เรือนใจกลางแม่น้ำ
13.00 น.
สีสันประทับทับลงกระดาษจิตวิญญาณและหัวใจสื่อเข้าไปในรูปวาด นั่งใจจดใจจ่อใช้สมาธิในที่เงียบสงบจับพู่กันสร้างสรรค์ออกมาให้สวยที่สุด
ชงหยุน" องค์หญิงเก่งมากเพคะ "
เมื่อถูกชมเชยสายตาเป็นประกายดังดวงดาว
" จริงรึ "
ชงหยุน" จริง ข้าไม่ได้โกหก องค์หญิงชั่งวาดรูปได้งามนัก" (ชงหยุนชอบมากเอ่ยปากชมแล้วชมอีก)
ซุนอี้" แค่นี้ยังเล็กน้อย "
ทั้งสองคุยกัน หัวเราะกันอยู่สองคนจู่ๆ เฝิงเส้าเฟิงก็มายืนอยู่ด้านหลัง มองดูนางทั้งสองได้สักพักแล้ว ประสบจังหวะพอดีที่ชงหยุนหันไปเจอ
" องค์ชายท่านมาตั้งแต่เมื่อใด"
เมื่อซุนอี้ได้ยินแค่ชื่อสะบัดคอมองแรงเบี่ยงหน้าหนีกลับไปวาดรูปต่อ
เฝิงเส้าเฟิง" ถ้าคิดว่าสตรีธรรมดาเช่นเจ้าจะวาดรูปเป็นเหมือนกัน "
ซุนอี้" ทุกคนมีความสามารถของตัวเองไม่ใช่จะใหญ่อยู่แค่คนเดียว "
เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าหมายความว่าเช่นไร"
ซุนอี้" ก็หมายความอย่างที่ข้าพูด "
เฝิงเส้าเฟิง " พรุ่งนี้ข้าจะออกไปศึกษาเรื่องการค้าขายทุกชนิด เจ้าก็อยู่ตำหนักไปเจ้าอ่านหนังสือไม่ออกเขียนก็ไม่ได้จะไปก็ลำบากข้า เป็นภาระเสียเปล่า " (ซุนอี้วางพู่กันลุกขึ้นต่อต้านเฝิงเส้าเฟิง )
ซุนอี้" ผู้ใดบอกว่าข้าเขียนไม่ได้อ่านไม่ออก " (นางยืนประจันหน้าไม่เกรงกลัว)
เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าเขียนได้เจ้าอ่านออกรึ"(เฝิงเส้าเฟิง มองนางด้วยสายตาที่ดูหมิ่น )
ซุนอี้" ใช่ หากท่านไม่เชื่อ ข้าจะเขียนให้ท่านดู " (นางเริ่มแสดงความสามารถออกมาแล้ว )
*********บุบผาจันทราคราใดสิ้น
*******ความหลังฝังใจมากเพียงใด
*********ลมบูรพาผ่านหอเมื่อคืนวาน
***********สิ้นแผ่นดินสุดจะทานกลางแสงจันทร์
*********วิหารเวียงวังงามตระการนั้นยังคง
*******เพียงโฉมงามนางอนงค์ที่เปลี่ยนไป
*********ถามใจนั้นระทมทุกข์มีเท่าใด
***********ดังสายน้ำที่ไหลไปไม่หวนคืน
เฝิงเส้าเฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆเบิกตากว้างมองนางอย่างตื่นตะลึงหัวใจเฝิงเส้าเฟิงกระตุกวูบหนึ่งแต่แสร้งทำเป็นเยือกเย็น ตนจับจ้องไปที่ริมฝีปากพร้อมชักถาม
เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าเป็นสตรีฐานะยากจนจะมีปัญญาที่ไหนไปรำเรียนหนังสือ " (ตนเอ่ยถามด้วยถ้อยคำสุภาพจือแววบีบบังคับอยู่ไกลๆ )
ซุนอี้ ถอนหายใจเฮือกหนึ่งไม่รู้ว่าสมควรจะอธิบายอย่างไรดี
ซุนอี้ " เอาเป็นว่าข้าอ่านออกเขียนได้ ส่วนเรื่องไปศึกษาการค้า ท่านไปผู้เดียวเถิด ข้าจะไปกับชงหยุนแค่สองคน "
พูดจบนางก็หันไปนั่งวาดรูปต่อโดยไม่สนใจเฝิงเส้าเฟิงที่จะดุบ่นต่อว่า เช่นไร
เฝิงเส้าเฟิงหันหลังเดินกลับตำหนักโดยไม่สนใจนางเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าไม่สงสัยว่าเหตุใดนางถึงเขียนอ่านออกได้ ช้ำยังแต่งบทกวีได้ไพเราะเช่นนี้
ตำหนักหลี่ซิ่น
สีหน้าสดใสราวกับแจกันไม่เคยโดนฝุ่นลุกเดินคล่องแคล่วนั่งจิบชาหอมๆ รอฟังข่าวดี
ก๊อกๆ ?
