ทหารนำตัวซุนอี้มาเข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ท้องพระโรง
"คำนับฝ่าบาท"
ถานเจี้ยนซื่อไม่รอช้ารีบถามเข้าประเด็น
" เจ้าผลักลูกสาวข้าตกน้ำรึ "
ด้วยความที่นางเป็นคนไม่โกหกจึงตอบความจริง
" ข้าไม่ได้ผลักนาง แต่นางจะเดินมาชนข้าทั้งๆที่นางก็เห็นอยู่ว่าเดินมาฝั่งซ้ายมือ ส่วนหลี่ซิ่นเดินทางฝั่งขวามือ ซึ่งฝ่าบาทก็น่าจะรู้ว่าสะพานห่างกันมาก แล้วเหตุใดถึงได้ไปตกน้ำที่ฝั่งซ้าย หากท่านจะว่าข้าเรียกนางมาก็ไม่ถูก ท่านคิดว่าผู้ใดกันหาเรื่องก่อน "
นางกำนัล" เจ้าใส่ความองค์หญิงหลี่ซิ่น ฝ่าบาทเรื่องที่นางเล่ามานั้นไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย "
ซุนอี้" ฝ่าบาททรงไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี ข้าคงไม่ใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้เป็นแน่ หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูท่านพ่อเฝิงเส้าเฟิง พวกข้าคงต้องกลับแคว้นของตน เรื่องส่วนเรื่องการค้านั้นค่อยคุยกันใหม่"
ถานเจี้ยนซื่อกลัวเสียพันธมิตรร่วมการค้าที่สามารถหนุนนำให้รุ่งเรืองได้แม้จะลังเลเล็กน้อยแต่ตนก็ยอมไม่ลงโทษซุนอี้เพราะหาสาเหตุไม่ได้ความจริงใครเป็นผู้กระทำไม่รู้....
" ในเมื่อเรื่องนี้ไม่มีผู้ใดยอมรับข้าจะตามสืบทีหลังส่วนเจ้าข้าจะไม่ลงโทษแต่ข้าจะให้เวลาเจ้าภายใน 1 เดือนหาตัวพยานมาเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ ถ้าหากเจ้าสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ข้าจะให้ลูกสาวข้าคุกเข่าต่อหน้าองค์หญิง "
ซุนอี้" ขอบพระทัยฝ่าบาทท่านยังมีคุณธรรมอยู่บ้าง หมดธุระแล้วใช่หรือไม่ ข้าลา "
หลังจากที่ซุนอี้ออกไปจากท้องพระโรงด้วยสีหน้าไม่เดือดร้อนเนื้อร้อนใจใดๆทั้งสิ้นพวกนางกำนัลได้แต่อดกลั้นเก็บความในใจทำตัวไม่ให้มีพิรุธเมื่ออยู่ต่อหน้าฝ่าบาท
ถานเจี้ยนซื่อ" พวกเจ้าเล่ามามันมีเงื่อนงำ หรือว่าพวกเจ้าโกหก" (สายตาถานเจี้ยนซื่อเต็มไปด้วยคำถามที่สงสัยมากมายในหัว จึงไล่พวกนางออกไปให้พ้นหูพ้นตา)
ถานเจี้ยนซื่อ" ออกไปสะ "
"เพคะ"
ชงหยุนเห็นองค์หญิงซุนอี้ออกมาจึงยิ้มหน้าบานเท่าดอกทานตะวันส่องแสงในยามเช้า
" ท่านออกมาได้เช่นไร "
ซุนอี้" ข้ามีวิธี แต่ตอนนี้ข้าหิว "? (ชงหยุน หัวเราะเล็กน้อยส่ายหน้าไปมา)
ชงหยุน" งั้นข้าจะพาท่านเข้าครัว " (ชงหยุนพาซุนอี้เข้าไปยังห้องครัวใหญ่)
ห้องครัวใหญ่
น้ำซุปในหม้อส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้องครัว ในมือรีบเตรียมหั่นผัก หันซ้านหันขวาทำทุกอย่างคนเดียว
" เจ้าเป็นแม่ครัวรึ "
แม่ครัว/ ฟ่านฉี อดีตแม่ครัวผู้มีชื่อเสียงในเฉิ่งฮั่น
