แฝ่บๆๆๆ ครืด แฝ่บๆๆ ครืด
เสียงสตาร์ทรถคันหรู ที่พยายามสตาร์ทครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะติดเลย ทุกครั้งที่เหมือนจะติด ก็ต้องดับเช่นเดิม สุดท้ายร่างสูงจึงจำต้องล้มเลิกความพยายาม แล้วหยิบสัมภาระที่สำคัญออกจากรถ โดยไม่ลืมหยิบขนมสุดโปรดอย่างคุกกี้บราวน์นี่บราวน์ชูการ์ติดมือไปด้วย
“ฮัลโหล...ไอ้พาย...มึงออกจากมหาลัยยัง” ยกโทรศัพท์แล้วต่อสายหาแฝดพี่อย่างพะพาย
[ออกมาแล้ว มีอะไร]
“เออๆ ช่างเถอะ...แค่นี้แหละ” เมื่อได้คำตอบก็รีบกดตัดสายไป จากนั้นก็เดินไปรอรถเมล์ ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เขาอยู่มากนัก ยืนรอเพียงไม่นานรถเมล์สายที่เขาต้องขึ้นก็มาพอดี โชคดีหน่อยที่วันนี้รถไม่แน่น ทั้งที่ปกติเวลาเลิกงานแบบนี้ควรจะเต็มเอี๊ยดแล้ว
แคว่ก!
เจ้าของร่างสูงโปร่ง ดูสง่างาม กล้ามเนื้อกระชับได้สัดส่วน ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพปั้น อยู่ในชุดนักศึกษา พร้อมกับเสื้อยีนที่สวมทับเอาไว้ ยิ่งทำให้เขาดูเท่ และมีสไตล์ เขาค่อยๆ หย่อนกายลงนั่งที่ว่างริมหน้าต่าง ก่อนที่จะหยิบคุกกี้รสโปรดขึ้นมาฉีกซองแล้วเอาเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
ขลุก ขลัก!
ขณะที่เขาเคี้ยวขนมด้วยท่าทีสบายอารมณ์ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นต่อบลูทูธกับหูฟังไร้สายเพื่อฟังเพลง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเด็กน้อยที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้ามองมาที่เขา ผ่านช่องแคบๆ ระหว่างเบาะและหน้าต่าง
เขาจึงหยิบขนมคุกกี้ชิ้นใหม่ยื่นให้ พร้อมกับรอยยิ้มใจดี นึกเอ็นดูเด็กผู้ชายคนนั้น ไม่น่าเชื่อแค่เพียงแววตาใสซื่อนั่น จะทำให้เขายอมมอบขนมรสโปรดนั้นให้โดยที่ไม่คิดจะเสียดายเลย
ผ่านไปไม่นานหลังจากที่เด็กน้อยคนนั้นรับคุกกี้ไป สักพักมือน้อยๆ ป้อมๆ ขาวๆ ก็ยื่นนมผ่านช่องเล็กๆ นั้นส่งให้สายหมอก เพื่อตอบแทนที่สายหมอกมอบขนมแสนอร่อยให้เขา วินาทีนั้นก็ทำสายหมอกถึงกับหลุดขำ ก่อนที่จะยื่นมือไปรับนมโรงเรียนจากเด็กน้อยคนนั้นมาถือไว้ ตามด้วยพูดกับตัวเองในใจว่า ‘คิดได้ไงที่เอานมรสชาติห่วยๆ นั่นมาแลกกับขนมแสนอร่อยของเขา’ นมโรงเรียนคือนมที่เขาไม่เคยคิดที่จะกินมันเลยด้วยซ้ำทั้งชีวิตนี้
“ไปครับรันเวย์ ถึงคอนโดมี๊แล้ว” เสียงของหญิงวัยเกษียณอายุเอ่ยบอกกับหลานชาย พร้อมกับลุกขึ้น และบอกให้หลานชายเตรียมตัวลง เพราะถึงที่หมายแล้ว
“อ๊ะ...เจ้าเวย์ไปเอาขนมนั่นมาจากไหนครับ” แต่ทว่าขณะที่กำลังจะดึงแขนหลานให้ลุกจากเบาะ เธอก็หันไปเห็นขนมคุกกี้ที่กัดไปแล้วจนเกือบหมดอยู่ในมือหลานชาย ด้วยความสงสัยจึงถามขึ้น
“คุณลุงสุดหล่อให้ครับ” ตอบอย่างสุภาพแล้วชี้ไปทางด้านเบาะหลัง ที่มีสายหมอกมองดูเหตุการณ์อยู่
“ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม แหมหล่อแล้วยังใจดีอีก...” หันมาเอ่ยขอบคุณสายหมอกด้วยความเป็นมิตร สายหมอกเองก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน “รันเวย์ครับ...แล้วขอบคุณคุณลุงหรือยัง” ไม่วายยังหันไปเอ่ยถามหลานชาย
“เราแลกเปลี่ยนของกันแล้วครับ” เด็กน้อยตอบ พร้อมชี้ไปที่มือของสายหมอกที่ถือนมโรงเรียนของเขาอยู่ ดูแววตาของเด็กน้อยไร้เดียงสานั้นค่อนข้างภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตนทำอยู่ไม่น้อย
