ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดลงช่วงไหล่รังให้ต้าเหนิงรับรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายใจร้ายที่ได้ชื่อว่าคนเคยรักกันได้เดินทางกลับมาจากประเทศอุรุกวัยแล้ววันนี้...แน่นอนว่าการเลื่อนขั้นมาเป็นผู้สืบทอดอำนาจสูงสูงสุดแทนผู้เป็นบิดาในวัยเพียงยี่สิบหกปีนั้นส่งผลให้เมทัลหน้าที่การงานรัดตัวไม่เว้นแต่ละวัน
“ฉันเกลียดตัวเองที่คิดถึงเธอ” เสียงทุ้มต่ำร้องกระซิบออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร...หัวใจดวงนี้ของเขาก็ยังคงรักและภักดีต่อเธอแต่เพียงผู้เดียว
“...” ต้าเหนิงที่ถึงแม้จะได้ยินประโยคดังกล่าวนั้นของเขาเสียจนชัดเจน หากแต่ก็ยังคงเลือกที่จะนิ่งเฉยอย่างไม่อยากที่จะออกปากสนทนากับผู้ชายคนที่ลงมือทำร้ายร่างกายและจิตใจของเธอ
“บางครั้งฉันก็เกลียดที่ตัวเองรักเธอ...แต่บางทีฉันกลับดีใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตฉันเคยได้มอบความรู้สึกนี้ให้กับคนที่ฉันรัก” แขนแกร่งกระชับร่างเล็กให้เข้าหาตัวพร้อมกับประทับริมฝีปากหลงบนไหล่เล็กด้วยความคิดถึงคะนึงหา…เขาสวมกอดเธอเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าถ้าหากพลั้งเผลอปล่อยมือแล้วทุกสรรพสิ่งจะเลือนหายไปพร้อมกับกับเธอ
เขาอยากให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความฝันเหลือเกิน...
“…”
ต่อจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีหญิงสาวก็รับรู้ได้ถึงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาแต่สม่ำเสมอของคนที่ซ้อนทับตัวอยู่ด้านหลังเธอ ดูเหมือนว่าเขาคงจะเผลอหลับไปแล้วสินะ
โดยอีกฝ่ายอาจจะไม่ทันตระหนักรู้ด้วยซ้ำว่าอาจจะเป็นอีกค่ำคืนหนึ่งที่เขาได้นอนหลับอย่างเต็มตา ทว่าสำหรับเธอมันกลับเป็นช่วงเวลาแห่งการ ‘ทนฝืน’ ตัวเองให้สงบนิ่งอยู่ในอ้อมกอดแห่งความแตกร้าวที่เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะฉุดยื้อกันเอาไว้ได้อีกนานแค่ไหน...
ประโยคที่เขาบอกว่า ‘ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ’ มันเป็นเช่นไรเธอเองก็พึ่งจะตื่นรู้ก็ในวันนี้นี่เอง...
ต้าเหนิงลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าตรู่ของอีกวันก่อนที่เธอจะพบว่าคนข้างกายที่เคยสวมกอดเธอนั้นได้อันตรธานหายไปแล้วในตอนนี้
“ช่วยหายหัวไปนาน ๆ หน่อยก็ดีนะเมย์ “ เสียงหวานว่าขึ้นอย่างคนที่มีความคิดบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในหัวใจ…เธอจะอาศัยช่วงเวลานี้ในการตีตัวออกหากไปจากเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“มีอะไรให้ที่ป้าพอจะช่วยได้ไหมคะนายหญิงใหญ่” มัลลิกาที่กำลังทำความสะอาดบ้านตามหน้าที่ของตน ตรงเข้ามากล่าวถามด้วยความห่วงใยในทันทีที่คู่เท้าของหญิงสาวแตะลงบนบันไดขั้นสุดท้าย
“ถ้าต้าจำไม่ผิด...ที่โกดังเก็บของพอจะมีเต็นท์อยู่บ้างใช่ไหมคะ? จะเป็นการรบกวนไปหรือเปล่าคะถ้าหากเพราะจะขอกุญแจเพื่อเปิดโกดังหน่อย” ฝ่ามือสวยประกบเข้าหากันก่อนจะก้มไหว้หญิงอาวุโสตรงหน้าด้วยความนับถือ โดยไม่ลืมที่จะชี้แจงไปถึงความต้องการของตัวเองให้อีกฝ่ายได้รับรู้
