งานแต่งสองตระกูลใหญ่

1849 Words
. . หลังจากวันนั้นชุนก็แวะเวียนมาที่บ้านของเธอบ้างเป็นครั้งคราว แต่มาทุกครั้งก็ดูไม่สบอารมณ์เสียเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะโดนบังคับเสียส่วนใหญ่ บ้างก็มากับเฮียตงและซิน บ้างก็มากับเตี่ยและม๊าของเขา จนถึงวันนี้ที่เป็นวันแต่งงานเขาก็ยังคงทำหน้าไม่รับแขกเช่นเดิม ต้นหยกและชุนยืนถ่ายรูปต้อนรับแขกอยู่หน้างาน ภายในงานเต็มไปด้วยรูปภาพพรีเวดดิ้งที่ดูชื่นมื่นของพวกเขา แต่ไม่มีใครรู้เลยว่ากว่าจะได้แต่ละภาพเล่นกินเวลาไปหลาย เพราะบางครั้งเขาก็ไม่ยอมมาถ่าย บางครั้งก็มาสายจนล่วงเลยเวลาที่จะได้ภาพสวยๆ ตามคอนเซ็ปต์ที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งตั้งใจไว้ งานแต่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายคอยเคี่ยวเข็ญ ต้นหยกยิ้มรับแขกอย่างอ่อนหวานและใบหน้าที่ดูเต็มไปด้วยความสุข เธอคิดว่าไม่ว่ายังไงเธอจะต้องมีความสุขในวันสำคัญในชีวิตของเธอ ระหว่างที่ยืนถ่ายรูปกับแขกในงานนั้น สายตาคมของชุนก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวในชุดสีขาวเหมือนชุดเจ้าสาวเดินเชิดเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมอบให้ชายหนุ่มตรงหน้า ชุนอึ้งค้างก่อนจะรีบเดินตรงปรี่เข้าไปหาหญิงสาวสุดเซ็กซี่นั้น “เส้นฟาง ไหนพี่ว่าจะไม่มาไงคะ?” ต้นหยกหันไปส่งแขกเข้างานก่อนจะหันไปมองทั้งคู่ที่ดูสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษอย่างไม่สบายใจ เส้นฟางปรายตามองต้นหยกก่อนจะหันไปจัดแจงโบว์ตรงคอให้ชุนอย่างแนบชิด ก่อนที่เส้นฟางจะดึงแขนของชุนเดินเข้าไปหาต้นหยกด้วยรอยยิ้มหวานใสซื่อ “ฟางอยากถ่ายรูปด้วย มาถ่ายรูปด้วยกันเถอะค่ะ” “ฮะ? ...แน่ใจหรอคะ?” “ค่ะ...ฟางมาแสดงความยินดีด้วยทั้งที จะไม่ให้ร่วมเฟรมด้วยเลยหรอคะ?” “อืม...ก็ได้ครับ” ชุนตอบอย่างตามใจหญิงสาวตรงหน้าก่อนที่เส้นฟางจะดึงชุนมาตรงกลางและเธอยืนข้างขวา ต้นหยกยืนข้างซ้าย ก่อนจะหันไปทางช่างภาพ เส้นฟางคว้าแขนของชุนแล้วควงแขนของเขาพร้อมกับโน้มศีรษะไปทางเจ้าบ่าวแล้วยิ้มแป้นเพื่อถ่ายรูป ต้นหยกมองที่แขนของคนทั้งคู่อย่างไม่พอใจนัก ก่อนจะหันไปมองกล้องพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ หลังจากถ่ายภาพไปได้สองภาพ เฮียตงและซินที่เดินออกมาตามคู่บ่าวสาวก็ได้เห็นภาพเหตุการณ์ของทั้งสามคน เฮียตงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างเส้นฟางและชุนทันที “เธอมาทำอะไรที่นี่” “ฟางก็มาร่วมแสดงความยินดีกับ...แฟน...ของฟางไงคะ” “น้องเส้นฟาง ที่นี่ไม่ใช่กองละครนะคะ” “พี่ซินก็พูดอะไรอย่างนั้นคะ เส้นฟางมาแสดงความยินดีจริงๆ ...ถึงแม้จะโดนแย่งแฟนไปก็เถอะ” เส้นฟางพูดพร้อมกับหันไปมองทางต้นหยกด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่คำพูดคำจากลับไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ต้นหยกยืนกำมือแน่นจ้องมองหญิงสาวตอบ แต่กลับไม่พูดอะไรเลย เธอผ่อนลมหายใจออกเบาๆ ก่อนจะทำสีหน้าให้ปกติที่สุด ซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ต้นหยกก็ลูบบ่าปลอบเธอเบาๆ “อ้าว...แฟนหรอ? ตอนไอ้ชุนถามยังไม่เห็นจะตอบได้ว่าเป็นอะไรกัน ตอนมันขอแต่งงานก็ปฏิเสธเองไม่ใช่?” “พี่ตงจะไปรู้อะไรคะ? ฟางกับพี่ชุนอยู่ด้วยกัน...