หลี่ซิ่น" เข้ามาได้ "
ประตูทั้งสองบ้านถูกเปิดด้วยแรงกระแทกของความไม่พอใจ นางกระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรงระบายความโกรธและความเกลียดชัง นางเม้มปากแน่นจนริมฝีปากซีดขาวดวงตาฉายแววเกลียดชัง
หลี่ซิ่น " ท่านแม่นั้นแจกันข้า" (หลี่ซินคิ้วขมวดคิ้วเล็กน้อย)
หลิวซินเนียน" ลูกรู้หรือไม่ว่าฝ่าบาททรงไม่ลงโทษนาง มิหนำซ้ำยังให้โอกาสนางหาพยานภานใน1เดือน "
หลี่ซิ่น " เป็นไปไม่ได้ "
หลิวซินเนียน" มันเป็นไปแล้ว นางผู้นี้ร้ายกาจ ไม่เบา "
หลี่ซิ่น" นางก็แค่สาวชาวบ้านฐานะยากจน คงไม่เก่งมากพอที่รบกับท่านแม่ "
หลิวซินเนียน" แต่แม่มีความรู้สึกว่า การจะเขี่ยนางทิ้งมันไม่ใช่เรื่องง่าย "
หลี่ซิ่น" คอยดูเถิด ข้าจะทำให้นางอับอาย ท่านแม่วางใจมีวิธีอีกมากที่จะเขี่ยนางออกไป "
หลิวซินเนียน" ใช่สิ ได้ข่าวว่าเฝิงเส้าเฟิงจะเดินทางไปดูตลาดสินค้าแต่ละชนิด พรุ่งนี้ลูกก็เดินทางไปด้วยเลย จะได้เป็นหน้าเป็นตาให้องค์ชาย เพราะลูกอ่านออกเขียนได้ ยังไงเรื่องนี้ลูกก็ได้เปรียบ "
หลี่ซิ่น" จริงด้วย ท่านแม่รอฟังข่าวดีได้เลย" (รอยยิ้มอันแสนอันตรายคิดเรื่องชั่วๆไวในหัวเพื่อเตรียมการ)
เรือนใจกลางน้ำ 17: 00
ชงหยุน" เป็นไง เพคะ ฝีมือของหม่อมฉัน ครั้งแรก ( ซุนอี้สอนชงหยุนวาดรูป )
ซุนอี้" เจ้าเก่งมาก เรียนรู้เร็ว "
ชงหยุน " ยังหรอกเพคะ ถ้าจะดีต้องแบบองค์หญิงไม่มีผู้ใดเทียบได้ "
แสงสว่างจากดวงอาทิตย์เริ่มรี่ลงสายลมพัดรูปวาดเกือบหลุดหาย ท้องฟ้าคืบคลานก่อตัวเป็นเมฆสีดำ เสียงฟ้าร้องดังกระหน่ำสายฟ้าฟาดเกรี้ยวกราดลงที่ตำหนักหลิวซินเนี่ยนอย่างไม่ปรานี
ซุนอี้" เมื่อครู่สายฟ้าฟาด ไปตกอยู่แถวตำหนัก หลิวซินเนียน "
ชงหยุน"ข้าว่ารีบกลับตำหนักเถิด องค์ชายจะตำหนิเอาได้ "
ซุนอี้" อืม "
ทั้งสองช่วยกันหอบข้าวของรุงรังเข้าไปยังตำหนักที่พักตน เฝิงเส้าเฟิงจะออกไปช่วย ถือของแต่ลีลามาก ได้แต่ยืนมอง
ซุนอี้"ท่านยืนมองอ่ะไร หลบไป ไม่เห็นรึว่าฝนจะตก ขวางประตูทำไมเกะกะ "
เฝิงเส้าเฟิง" ตั้งแต่นางรู้ความจริงนางก็เอาแต่ว่าข้าหรือว่าข้าทำอะไรให้นางไม่พอใจมากนางไม่เหมือนสตรีทั่วไปไม่ยอมผู้ใดแม้แต่ข้า ข้าเป็นถึงองค์ชายนางยังไม่เหลียวแลข้ามีสมบัติมากมายเป็นหน้าเป็นตาให้นางได้แต่นางกลับไม่สนใจไยดี หึ ก็ดี" (คิดในใจ)
ก๊อกๆ !
เฝิงเส้าเฟิง" ผู้ใดกันถึงได้รีบมาตำหนักเวลานี้ ฝนก็จะตกอยู่แล้ว เข้ามา !
ฟ่านฉี" คำนับองค์ชาย หม่อมฉันฟ่านฉีแม่ครัวที่ทำกับข้าวในครัวใหญ่เพคะหม่อมฉันเห็นว่าวันนี้ฝนจะตกกลัวองค์หญิงซุนอี้จะหิวมากเลยนำอาหารมาให้ "
เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าไปรู้จักนางตั้งแต่เมื่อใดกัน "
ฟ่านฉี" องค์หญิงชุนอี้ช่วยข้าทำกับข้าวเมื่อเช้านี้ข้าเลยอยากตอบแทนองค์หญิง เท่าที่ข้าจะทำให้ได้ "
เฝิงเส้าเฟิง" ห้องครัวใหญ่ไม่มีผู้ช่วยหรือถึงได้ขาดแคลนเช่นนี้"
ฟ่านฉี " ไม่มีหรอกเพ่คะข้าทำเองทั้งหมด"
เฝิงเส้าเฟิง " เหตุใดไม่หาคนมาช่วยปกติต้องมีผู้ช่วยไม่ใช่รึ "
ฟ่านฉี" องค์ชายหม่อมฉันขอทูลลาฝนจะตกแล้ว "
เฝิงเส้าเฟิง" แปลกนัก มีแม่ครัวผู้เดียวงั้นรึ "
ก๊อกๆ !
ซุนอี้"องค์ชายมีเรื่องอะไรอีกรึ "
เฝิงเส้าเฟิง" ฝ่านฉีนำอาหารมาให้เจ้าเยอะแยะมากมายหากเจ้าหิวก็ออกไปกินเสีย "
หลังจากนั้นเฝิงเส้าเฟิงเดินหันหลังกลับไปยังห้องของตน
ซุนอี้" ชงหยุนฟ่านฉีนำอาหารมาให้ ไปเร็ว ท้องร้อง ข้าหิวแล้ว !"
ผลไม้ ของหวาน ของคาว เป็ดย่าง ไก่ย่าง ต้มชุป และอีกอื่นๆวางเต็มโต๊ะไปหมด น่ากินมากๆ
ซุนอี้" ว้าว ข้านึกว่าจะไม่ได้กินอาหารดีๆเช่นนี้ ในยุคโบราณ สวรรค์มาโปรด " ( มือหนึ่งจับช้อนอีกมือจับซ่อม เขี่ยลิ้นไปมานี่คือสัญญาณเตือนว่าพร้อมจะกินแล้วนะ)
ชงหยุนกับซุนอี้มองตาก็รู้ใจยื่นมือตักอาหารเข้าปากคำโตๆ ให้ความรู้สึกหิวมากกว่าเดิม ดวงตาลุกวาวจนเห็นลูกตาขาว
ซุนอี้" ข้าไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้ "
ชงหยุน" ค่อยๆเคี้ยว องค์หญิงระวังติดคอ "
ซุนอี้" นี้ขาไก่ข้ายกให้เจ้า "
ชงหยุน " ขาใหญ่มาก นุ่มๆ "
เฝิงเส้าเฟิงเห็นซุนอี้ใช้ปากแทะไก่ เละเทะเปื้อนนิ้วมือทั้งห้านิ้ว แม้แต่ชงหยุนยังต้องกินไปมองไปแต่ก็ทำตาม
เฝิงเส้าเฟิง" หิวโหยมาแต่ที่ใด เกิดมาไม่เคยกินรึ ถึงได้ตะกละเช่นนี้ "
ซุนอี้ไม่อยากอารมณ์เสียตอนกินอาหารแสนอร่อย เลยคว้าน่องไก่ยัดเข้าปาก เฝิงเส้าเฟิง ให้เงียบปาก
ซุนอี้" กินซะ อย่าพูดมาก "
เฝิงเส้าเฟิงจับน่องไก่ออกจากปาก จะต่อว่านางแต่ดูท่าแล้ว นางกำลังอารมณ์ดี เลยไม่อยากขัด ไม่รู้จะด่าว่าอะไรด้วยแหละ เลยกินไก่ที่ถืออยู่ในมือให้หมดซะเลย