“ได้อยู่แล้วค่ะ... แต่จะเป็นการละลาบละล้วงไปหรือเปล่าคะถ้าหากป้าจะให้ลูกชายช่วยค้นหาสิ่งที่คุณต้องการจะใช้ให้ เพราะในโกดังฝุ่นมันค่อนข้างจะเยอะป้ากลัวว่าอาการป่วยโรคภูมิแพ้ของคุณจะกำเริบขึ้นมานะคะ” มัลลิกาตอบรับความต้องการนั้นด้วยความห่วงใย แม้จะเป็นคำพูดที่ฟังดูธรรมดาหากแต่มันก็ส่งผลให้คนที่ได้ฟังถึงกับน้ำตาซึมด้วยความซึ้งใจ
“อย่างนั้นเพราะคงต้องขอรบกวนฮาฟิสกับป้ามะลิหน่อยนะคะ”
“ยินดีค่ะนายหญิงใหญ่”
เวลาต่อมา
“มัน...ดูไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่นะครับผมว่า” ฮาฟิสเอ่ยขึ้นอย่างแบ่งรับแบ่งสู้เมื่อเขาได้เห็นว่าเต็นท์นอนที่เขาพึ่งจะทำการประกอบให้กับเจ้านายสาวนั้นมีสภาพที่ไม่ค่อยจะมั่นคงแข็งแรงนัก
“จริงของฮาฟิสนะคะนายหญิงใหญ่... จริง ๆ ป้าก็พอจะเข้าใจในเหตุผลของคุณนะคะแต่... แต่ป้าคิดว่าคงจะดีกว่าถ้าหากคุณเปลี่ยนไปพักผ่อนในเรือนเล็กแทน” มัลลิกาที่รับหน้าที่เป็นคนนำชุดเครื่องนอนมาจัดตามคำสั่งของเจ้านายสาว เอ่ยแทรกขึ้นเมื่อเธอมาทันได้ยินประโยคก่อนหน้าของลูกชายพอดี
“ต้าไม่อยากจะทนอยู่ในที่ของเพราะเหตุผลที่ตัวเองเป็นเชลยของเขาหรอกนะคะ หรือถ้าหากจะต้องอยู่ในฐานะนั้นจริง ๆ ต้าก็จะขอเป็นเชลยที่มีศักดิ์ศรีเป็นของตัวเองจะดีกว่าค่ะ” กล่าวเพียงเท่านั้นก็ยื่นมือออกไปรับชุดเครื่องนอนมาถือไว้ ก่อนจะหมุนตัวกลับเพื่อไปจัดที่หลับนอนให้กับตัวเองในค่ำคืนที่กำลังจะเดินทางมาถึงนี้
ฝ่ายณัฐภัทรที่มีความตั้งใจจะนำยารักษาอาการบาดเจ็บมาให้ต้าเหนิงตามคำร้องขอของเมทัล ก็ได้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นว่าหญิงสาวไม่ได้พักอาศัยอยู่ในบ้านพักของเมทัลอย่างที่ควรจะเป็น
“ดีขึ้นบ้างรึยังครับต้าเหนิง” ร้องถามออกไปเชิงทักทายก่อนจะเลื่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ กันกับเธอ โดยไม่ลืมที่จะรักษาระยะห่างอย่างคนที่มีมารยาท
“มีปวดอยู่บ้างเล็กน้อยค่ะ...แค่ไม่เยอะแล้ว” คนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความหลังสะดุ้งเล็กน้อยในตอนที่รับรู้ว่ามีใครอีกคนทรุดลงนั่งข้าง ๆ กัน ก่อนเธอจะพบว่าใครคนนั้นคือคุณหมอประจำเกาะส่วนตัวของเมทัลนั่นเอง
“เมย์เขาไม่อยู่หรอกค่ะ...เห็นฮาฟิสบอกว่าขับเรือออกไปตั้งแต่เช้าแล้วแต่ต้าก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าเขาไปไหนเพราะเขาไม่ได้บอกเอาไว้”
“พี่เอายามาให้ต้าเหนิงนะครับ...ไอ้เมย์มันโทรไปสั่งเอาไว้เมื่อคืน” ณัฐภัทรตอบรับประโยคบอกเล่านั้นด้วยการกล่าวไปถึงจุดประสงค์ที่ทำให้เขาต้องเดินทางมาในที่แห่งนี้
“ขอบคุณนะคะ” ด้านต้าเหนิงที่แม้ไม่อยากจะรับสิ่งใดก็ตามที่เมทัลตั้งใจจะมอบให้ หากแต่สุดท้ายเธอก็พ่ายแพ้ให้กับคำว่า ‘มารยาท’ อยู่ดี
“จริงๆ แล้วมันอาจจะฟังดูเหมือนสะเหล่อ... แต่ถ้าหากต้าเหนิงอยากจะกลับบ้านก็บอกพี่ได้เลยนะพี่จะช่วยเราเอง”
หมับ!
___