Prologue

1406 Words
5 ปีก่อน ณ คฤหาสน์หิรัญกิจกรกุล อาณาจักรของท่านกฤษณะ หิรัญกิจกรกุล รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และคุณหญิงพักต์พิไล หิรัญกิจกรกุล ท่ามกลางความมืดในค่ำคืนหนึ่ง ความเงียบสงัดเข้าครอบคลุมทั่วเคหสถาน ทุกคนในบ้านต่างเข้าห้องเพื่อเตรียมตัวพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานกันมาตลอดทั้งวัน ทว่ามีเงาตะคุ่มของใครคนหนึ่งโผล่ออกมาทางประตูเล็กด้านข้างคฤหาสน์ ซึ่งมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังเรือนเล็กด้านหลังที่เคยเป็นเรือนรับแขก แต่ถูกเปลี่ยนเป็นบ้านพักส่วนตัวของผู้ช่วยของท่านกฤษณะ เจ้าของเงาดำทะมึนค่อย ๆ เดินย่องเข้าไปในเรือนหลังเล็กอย่างเงียบเชียบ และนั่งอยู่ตรงมุมห้องเพื่อเฝ้ารอการกลับมาของใครบางคน เพียงไม่นานนัก ก็มีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาทุกขณะ จนกระทั่งมีเสียงเปิดประตู จากนั้นอีกเพียงไม่กี่อึดใจ ไฟในห้องก็สว่างขึ้น “เซอร์ไพรส์!” เสียงหวานร้องออกมาด้วยความดีใจที่เจ้าของห้องมาถึงเสียที “น้องแพร! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ครับ พี่บอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าน้องแพรจะเสียหายนะ” ภีมเดช ผู้ช่วยของท่านกฤษณะ กล่าวกับ แพรวา ลูกสาวเพียงคนเดียวของประมุขของบ้านด้วยความห่วงใย เกรงว่าถ้าใครบังเอิญมาเห็นเข้าจะนำเธอไปพูดในทางไม่ดีเอาได้ “ก็แพรคิดถึงพี่ภีมนี่นา” ว่าจบร่างบางก็ก้าวเข้าไปประชิดคนตัวโต ก่อนเอียงศีรษะซบลงบนอกแกร่งพร้อมทำท่าทางออดอ้อนน่ารักน่าชังเสียจน ริมฝีปากหยักยกยิ้มออกมา “พี่ก็คิดถึงน้องแพร แต่ทีหลังไม่ทำแบบนี้แล้วนะครับ รู้ไหม หืม…” เขาว่าพลางยกสองแขนโอบรอบลำตัวบอบบาง “แพรมีเรื่องสำคัญจะบอกด้วยค่ะ ทางสถาบันที่ปารีสส่งจดหมายตอบรับแพรเข้าเรียนแล้วนะคะ แพรกะว่าเรียนจบปีสามเทอมนี้จะดรอปเอาไว้ก่อน แต่ไม่รู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่จะว่ายังไง” “น้องแพรก็ค่อย ๆ อธิบายให้ท่านเข้าใจ พี่ว่าท่านคงไม่ขัดข้องหรอกครับ” เมื่อได้ยินแบบนั้น คนตัวเล็กก็เริ่มมีความหวังขึ้นมา ดวงหน้างดงามเงยขึ้นเอาคางเกยแผงอกกว้าง พลางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของชายผู้เป็นรักแรก “มีรางวัลให้แพรไหมคะ” “มีสิครับ พี่เตรียมไว้ให้แล้ว ถึงน้องแพรจะไม่ได้หนังสือตอบรับกลับมา แต่พี่ก็จะให้ของขวัญเพื่อเป็นรางวัลสำหรับความตั้งใจ” ได้ยินแบบนั้นคนตัวเล็กก็ยิ้มจนตาหยี “แฟนแพรน่ารักที่สุดในโลกเลย” “ของที่พี่ให้มันไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรหรอกนะ แต่พี่สัญญาว่าพี่จะขยันทำงาน จะได้มีเงิน เยอะ ๆ เพื่ออนาคตของเรา” “ขอบคุณนะคะ แพรก็สัญญาว่าจะตั้งใจเรียนและรีบกลับมา หลังจากแพรเรียนจบมีงานทำและเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว แพรจะบอกคุณพ่อคุณแม่เรื่องของเรา และหลังจากนั้นเรามาแต่งงานกันนะ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมระบายยิ้มอ่อนโยนออกมาเต็มใบหน้า ดวงตาคู่คมเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอันเอ่อล้นที่ออกมาจากหัวใจ ภีมเดชรู้ดีว่าตนเองนั้นแสนต้อยต่ำ ไม่ควรอาจเอื้อมไปไขว่คว้าดอกฟ้าเช่นเธอ ทว่าโชคชะตาก็มักจะเล่นตลกกับเราเสมอ... ชายหนุ่มอยู่ใต้ใบบุญของท่านกฤษณะมานานหลายปี จึงไม่แปลกที่เขาจะได้ใกล้ชิดกับ ลูกสาวของท่าน จากมิตรภาพระหว่างชายหญิงที่มีให้กันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรักที่หยั่งรากลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ เขารักเธอมากยิ่งกว่าสิ่งใดบนโลกใบนี้ เธอคือสิ่งล้ำค่าที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทนได้ เขายินดีทำทุกอย่างเพื่อเธอคนนี้ แม้จะต้องบุกน้ำลุยไฟ เขาก็พร้อมจะทำเพื่อเธอ “มองแบบนี้อยากจูบแพรล่ะสิ” คนตัวเล็กแกล้งเย้าแฟนหนุ่ม “ครับ อยากจูบ” สิ้นเสียงทุ้ม ดวงตาคู่งามก็ค่อย ๆ ปิดลง ใบหน้าคมคร้ามโน้มลงมอบจุมพิตแสนหวานอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักลึกซึ้ง ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามไหว ตัดขาดจากสรรพสิ่งรอบกาย จึงทำให้เขาและเธอไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า ความสุขที่อยู่ตรงหน้ากำลังใกล้จะหมดลงเต็มที โครม! “น้องแพร!” บานประตูถูกเปิดออกจนเกิดเสียงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงหวีดแหลมของคุณหญิงพักต์พิไล คนเป็นแม่ที่ได้เห็นลูกสาวพลอดรักอยู่กับ ชายหนุ่มผู้ต่ำต้อย เกิดอาการโมโหโกรธาจนเนื้อตัวสั่นเทา ท่านตรงดิ่งเข้าไปกระชากตัวลูกสาวออกมา ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับภีมเดช “แก ไอ้คนเลี้ยงไม่เชื่อง กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา วันนี้ฉันไม่เอาแกไว้แน่” ว่าจบคุณหญิง พักต์พิไลก็หันไปคว้าแจกันที่อยู่ใกล้มือ หมายจะ สั่งสอนชายหนุ่ม ทว่าแพรวาเข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน “คุณแม่คะ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ เราสองคนรักกัน” “น้องแพร รักบ้าบออะไรกัน ไอ้นี่มันไม่มีอะไรเหมาะสมกับลูกเลย” “แม่คะ พี่ภีมเขาเป็นคนดีนะคะ” คุณหญิงพักต์พิไลได้ยินแบบนั้นก็ตวัดสายตาคมกริบจ้องมองภีมเดชตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันไปมองทางบานประตูที่เปิดอ้าเอาไว้ ซึ่งมีเด็กรับใช้สองคนยืนรอรับคำสั่งอยู่ “พวกเธอสองคนเข้ามาลากคุณหนูกลับขึ้นไปบนตึก แล้วเฝ้าเอาไว้อย่าให้หนีออกมาได้” “คุณแม่…” แพรวาร้องเสียงหลง ภีมเดชเห็นดังนั้นก็เป็นห่วงคนรัก ชายหนุ่มจึงวางมือลงบนไหล่บอบบาง ก่อนพยักหน้าเป็นเชิงอ้อนวอนให้เธอยอมกลับขึ้นไป หลังจากแพรวาและเด็กรับใช้คล้อยหลังไปแล้ว ท่านกฤษณะที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็รีบเดินลงจากตึกใหญ่ และได้เจอกับลูกสาวเข้าพอดี แพรวาอ้อนวอนบิดาทั้งน้ำตา ขอร้องให้ท่านไปช่วยภีมเดช ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร เมื่อคนเป็นพ่อเห็นน้ำตาของลูกที่รักดั่งแก้วตาดวงใจก็อดรนทนไม่ไหว รีบสาวเท้าก้าวเข้าไปในเรือนหลังเล็กทันที เมื่อประมุขของบ้านเป็นฝ่ายออกหน้าแทนภีมเดช คุณหญิงพักต์พิไลจึงยอมรามือ ทว่าหล่อนก็ยื่นคำขาดให้ไล่ภีมเดชออกไปจากบ้าน “ฉันคงต้องส่งนายไปอยู่ที่อื่นสักระยะ นายเข้าใจใช่ไหมภีม” ท่านกฤษณะเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพัง “เข้าใจครับท่าน แต่ว่าผมเป็นห่วง…” “ไม่ต้องห่วงหรอก มีฉันอยู่ทั้งคน แต่ถ้านายรักลูกสาวฉันจริง ๆ นายต้องทุ่มเทให้มาก ๆ ถ้านายกลับมาพร้อมความสำเร็จได้เมื่อไหร่ ฉันจะสนับสนุนนายเอง ถือซะว่านี่คือบททดสอบในความรักที่นายมีให้น้องแพร และถ้านายทำได้ นายก็จะมีโอกาสเปลี่ยนความคิดของคุณหญิงด้วย” “ครับท่าน เอ่อ...ว่าแต่ท่านจะส่งผมไปอยู่ที่ไหนครับ” “ไปอยู่กับเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของฉันเอง ที่ฮ่องกง” “ครับท่าน” “ระหว่างที่นายกำลังพิสูจน์ตัวเอง นายห้ามติดต่อกับน้องแพรเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นคุณหญิงไม่ยอมเลิกราแน่” “ครับท่าน” และในค่ำคืนนั้น ภีมเดชก็เก็บข้าวเก็บของออกไปจากคฤหาสน์หิรัญกิจกรกุลอย่างเงียบเชียบ ในเช้าวันถัดมาท่านกฤษณะก็นำเรื่องราวทั้งหมดมาถ่ายทอดให้ลูกสาวได้รับรู้ ก่อนนำของที่ภีมเดชฝากเอาไว้มอบให้กับแพรวา ชายหนุ่มทิ้งไว้เพียงกล่องของขวัญและจดหมายหนึ่งฉบับไว้ให้คนรักได้ดูต่างหน้า ‘น้องแพรครับ ไม่ว่าพี่จะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ พี่จะยังรักและคิดถึงน้องแพรเสมอ อย่าเสียใจไปเลยนะที่เราต้องห่างกัน คิดเสียว่าเราต่างแยกย้ายกันเพื่อไปทำหน้าที่ และเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักของเรา พี่จะรีบกลับมาและเป็นคนที่คู่ควรกับน้องแพรของพี่ รักทุกลมหายใจ พี่ภีม’
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD