คิดจะเล่นงานข้ารึ

1429 Words
เรือนใจกลางแม่น้ำ 13.00 น. สีสันประทับทับลงกระดาษจิตวิญญาณและหัวใจสื่อเข้าไปในรูปวาด นั่งใจจดใจจ่อใช้สมาธิในที่เงียบสงบจับพู่กันสร้างสรรค์ออกมาให้สวยที่สุด ชงหยุน" องค์หญิงเก่งมากเพคะ " เมื่อถูกชมเชยสายตาเป็นประกายดังดวงดาว " จริงรึ " ชงหยุน" จริง ข้าไม่ได้โกหก องค์หญิงชั่งวาดรูปได้งามนัก" (ชงหยุนชอบมากเอ่ยปากชมแล้วชมอีก) ซุนอี้" แค่นี้ยังเล็กน้อย " ทั้งสองคุยกัน หัวเราะกันอยู่สองคนจู่ๆ เฝิงเส้าเฟิงก็มายืนอยู่ด้านหลัง มองดูนางทั้งสองได้สักพักแล้ว ประสบจังหวะพอดีที่ชงหยุนหันไปเจอ " องค์ชายท่านมาตั้งแต่เมื่อใด" เมื่อซุนอี้ได้ยินแค่ชื่อสะบัดคอมองแรงเบี่ยงหน้าหนีกลับไปวาดรูปต่อ เฝิงเส้าเฟิง" ถ้าคิดว่าสตรีธรรมดาเช่นเจ้าจะวาดรูปเป็นเหมือนกัน " ซุนอี้" ทุกคนมีความสามารถของตัวเองไม่ใช่จะใหญ่อยู่แค่คนเดียว " เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าหมายความว่าเช่นไร" ซุนอี้" ก็หมายความอย่างที่ข้าพูด " เฝิงเส้าเฟิง " พรุ่งนี้ข้าจะออกไปศึกษาเรื่องการค้าขายทุกชนิด เจ้าก็อยู่ตำหนักไปเจ้าอ่านหนังสือไม่ออกเขียนก็ไม่ได้จะไปก็ลำบากข้า เป็นภาระเสียเปล่า " (ซุนอี้วางพู่กันลุกขึ้นต่อต้านเฝิงเส้าเฟิง ) ซุนอี้" ผู้ใดบอกว่าข้าเขียนไม่ได้อ่านไม่ออก " (นางยืนประจันหน้าไม่เกรงกลัว) เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าเขียนได้เจ้าอ่านออกรึ"(เฝิงเส้าเฟิง มองนางด้วยสายตาที่ดูหมิ่น ) ซุนอี้" ใช่ หากท่านไม่เชื่อ ข้าจะเขียนให้ท่านดู " (นางเริ่มแสดงความสามารถออกมาแล้ว ) *********บุบผาจันทราคราใดสิ้น *******ความหลังฝังใจมากเพียงใด *********ลมบูรพาผ่านหอเมื่อคืนวาน ***********สิ้นแผ่นดินสุดจะทานกลางแสงจันทร์ *********วิหารเวียงวังงามตระการนั้นยังคง *******เพียงโฉมงามนางอนงค์ที่เปลี่ยนไป *********ถามใจนั้นระทมทุกข์มีเท่าใด ***********ดังสายน้ำที่ไหลไปไม่หวนคืน เฝิงเส้าเฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆเบิกตากว้างมองนางอย่างตื่นตะลึงหัวใจเฝิงเส้าเฟิงกระตุกวูบหนึ่งแต่แสร้งทำเป็นเยือกเย็น ตนจับจ้องไปที่ริมฝีปากพร้อมชักถาม เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าเป็นสตรีฐานะยากจนจะมีปัญญาที่ไหนไปรำเรียนหนังสือ " (ตนเอ่ยถามด้วยถ้อยคำสุภาพจือแววบีบบังคับอยู่ไกลๆ ) ซุนอี้ ถอนหายใจเฮือกหนึ่งไม่รู้ว่าสมควรจะอธิบายอย่างไรดี ซุนอี้ " เอาเป็นว่าข้าอ่านออกเขียนได้ ส่วนเรื่องไปศึกษาการค้า ท่านไปผู้เดียวเถิด ข้าจะไปกับชงหยุนแค่สองคน " พูดจบนางก็หันไปนั่งวาดรูปต่อโดยไม่สนใจเฝิงเส้าเฟิงที่จะดุบ่นต่อว่า เช่นไร เฝิงเส้าเฟิงหันหลังเดินกลับตำหนักโดยไม่สนใจนางเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าไม่สงสัยว่าเหตุใดนางถึงเขียนอ่านออกได้ ช้ำยังแต่งบทกวีได้ไพเราะเช่นนี้ ตำหนักหลี่ซิ่น สีหน้าสดใสราวกับแจกันไม่เคยโดนฝุ่นลุกเดินคล่องแคล่วนั่งจิบชาหอมๆ รอฟังข่าวดี ก๊อกๆ ? หลี่ซิ่น" เข้ามาได้ " ประตูทั้งสองบ้านถูกเปิดด้วยแรงกระแทกของความไม่พอใจ นางกระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรงระบายความโกรธและความเกลียดชัง นางเม้มปากแน่นจนริมฝีปากซีดขาวดวงตาฉายแววเกลียดชัง หลี่ซิ่น " ท่านแม่นั้นแจกันข้า" (หลี่ซินคิ้วขมวดคิ้วเล็กน้อย) หลิวซินเนียน" ลูกรู้หรือไม่ว่าฝ่าบาททรงไม่ลงโทษนาง มิหนำซ้ำยังให้โอกาสนางหาพยานภานใน1เดือน " หลี่ซิ่น " เป็นไปไม่ได้ " หลิวซินเนียน" มันเป็นไปแล้ว นางผู้นี้ร้ายกาจ ไม่เบา " หลี่ซิ่น" นางก็แค่สาวชาวบ้านฐานะยากจน คงไม่เก่งมากพอที่รบกับท่านแม่ " หลิวซินเนียน" แต่แม่มีความรู้สึกว่า การจะเขี่ยนางทิ้งมันไม่ใช่เรื่องง่าย " หลี่ซิ่น" คอยดูเถิด ข้าจะทำให้นางอับอาย ท่านแม่วางใจมีวิธีอีกมากที่จะเขี่ยนางออกไป " หลิวซินเนียน" ใช่สิ ได้ข่าวว่าเฝิงเส้าเฟิงจะเดินทางไปดูตลาดสินค้าแต่ละชนิด พรุ่งนี้ลูกก็เดินทางไปด้วยเลย จะได้เป็นหน้าเป็นตาให้องค์ชาย เพราะลูกอ่านออกเขียนได้ ยังไงเรื่องนี้ลูกก็ได้เปรียบ " หลี่ซิ่น" จริงด้วย ท่านแม่รอฟังข่าวดีได้เลย" (รอยยิ้มอันแสนอันตรายคิดเรื่องชั่วๆไวในหัวเพื่อเตรียมการ) เรือนใจกลางน้ำ 17: 00 ชงหยุน" เป็นไง เพคะ ฝีมือของหม่อมฉัน ครั้งแรก ( ซุนอี้สอนชงหยุนวาดรูป ) ซุนอี้" เจ้าเก่งมาก เรียนรู้เร็ว " ชงหยุน " ยังหรอกเพคะ ถ้าจะดีต้องแบบองค์หญิงไม่มีผู้ใดเทียบได้ " แสงสว่างจากดวงอาทิตย์เริ่มรี่ลงสายลมพัดรูปวาดเกือบหลุดหาย ท้องฟ้าคืบคลานก่อตัวเป็นเมฆสีดำ เสียงฟ้าร้องดังกระหน่ำสายฟ้าฟาดเกรี้ยวกราดลงที่ตำหนักหลิวซินเนี่ยนอย่างไม่ปรานี ซุนอี้" เมื่อครู่สายฟ้าฟาด ไปตกอยู่แถวตำหนัก หลิวซินเนียน " ชงหยุน"ข้าว่ารีบกลับตำหนักเถิด องค์ชายจะตำหนิเอาได้ " ซุนอี้" อืม " ทั้งสองช่วยกันหอบข้าวของรุงรังเข้าไปยังตำหนักที่พักตน เฝิงเส้าเฟิงจะออกไปช่วย ถือของแต่ลีลามาก ได้แต่ยืนมอง ซุนอี้"ท่านยืนมองอ่ะไร หลบไป ไม่เห็นรึว่าฝนจะตก ขวางประตูทำไมเกะกะ " เฝิงเส้าเฟิง" ตั้งแต่นางรู้ความจริงนางก็เอาแต่ว่าข้าหรือว่าข้าทำอะไรให้นางไม่พอใจมากนางไม่เหมือนสตรีทั่วไปไม่ยอมผู้ใดแม้แต่ข้า