ฟ่านฉี" คำนับท่านหญิง"
ซุนอี้" ข้าชื่อซุนอี้ เป็นชายาขององค์ชายแคว้นสิบ "
ฟ่านฉี" หม่อมฉันอยู่แต่ในครัวเลยไม่รู้ว่าองค์หญิงจะเดินทางมา"
ซุนอี้" ข้าไม่ถือหรอกแล้วท่านทำอาหารคนเดียวรึ"
ฟ่านฉี" ใช่เพค่ะหม่อมฉันทำคนเดียว"
ซุนอี้" แล้วนางกำนัล แม่ครัวลูกมือคนอื่นไม่มีรึ"
ฟ่านอี้" ไม่มีหรอกเพคะ"
ซุนอี้" ไม่เป็นไรข้ากับชงหยุนอยู่จะช่วยท่านเอง ข้ามาที่ครัวใหญ่เพราะท้องของข้าร้องหิวข้าว"
ฟ่านฉี" หากองค์หญิงหลี่ซิ่นมาเห็นเข้าจะลงโทษหม่อมฉัน องค์หญิงไปนั่งรอเถิด"
ซุนอี้" ไม่!ข้าจะช่วย หากองค์หญิงหลี่ซิ่นลงโทษเจ้า ข้าจะรับหน้าแทนเจ้าเอง "
การกระทำเช่นนี้ทำให้ฟ่านฉีหวาดระแวงไปเสียหมด สีหน้าเริ่มตึงเครียดจนบางครั้งนางไม่มีสมาธิ จิตใจเมอลอย จนเห็นได้ชัด ไม่ทันระวังหั่นผักไปโดนนิ้วมือแค่เฉียดๆเล็กน้อย
ซุนอี้เห็นท่าทีแปลกจึงเข้าไปหา
" ฟ่านฉีเจ้า เป็นอะไรหรือไม่ (ซุนอี้มองไปยังที่นิ้วมือของนาง )
ซุนอี้" มีดบาดมือ ดีนะที่แผลไม่ลึก เจ้าไปนั่งพักเถิด ข้าจะทำเอง "
ฟ่านฉียืนกรานที่จะไม่พัก
" องค์หญิงหน้าที่ข้า ข้าต้องรับผิดชอบ เจ็บแค่นี้ไม่เป็นไรมากหรอก "
ซุนอี้" งั้นท่านค่อยๆทำนะ ไม่ต้องรีบ มีพวกข้าคอยช่วย ยังไงก็เสร็จทัน "
1 ชั่วโมงผ่านไป
วันนี้เป็นวันแรกของฟ่านฉี ที่ทำอาหารเสร็จก่อนเวลา นางจึงได้นอนหลับพักผ่อน ยาวไปจนถึงเที่ยงวัน ส่วนซุนอี้กับชงหยุนสภาพเลอะเทอะ ผมยุ่งเหยิงมีเศษผักติดผม ผงถ่านติดใบหน้าดำคลุ้งไปหมด ทั้งสองนั่งหน้านิ่งอย่างเหนื่อยล้า หันมองกันเองก็ขำขันจนน้ำตาไหล 😂
หลังจากนั้นซุนอี้ได้เขียนจดหมายใส่ไว้ในแขนเสื้อฟ่านฉี ก่อนจะกลับตำหนัก
ตำหนักใจกลางแม่น้ำ
เฝิงเส้าเฟิงกลับมายังตำหนักไม่เจอซุนอี้เลย เข้าไปยังท้องพระโรง เมื่อรู้ว่านางไม่โดนทำโทษ ก็นั่งวางมาดหล่อๆรอสั่งสอน ชายาของตน (เสียงเปิดประตู?)
เฝิงเส้าเฟิงยืนหันหลัง" มาแล้วรึ "
ซุนอี้ยืนเท้าสะเอวแขนอีกข้างถือตะกร้าอาหาร
" มีอะไร "
เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าก็รู้ ว่าทำอะไรไว" (เฝิงเส้าเฟิงค่อย ๆ หันหน้ามา หัวใจเกือบหล่นวูบพร้อมเตรียมชักดาบ เมื่อเห็นนางทั้งสองสภาพแทบดูไม่ได้)
ซุนอี้" มีอะไร พูดมา "
เฝิงเส้าเฟิง" เหตุใดสภาพเจ้าทั้งสอง......"( จะขำก็ไม่ได้ต้องนิ่งไว้ )
ซุนอี้" ถามแค่นี้รึ "
เฝิงเส้าเฟิง" อืม"
ซุนอี้" ดีไม่ต้องถามมากความ เสียเวลาหิวจะตายอยู่แล้ว ?"
ซุนอี้วางตะกร้าเสียงดังก่อนไปล้างเนื้อล้างตัวมากินข้าวที่ตนนั้นนำมาจากห้องครัวใหญ่
เฝิงเส้าเฟิง" ไปรบกับหมาป่าตัวไหน ถึงได้ขู่อย่างกับแมวน้อย สตรีนี้ชั่งเข้าใจยากเสียจริง "