ถีงไหนต่อไหนแล้ว ถึงไม่บอกสถานะเราก็รู้กันอยู่แล้วค่ะ” “พอเถอะนะเส้นฟาง พี่ขอ” ชุนพูดพร้อมกับหันไปมองเส้นฟางเพื่อขอร้องไม่ให้เธอเถียงกับเฮียตงไปมากกว่านี้ ถึงเขาจะไม่รู้ว่าทำไมทางบ้านถึงไม่ชอบเส้นฟางก็ตาม แต่เขาเห็นว่าเธอเป็นคนที่ผ่านความยากลำบากมาด้วยตัวเอง เขาจึงเชื่อว่าเธอเป็นคนดีและไม่ใช่คนอย่างที่ทุกคนในบ้านคิดแน่นอน “ฟางแค่อธิบายค่ะ ว่าที่ฟางไม่แต่งงานกับพี่ชุนเพราะฟางยังไม่พร้อม ไหนจะฐานะ ไหนจะเงิน ฟางแค่ตั้งตัวให้สมกับพี่ก่อนถึงยังไม่ตกลง แต่ไม่คิดว่าที่บ้านพี่จะทำถึงขนาดนี้” แปะๆๆ “ว้าว...น่าทึ่ง สร้างเรื่องได้ดี ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าชุนจะแต่งงานก็ไม่เห็นเสนอหน้ามาคัดค้านแสดงความรักที่มีให้กันเลยนี่ เอ...หรือจะรู้ว่าถ้าชุนไม่แต่งจะไม่ได้มรดกกันนะ” เฮียตงปรบมือสองสามทีก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแดกดันแฟนสาวกำมะลอของน้องชาย ชุนเห็นอย่างนั้นถึงห้ามพี่ชายตัวเองไว้ด้วยการเอาตัวมาขวางสายตาเหยียดหยามของเฮียตง ต้นหยกที่นิ่งเงียบอยู่นานก็เดินไปห้ามสองหนุ่มไว้ทันที “พอเถอะค่ะ...งานจะเริ่มแล้ว เราเข้างานกันเถอะ.....เชิญด้านในค่ะคุณเส้นฟาง” ต้นหยกพูดพร้อมกับหันไปเชิญเส้นฟางด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบนิ่งก่อนจะเดินนำเข้าไปก่อนตามด้วยซิน เฮียตงปรายตามองเส้นฟางเล็กน้อยก่อนจะเดินตามคนทั้งคู่เข้างานไป ชุนหันไปหาเส้นฟางที่ทำหน้าเศร้าน้ำตาคลอ ก่อนจะประคองเธอเข้างานเช่นกัน งานดำเนินไปอย่างราบรื่นรวมถึงการจดทะเบียนสมรสในงานอย่างที่ทุกคนคาดหวัง แต่สายตาของชุนยังคงมองไปทางเส้นฟางตลอด ไม่ได้หันไปมองเจ้าสาวของตนเลย จนเวลาล่วงเลยมาถึงส่งเข้าเรือนหอที่เหลือแต่ครอบครัว เรือนหอของเขาเตี่ยเป็นคนหาซื้อให้ อยู่ไม่ไกลจากบ้านใหญ่ของตระกูลธนกุลนัก เป็นบ้านหลังใหญ่สองชั้นที่เชื่อมบ้านหลังเล็กข้างๆ อีกสองหลัง เหมือนเรือนแยก ที่เตี่ยซื้อเรือนหอแบบนี้ให้เพราะหวังจะให้มีลูกเต็มบ้าน หลานๆ จะได้มีบ้านอยู่เมื่อโตขึ้นจะได้ไม่ต้องแยกไปไหนไกล ส่วนพ่อแม่ก็จะได้อยู่ตัวบ้านหลังใหญ่นี้ “ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองนะ ฮ่าๆๆ” เตี่ยพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะร่า ตบบ่าลูกชายของตนอย่างปลื้มปีติ เพราะเขามีลูกเยอะไม่ได้ร่างกายภรรยาไม่ค่อยแข็งแรงและเขาเองก็แก่มากแล้วจึงมีมาแค่สองคนคือเฮียตงและชุนเท่านั้น “เอ็นดูน้องให้มากๆ นะลูก ปกป้อง ดูแลน้องนะ เราเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้วนะอาชุน” “....ครับม๊า” “ม๊าฝากต้นหยกด้วยนะอาชุน” “ครับ....” “ถือไม้เท้ายอดพองกระบองยอดเพชรนะ” “อย่ารังแกน้องนะไอ้เสือ” “ต้นหยกเป็นคนสวยมากนะชุน” ทุกคนต่างอวยพรให้ทั้งคู่ก่อนเข้าหอ แม่ของต้นหยกอดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอเดินเข้าไปกอดลูกสาวที่นั่งอยู่บนเตียงข้างๆ ชุน พร้อมกับลูบศีรษะลูกสาวสุดที่รักอย่างอ่อนโยน “ใจเย็นๆ ให้มาก หนักแน่นให้มาก เข้าใจให้มาก อย่างอแงงี่เง่าเอาแต่ใจกับพี่เขานะต้นหยก...รักกันให้มากๆ นะลูก มีอะไรให้อภัยกัน หนักนิดเบาหน่อยอย่าทิ้งกันนะลูก ให้อยู่คู่กันเหมือนกิ่งทองกับต้นหยก ยั่งยืนยาวนาน” “ค่ะม๊า...” ต้นหยกตอบรับทั้งน้ำตาก่อนที่ทุกคนจะเดินออกจากห้องไป แต่เตี่ยก็ยังหันไปมองทั้งคู่ที่นั่งอยู่ปลายเตียงแล้วยิ้มแป้นจนชุนเริ่มรู้สึกแปลกๆ “เข้าหอคืนแรก...ห้ามออกจากห้อง!” “ฮะ?! อะไรนะเตี่ย เดี๋ยวๆ ...เดี๋ยวก่อน...” ชุนรีบวิ่งไปที่ประตูแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ผู้เป็นพ่อปิดประตูพร้อมกับล็อกกลอนจากด้านนอก ไม่ว่าชุนจะพยายามผลักประตูเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ต้นหยกมองดูชุนที่หัวเสียอยู่หน้าประตูก่อนจะถอดเครื่องประดับออกอย่างนิ่งเฉย ชุนหันกลับไปมองภรรยาของตนพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น “ดูสบายใจไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยนะ...อยากได้ฉันจนตัวสั่นเลยหรือไง?” “เฮ้อ...หยกจะนอนพื้น” “นี่เธอหาว่าฉันไม่เป็นสุภาพบุรุษว่างั้น” “แล้วแต่เฮียจะคิด วันนี้หยกเหนื่อยแล้ว ไม่อยากเถียงเฮียด้วย” ต้นหยกพูดจบก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที วันนี้เธอเหนื่อยจริงๆ ทั้งเรื่องงานทั้งเรื่องแฟนของชุนอีก ชุนมองดูต้นหยกที่เมินเฉยต่อเขาก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเพื่อรอเธออาบน้ำเสร็จ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงต้นหยกพึ่งจะออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนกระโปรงยาวพร้อมกับมีเสื้อคลุมที่มัดไว้อย่างดี ชุนมองหญิงสาวที่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้เครื่องสำอางก็ดูสวยไม่หยอก ปากอิ่มสีแดงสดนั้นไม่ใช่ลิปสติกเหมือนที่เขาคิดไว้ ชุนละสายตาจากต้นหยกเมื่อทั้งสองสบตากัน ก่อนที่เขาจะเดินตรงปรี่เข้าห้องน้ำไป หลังจากที่ชุนอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเดินออกมาก็เห็นต้นหยกจัดปูที่นอนตรงพื้น เหลือหมอนเพียงหนึ่งใบกับผ้าห่มหนาบนเตียงกว้าง ส่วนเธอมีแค่ผ้าห่มผืนบางๆ เท่านั้น ชุนหัวเราะในลำคอก่อนจะเดินไปนอนบนเตียงอย่างสบายใจแล้วหันไปทางภรรยาสาวที่กำลังก้มกราบพระอยู่แล้วล้มตัวนอนลงโดยไม่ร้องขอนอนบนเตียงสักคำ ถ้าเธอเอ่ยสักนิดเขาคงจะยอมนอนพื้นแทน “ไม่นอนบนเตียงจริงหรอ?” “ไม่เป็นไรค่ะ” “หรือกลัวฉัน?” “ยังไม่เคยหรอ?” “เฮียหมายถึงอะไรล่ะ?” “นอนกับผู้ชาย” “...........” “หึ...ไม่ตอบ” “ค่ะ” “ค่ะ นี่หมายความว่าไง?” “หยกง่วงแล้ว ฝันดีค่ะเฮีย” ต้นหยกตอบแบบไม่ใส่ใจหนักก่อนจะตัดบทไปเสียดื้อๆ ทิ้งให้ชุนนอนคิดถึงคำตอบของเธอที่ยังคาใจไม่หาย ก่อนจะสะบัดความคิดของตนออกไป เพราะยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว เขาไม่ได้คิดจะมีสัมพันธ์ใดๆ กับเธอ แค่แต่งๆ ไปแล้วใช้ชีวิตเหมือนเดิม รอวันหย่าเพียงเท่านั้น ชุนพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับ ในหัวคิดถึงแต่ต้นหยกที่นอนอยู่ที่พื้นมันเลยรู้สึกขัดใจเขา ก่อนที่เขาจะลุกพรวดขึ้นมาชะโงกหน้ามองภรรยาสาวที่หลับตาพริ้ม ชุนจึงลุกขึ้นไปนั่งข้างๆ ต้นหยกที่นอนอยู่ก่อนจะช้อนร่างของเธออุ้มขึ้นมาในท่าเจ้าหญิง ต้นหยกที่พยายามบังคับให้ตัวเองหลับก็ลืมตาตื่นขึ้นอย่างตกใจพร้อมกับเกร็งตัวแข็งมองชุน “ฮะ..เฮียจะทำอะไร?” . . .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD