ณ สถานบันเทิงสุดหรูใจกลางกรุง
สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนอันเป็นแหล่งรวมตัวของนักท่องราตรี ผู้คนที่มาเยือนก็เพื่อต้องการปลดปล่อยตนเองจากความเครียดทั้งหลายที่สั่งสมมาจากการทำงาน
แพรวาในชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีดำ เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวอันเย้ายวนจนใครต่อใครก็ต่างเหลียวมอง
เธอเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมอมาวสี โดยมี
บอดีการ์ดสองนายซึ่งเป็นคนของพ่อของเธอติดตามมาด้วย
“นี่ ทำไมแกต้องเอาผู้คุมวิญญาณมาด้วยยะ หนุ่ม ๆ มองตาละห้อย ไม่มีใครกล้าเข้ามาเลย” อมาวสีเข้ามากระซิบกระซาบข้างหูแพรวา หลังจากที่พวกเธอหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาโซนวีไอพีชั้นสอง
“ก็ฉันรับปากพ่อเอาไว้ว่าถ้าไปเที่ยวกลางคืน หรือไปในที่ที่ไม่น่าไว้ใจ ต้องพาการ์ดมาด้วยอย่างน้อยสองคน” อมาวสีเหลียวมองบอดีการ์ดร่างยักษ์สองนายด้วยความเซ็งสุด ๆ
“นี่ขนาดมากันแค่สองคนนะ เล่นเอาฉันกร่อยเลย”
แพรวากระตุกยิ้มด้วยความขบขัน ก่อนหันไปสั่งอาหารและเครื่องดื่มกับบริกรสาวที่กำลังยืนรอรับออเดอร์
หลังจากนั้นเพียงไม่นาน บริกรคนเดิมก็นำอาหารและเครื่องดื่มมาวางลงบนโต๊ะ
ดวงตาคู่สวยจ้องมองพนักงานค่อย ๆ รินเครื่องดื่มสีอำพันซึ่งเป็นเบอร์เบิ้นสัญชาติตุรเคียลงในแก้วเปล่าสองใบ
อมาวสีคว้าแก้วมาได้ก็จัดการซัดลงคออย่างรวดเร็ว ราวกับคนอดอยากปากแห้ง เสร็จสรรพหล่อนก็หันไปทางบอดีการ์ดร่างยักษ์ทั้งสอง
“หนุ่ม ๆ มาสนุกด้วยกันไหม”
ทว่าชายฉกรรจ์สองนายที่กำลังปฏิบัติหน้าที่กลับยืนแข็งเป็นหิน ไม่แม้แต่จะเหลียวมองมา
“เฮ้อ...กะจะมอมเหล้าให้หลับซะหน่อย เผื่อจะมีหนุ่ม ๆ เข้ามาทักทายบ้าง”
แพรวานั่งละเลียดเบอร์เบิ้นรสละมุนนุ่มลิ้น พลางโคลงศีรษะให้กับอมาวสีที่หัวใจยังว่าง หลังโดนแฟนเก่าบอกเลิกอย่างไร้เยื่อใย
หญิงสาวอดสงสารหล่อนไม่ได้ เพราะรักครั้งนี้ทำอมาวสีเสียศูนย์อยู่นาน กว่าจะตั้งหลักได้ และพร้อมเปิดรับใครสักคนเพื่อมาช่วยเยียวยาหัวใจก็กินเวลาไปไม่ใช่น้อย
แพรวาดึงสายตากลับมาที่กระเป๋า
แบรนด์เนมคู่ใจ หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดู ด้วยนึกอยากส่งข้อความหาใครบางคน
นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความลงบนหน้าจอสี่เหลี่ยม ก่อนที่เธอจะอ่านทวนข้อความอีกครั้ง
P.W.PAIR : วันนี้แพรออกมาเที่ยวกับอ๋อม ร้านนี้บรรยากาศดี แต่เสียงเพลงดังไปหน่อย
แพรวากดส่งข้อความไปหาอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าเขาอ่านข้อความแล้ว ริมฝีปากบางก็ยกยิ้มออกมา
เธอไถหน้าจอเลื่อนขึ้นดูข้อความที่ส่งออกไปทุกวัน ซึ่งบนหน้าจอมีแต่ข้อความที่ปรากฏขึ้นทางด้านขวา ราวกับอีกฝ่ายไม่เคยตอบกลับข้อความเลยสักครั้ง
ซึ่งนั่นก็จริง...ตลอดห้าปีที่ผ่านมา แพรวาไม่เคยได้รับข้อความจากอีกฝ่ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่เธอก็เข้าใจถึงเหตุผลของเขา
หญิงสาวกดปิดแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนเลื่อนไปเปิดอินสตาแกรมขึ้นมากดเข้าไปในโพรไฟล์ชื่อว่า ‘Bhim Henry’
อินสตาแกรมนี้มีความเคลื่อนไหวทุกวันอย่างสม่ำเสมอมานานกว่าห้าปี
ในวันปกติทั่วไปก็จะเป็นภาพวิวทิวทัศน์รอบเกาะฮ่องกง พร้อมข้อความที่บรรยายความรู้สึกคิดถึงใครบางคน หากเป็นวันแห่งความรักก็จะมีภาพถ่ายดอกกุหลาบช่อโต พร้อมข้อความหวานซึ้งถึงคนรักที่อยู่ห่างไกล และอีกหนึ่งวันที่ขาดไม่ได้คือวันที่สิบกันยายน ซึ่งก็คือวันเกิดของเธอนั่นเอง
ภาพทุกภาพรวมถึงข้อความอันสื่อความหมายลึกซึ้ง เป็นการส่งสัญญาณจากคนไกลว่ายังคงไม่ลืมกัน เพียงแค่นั้นก็ทำให้หัวใจของเธอมีความหวัง และสามารถอดทนรอต่อไปได้
ริมฝีปากบางได้รูปยกยิ้มให้กับหน้าจอสี่เหลี่ยม พลางยกแก้วในมือขึ้นมาหวังจะละเลียดเครื่องดื่มที่แสนโปรดปราน ทว่าดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นอมาวสีกำลังจับจ้องสมาร์ตโฟนในมือของหล่อนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“อ๋อม ดูไรอ่ะ ทำหน้าเหมือนกินยาขมเลยแก”
“เอ่อ...” อมาวสีเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนรัก ทว่าก็เกิดอ้ำอึ้งไม่ยอมพูดอะไรออกมา ทำเอา
แพรวาทนไม่ไหว เอื้อมมือไปคว้าสมาร์ตโฟนเข้ามาดูด้วยตาตนเอง
“ไอจีใครอ่ะ”
“พี่เขยฉันไง ที่ทำธุรกิจอยู่ฮ่องกงน่ะ”
“อ๋อ...แล้วทำไมแกต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีขนาดนั้น”
แพรวาว่าจบก็ไล่สายตาดูภาพถ่ายของคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในงานเลี้ยงสังสรรค์อะไรสักอย่าง โดยโลเคชันนั้นคือโรงแรมหรูชื่อดังบนเกาะฮ่องกง
หนุ่มสาวในภาพล้วนแล้วแต่หน้าตาสวยหล่อดูเหมาะสมกัน
“นี่ไงพี่แอ้ม กับสามี ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ทางโน้นสวยขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย”
“เอ่อ... แกดูครบทุกคนหรือยัง แกไม่คุ้นหน้าใครบ้างเหรอ”
คำกล่าวของอมาวสีทำคิ้วเรียวสวยขมวดย่น เหลือบมองเพื่อนรักด้วยความข้องใจ ก่อนดึงสายตากลับคืนมาบนหน้าจอสี่เหลี่ยมอีกครั้ง โดยในครั้งนี้เธอตั้งใจพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
กระทั่งไปสะดุดเข้ากับชายหญิงคู่หนึ่งที่ไม่ได้ตั้งใจร่วมเฟรม ทว่าบังเอิญถูกบันทึกภาพติดมาด้วย
ฝ่ายหญิงเธอเห็นเพียงเสี้ยวหน้าก็รู้ว่าหล่อนสวยจัดระดับดารานางแบบ ส่วนฝ่ายชายนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล หากแต่เป็นคนที่แพรวาเฝ้าคิดถึงมาตลอดห้าปี
ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มให้กับสาวสวยข้างกาย ทำเอาหัวใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาชนิดไม่ทันได้ตั้งตัว
อมาวสีเห็นเพื่อนรักหน้าถอดสีก็รีบคว้าสมาร์ตโฟนกลับคืนมาอย่างว่องไว
“ก็แค่คนหน้าเหมือนแหละแก อย่าเพิ่งคิดมาก” คำปลอบใจของเพื่อนรักไม่ได้ทำให้สีหน้าของแพรวาดีขึ้นมาเลย
หญิงสาวถอนหายใจออกมาพลางเหม่อมองบรรยากาศโดยรอบสถานบันเทิงอย่างไร้จุดหมาย พลันดวงตาคู่สวยสะดุดเข้ากับกลุ่มชายชุดดำร่างกายกำยำกลุ่มหนึ่ง และหนึ่งในนั้นช่างละม้ายคล้ายกับชายที่อมาวสีเพิ่งกล่าวถึงไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้า
ร่างบางหยัดกายลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ จากนั้นสองขาเรียวก็รีบก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่แพรวากำลังเร่งฝีเท้าเพื่อตามให้ทัน ชายฉกรรจ์เหล่านั้นก็เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสาม ก่อนจะหายเข้าไปในห้องกระจกซึ่งเป็นออฟฟิศของเจ้าของกิจการ
สองเท้าเล็กหยุดยืนหน้าบันไดที่มีการ์ดของทางร้านสองคนยืนอยู่
หญิงสาวแสร้งทำทีจะเดินขึ้นไปอย่างเนียน ๆ ทว่าการ์ดหนุ่มทั้งสองก็ยกมือขึ้นห้ามเอาไว้
“ตรงนี้เป็นเขตหวงห้ามครับ คนนอกห้ามเข้า”
“เอ่อ…คือ…ฉันเหมือนเห็นคนรู้จักค่ะ ขอขึ้นไปทักทายเขาหน่อยไม่ได้เหรอคะ” แพรวาแสร้งใช้มารยากล่าวเสียงเศร้าทำตาละห้อย ทว่าก็ไม่อาจทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนใจอ่อนได้
เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อมาวสีวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับบอดีการ์ดของเธอ
“ยัยแพร แกจะบ้าหรือเปล่าเนี่ย อยู่ดี ๆ ก็ลุกพรวดพราดออกมา มีเรื่องอะไรรีบร้อนขนาดนั้น”
อมาวสีเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ซึ่งนั่นก็
ทำให้แพรวาเกิดได้สติ
ผู้ชายคนนั้นจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน ป่านนี้เขาคงอยู่กับผู้หญิงคนนั้นที่ฮ่องกง
พอคิดได้แบบนั้น ดวงตาคู่งามก็เกิดร้อนผ่าวขึ้นมา เธอรีบกะพริบตาถี่ ๆ ขับไล่ความรู้สึกนั้นออกไป ก่อนจะหันมาทางเพื่อนสาว
“ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย เรากลับกันเถอะ”
“เออ ๆ ไป ๆ”
เมื่อได้ข้อสรุปดังนั้น สองสาวจึงพากันเดินออกจากสถานบันเทิง โดยมีบอดีการ์ดสองนายเดินตามอารักขา
ตอนแรกแพรวากะว่าจะไปค้างที่บ้านอมาวสี ทว่าเมื่อกลับเร็วกว่าที่คาดไว้ เธอจึงตัดสินใจกลับไปนอนที่บ้านของเธอแทน