ข้าเป็นถึงองค์ชายนางยังไม่เหลียวแลข้ามีสมบัติมากมายเป็นหน้าเป็นตาให้นางได้แต่นางกลับไม่สนใจไยดี หึ ก็ดี" (คิดในใจ) ก๊อกๆ ! เฝิงเส้าเฟิง" ผู้ใดกันถึงได้รีบมาตำหนักเวลานี้ ฝนก็จะตกอยู่แล้ว เข้ามา ! ฟ่านฉี" คำนับองค์ชาย หม่อมฉันฟ่านฉีแม่ครัวที่ทำกับข้าวในครัวใหญ่เพคะหม่อมฉันเห็นว่าวันนี้ฝนจะตกกลัวองค์หญิงซุนอี้จะหิวมากเลยนำอาหารมาให้ " เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าไปรู้จักนางตั้งแต่เมื่อใดกัน " ฟ่านฉี" องค์หญิงชุนอี้ช่วยข้าทำกับข้าวเมื่อเช้านี้ข้าเลยอยากตอบแทนองค์หญิง เท่าที่ข้าจะทำให้ได้ " เฝิงเส้าเฟิง" ห้องครัวใหญ่ไม่มีผู้ช่วยหรือถึงได้ขาดแคลนเช่นนี้" ฟ่านฉี " ไม่มีหรอกเพ่คะข้าทำเองทั้งหมด" เฝิงเส้าเฟิง " เหตุใดไม่หาคนมาช่วยปกติต้องมีผู้ช่วยไม่ใช่รึ " ฟ่านฉี" องค์ชายหม่อมฉันขอทูลลาฝนจะตกแล้ว " เฝิงเส้าเฟิง" แปลกนัก มีแม่ครัวผู้เดียวงั้นรึ " ก๊อกๆ ! ซุนอี้"องค์ชายมีเรื่องอะไรอีกรึ " เฝิงเส้าเฟิง" ฝ่านฉีนำอาหารมาให้เจ้าเยอะแยะมากมายหากเจ้าหิวก็ออกไปกินเสีย " หลังจากนั้นเฝิงเส้าเฟิงเดินหันหลังกลับไปยังห้องของตน ซุนอี้" ชงหยุนฟ่านฉีนำอาหารมาให้ ไปเร็ว ท้องร้อง ข้าหิวแล้ว !" ผลไม้ ของหวาน ของคาว เป็ดย่าง ไก่ย่าง ต้มชุป และอีกอื่นๆวางเต็มโต๊ะไปหมด น่ากินมากๆ ซุนอี้" ว้าว ข้านึกว่าจะไม่ได้กินอาหารดีๆเช่นนี้ ในยุคโบราณ สวรรค์มาโปรด " ( มือหนึ่งจับช้อนอีกมือจับซ่อม เขี่ยลิ้นไปมานี่คือสัญญาณเตือนว่าพร้อมจะกินแล้วนะ) ชงหยุนกับซุนอี้มองตาก็รู้ใจยื่นมือตักอาหารเข้าปากคำโตๆ ให้ความรู้สึกหิวมากกว่าเดิม ดวงตาลุกวาวจนเห็นลูกตาขาว ซุนอี้" ข้าไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้ " ชงหยุน" ค่อยๆเคี้ยว องค์หญิงระวังติดคอ " ซุนอี้" นี้ขาไก่ข้ายกให้เจ้า " ชงหยุน " ขาใหญ่มาก นุ่มๆ " เฝิงเส้าเฟิงเห็นซุนอี้ใช้ปากแทะไก่ เละเทะเปื้อนนิ้วมือทั้งห้านิ้ว แม้แต่ชงหยุนยังต้องกินไปมองไปแต่ก็ทำตาม เฝิงเส้าเฟิง" หิวโหยมาแต่ที่ใด เกิดมาไม่เคยกินรึ ถึงได้ตะกละเช่นนี้ " ซุนอี้ไม่อยากอารมณ์เสียตอนกินอาหารแสนอร่อย เลยคว้าน่องไก่ยัดเข้าปาก เฝิงเส้าเฟิง ให้เงียบปาก ซุนอี้" กินซะ อย่าพูดมาก " เฝิงเส้าเฟิงจับน่องไก่ออกจากปาก จะต่อว่านางแต่ดูท่าแล้ว นางกำลังอารมณ์ดี เลยไม่อยากขัด ไม่รู้จะด่าว่าอะไรด้วยแหละ เลยกินไก่ที่ถืออยู่ในมือให้หมดซะเลย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD