ำส้มหนึ่งแก้ว เอาแก้วใหญ่เลยละกันเนอะ” ต้าเหนิงกดหน้าตอบรับชยพัทธ์ ก่อนจะจดเครื่องดื่มที่ชายหนุ่มต้องการลงบนกระดาษแผ่นบาง
“แล้วพวกแกละยัยแรม ยัยข้าว” คิ้วสวยเลิกขึ้นสูงเชิงคำถามไปยังเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่ดูเหมือนว่าวันนี้จะนิ่งเงียบกว่าทุกครั้งที่มีโอกาสได้สังสรรค์กัน
“ฉัน…เอาโคล่าละกัน เอ่อ…ยัยแรมก็ด้วย” กฤติมาว่าตอบถึงเครื่องดื่มสำหรับตัวเองโดยไม่ลืมเผื่อรัชนีกรที่ใช้นิ้วสะกิดสีข้างเธออย่างส่งสัญญาณว่าเธอเองก็ต้องการในแบบเดียวกัน
“ไม่เอาเหล้าฝรั่งหน่อยเหรอ?” คู่ตาสวยที่ฉายแววความสงสัยอย่างชัดเจนทอดมองไปยังสองบุคคลตรงหน้าราวกับไม่อยากเชื่อว่าทั้งคู่จะละเว้นในสิ่งที่ชื่นชอบกันหนักหนา…แม้จะเข้าใจได้ว่าอาจจะเพราะพวกเธอกำลังเป็นกังวลแต่ต้าเหนิงก็คิดไม่ถึงว่าจะอาการหนักกันจนถึงขั้นนี้
“แกอะยัยดิว” ที่สุดแล้วต้าเหนิงก็เลือกจะมองผ่านในความผิดปกตินี้ไปและเลือกหันกลับมาเอ่ยถามเรมาดีลที่ดูจะเป็นปกติมากสุดในที่นี้แทน
“วอดก้าแล้วกันไอ้เพราะ อ่อ...บรั่นดีด้วยนะอย่าลืมละ” คนถูกถามกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ โดยที่สายตาคู่นั้นก็จ้องเขม็งกฤติมา รัชนีกรรวมถึงชยพัทธ์ที่ดูระแวดระวังกันเป็นพิเศษ จนเธอเองที่แม้คราแรกจะไม่หวั่นเกรงก็กลับมาพลอยหวาดระแวงไปด้วยอีกคน
“…” เครื่องดื่มที่สั่งไปถูกยกมาเสิร์ฟโดยบริกรหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่สวมใสหน้ากากอนามัยสีขาวและปกปิดคู่ตาเอาไว้ด้วยแว่นเรย์สีชา…ภายหลังจากที่ต้าเหนิงได้ทำการชำระเงินไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยเมื่อก่อนหน้านี้
“นะ…นี่มัน”
“มีอะไรรึเปล่าใบข้าว” ชยพัทธ์ที่สังเกตกฤติมานับแต่บริกรยกเครื่องดื่มเข้ามาในห้องก่อนจะได้โอกาสในการเอียงศีรษะเข้าไปถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงในที่สุด
“ฉันว่าพวกเครื่องดื่มที่สั่งมามันมีกลิ่นแปลกๆ นะสิ” กฤติมาว่าตอบพลางดันแก้วน้ำอัดลมให้ออกห่างตัวเมื่อเธอไม่สบายใจที่จะดื่มมันแม้จะรู้สึกกระหายน้ำก็ตามที
“ฉันก็คิดอย่างนั้น ทีแรกฉันก็คิดว่าฉันอาจจะคิดไปเอง แต่…”
“ไอ้ฮั่น! จ้าวฮั่น!” เสียงหวานร้องตะโกนออกมาจนสุดเสียงเมื่อร่างใหญ่หงายหลังล้มลงจากที่นั่งไปต่อหน้าต่อตา ก่อนจะตรงเข้าตบฝ่ามือใส่ใบหน้าหล่อคมอย่างอยากที่จะเรียกคืนสติของอีกฝ่ายให้ฟื้นคืนกลับมา
“ยัยต้า...เชี่ยแล้วไงอีเวร!” ก่อนเธอจะพบว่าเพื่อนร่วมกลุ่มที่เหลือต่างก็ตกอยู่ในสภาพหมดสติไม่ต่างไปจากชยพัทธ์แล้วในตอนนี้
“ตำรวจ! ใช่! ฉันต้องโทรหาตำรวจ!”
“…” คิดได้ดังนั้นมือเล็กที่สั่นเทาไปหมดจากความหวาดกลัวที่กำลังเกาะกุมใจดวงน้อยก็รีบควานหามือถือในกระเป๋าใบเล็กของตัวเองก่อนที่เธอจะพบว่า…
“แกจะมามือถือหายในสถาการณ์แบบนี้ไม่ได้นะเว้ยใบข้าว!”
“ช่วยไม่ได้นะที่เธอดันซุ่มซ่ามจนทำของสำคัญตกหล่น” สำเนียงอังกฤษที่อัดแน่นไปด้วยความเหยียดหยันส่งผลให้กฤติมาจำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใครแม้ใบหน้าจะถูกปกปิดเอาไว้ด้วยหน้ากากอนามัยและแว่นเรย์สีชาก็ตามที
“นะ…นาวินต้า!”
ปึก!
“อื้อ!”
“ช่วยหุบปากเล็ก ๆ ของเธอไปก่อนนะ…ยัยคนหน้าด้านชอบยุ่งกับผัวชาวบ้าน” นาวินต้าหยามเหยียดเมื่อเขารังเกียจอีกฝ่ายจนเกินทน ก่อนจะยกร่างผอมบางที่เขาประทุษร้ายโดยการทุบท่อนแขนลงบนท้ายศีรษะเล็กจนเธอหมดสติไปเมื่อก่อนหน้า
สามสิบนาทีผ่านไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมทัล มิเกลรวมไปถึงโอมีลที่ยังคงเดินตามเกมของฟินนิต้าไม่ทันจึงพากันบุกเข้ามาในห้องวีไอพีที่ร่างของบุคคลทั้งสี่หมดสติไปด้วยฤทธิ์ยาสลบในทันที
“อ้าว...ละใบข้าวหายไปไหน” มิเกลว่าอย่างตั้งข้อสังเกตเมื่อเขาไม่พบร่างเล็กของกฤติมาที่ควรจะอยู่ในห้องแห่งนี้ด้วยอย่างที่ควรจะเป็น
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะเพราะเวลาของฤทธิ์ยาสลบมันมีจำกัด... กูว่าเรื่องที่เราควรจะกังวลก็คือเรื่องที่ว่าใครจะเป็นคนหามไอ้ยักษ์ฮั่นไปจัดการวะ...” โอมีลอิดออดอย่างไม่อยากที่จะให้ตัวเองนั้นต้องกลายมาเป็นคนแบกหามร่างใหญ่ผิดมนุษย์ของชยพัทธ์
“เอามันไว้นี่แหละ” ผู้ริเริ่มแผนการอย่างเมทัลแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะตรงเดินเข้าไปอุ้มตัวอดีตหญิงคนรักขึ้นพาดไหล่ทันที
“เฮ้อ...ถ้าไม่ติดว่าเธอโสดและบริสุทธิ์ สาบานเลยว่าฉันไม่มีทางที่จะเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับผู้หญิงที่ฐานะทางบ้านแร้นแค้นแบบเธออย่างแน่นอน” หลังจากที่ใช้เวลาทำใจอยู่กับตัวเองอยู่นานหลายนาที ที่สุดแล้วมิเกลก็ตรงเข้าไปแบกหามรัชนีกรตามแผนการที่วางเอาไว้เช่นเดียวกัน
“กูไปนะไอ้เมย์” เสียงโอมีลร้องบอกสั้น ๆ พลางหมุนตัวหันหลังเพื่อนำร่างที่ไร้ซึ่งสติของเรมาดีลหนีห่างไปจากประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อืม” เมทัลขานรับสั้น ๆ ขณะกำลังกระชับร่างผอมเพรียวของอดีตคนรักเขาหาตัว ก่อนจะหมุนตัวออกไปจากห้องแห่งนี้พร้อมกันกับมิเกลที่แบกหามรัชนีกรเอาไว้บนบ่าเช่นเดียวกัน
____