“ว๊ายตายแล้ว เจ้าเด็กคนนี้...พอไม่กินก็เที่ยวเอาไปให้คนอื่น...ขอโทษด้วยนะพ่อหนุ่ม...ค่าคุกกี้เท่าไหร่เดี๋ยวน้าจ่ายให้”
“ไม่เป็นไรครับคุณน้า...” เขาตอบกลับไป และไม่คิดที่จะถือสาเด็กน้อยนั่นเลย ทว่าการกระทำนั้นกลับทำให้เขารู้สึกเอ็นดูเสียมากกว่า
“ถ้าอย่างนั้น น้าต้องขอบใจพ่อหนุ่มมากๆ เลยนะจ๊ะ...อุ๊ย...ถึงป้ายที่น้าต้องลงแล้ว...ขอบคุณคุณลุงเร็ว” เขย่าแขนหลานและกำชับให้ขอบคุณ
“ขอบคุณครับคุณลุง...ไว้เจอกันวันหลังนะครับ...คุกกี้อร่อยมากครับ...รสชาติเหมือนของมี๊เวย์เลย” ยกมือไหว้ขอบคุณอย่างอ่อนน้อม ไม่พอยังหยิบยกอวดความสามารถของแม่ตัวเองอีก
ดวงตาคู่คมมองเด็กน้อยและคุณยายของเขาจนสุดสายตา ก่อนที่รถเมล์ที่เขานั่งจะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปด้านหน้า เป็นจังหวะเดียวกับที่หางตาของเขาเห็นแม่ของเด็กชายคนนั้น ด้วยความอยากรู้จึงหันกลับไปเพื่อจะมอง แต่กลับถูกใครบางคนสะกิดไหล่ของเขาเสียก่อนจึงเปลี่ยนจุดสนใจใหม่
“พ่อหนุ่ม...ตรงนี้มีคนนั่งไหม” เสียงหญิงแก่คนหนึ่งเอ่ยถาม พร้อมกับมองไปที่นั่งข้างๆ เขา ที่มีกระเป๋าเป้ของเขาวางก่อนหน้านั้น
“อะ...อ๋อ...ไม่มีครับ” ตอบกลับแล้วดึงกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาวางบนตัก แล้วหันไปด้านหลังหวังมองเด็กน้อยกับแม่ของเขาอีกครั้ง ทว่ามันกลับไกลเกินกว่าจะมองเห็นเเล้ว
พอมาถึงป้ายที่เขาต้องลง เขาก็เดินขึ้นคอนโดทันที ก่อนที่จะเข้าลิฟต์ก็เดินไปที่ถังขยะเพื่อทิ้งนมโรงเรียน แต่อยู่ๆ ความรู้สึกของเขามันกลับทำให้หยุดการกระทำนั้นลง แล้วจับนมกล่องนั้นยัดเข้าไปในกระเป๋าเป้ จากนั้นก็เดินกลับไปที่ลิฟต์และขึ้นห้องไป
แกร๊ก แอ๊ด!!
เหมี๊ยว~~
เจ้าแมวอ้วนนามว่านมสดเดินมาคลอเคลียทันทีที่เจ้าของเปิดประตูและก้าวเข้ามาในห้อง ส่วนเขาก็ก้มลงไปอุ้มเจ้าแมวอ้วนขนฟูขึ้นมากอดเอาไว้ ตามด้วยจุมพิตไปที่ศีรษะของเจ้านมสด
“หิวยังครับ...”
เหมี๊ยว~
ร้องตอบรับราวกับว่าทั้งคู่พูดคุยกันรู้เรื่อง จากนั้นเขาก็วางนมสดลง แล้วรีบเดินไปเตรียมอาหารใส่ชามให้อย่างเช่นทุกวัน
ครืด ครืด!!
‘คุณพ่อ’
ขณะที่กำลังมองเจ้านมสดกินอาหารที่เขาทำให้อย่างเพลิดเพลิน เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ดึงความสนใจจนต้องล้วงจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับ
“ครับพ่อ”
[หมอก...พรุ่งนี้ว่างไหม]
“ว่างครับ คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่าครับ”
[พรุ่งนี้มีนักบินใหม่มาสัมภาษณ์ พ่อไม่ว่างเลย ลูกไปแทนพ่อได้ไหม]
“ไอ้พายล่ะครับ ไม่ว่างเหรอ”
[พายพาเฟอร์ไปเที่ยวต่างประเทศ หมอกมาสัมภาษณ์แทนพ่อหน่อยนะ จริงๆ ทางออนไลน์ก็ผ่านหมดแล้วแหละ แต่ต้องกรองและประเมินด้านทักษะปัญญาและความสามารถทางการบินด้วย บททดสอบอยู่ในแฟ้มที่โต๊ะทำงานพ่อนะ...พ่อมอบอำนาจให้หมอกเซ็นอนุมัติแทนได้เลย]
“พ่อก็รู้ว่าหมอกสัมภาษณ์โหด” ใช่เรื่องจะรับนักบินใหม่ หรือผู้ช่วยนักบินเขาสแกนอย่างละเอียด หากไม่มีประสิทธิภาพตามที่เขาตั้งไว้ เขาไม่ปล่อยให้ขึ้นบินให้เสียชื่อสายการบินของครอบครัวเด็ดขาด
บางคนแม้จะผ่านการสัมภาษณ์ก็ใช่ว่าจะได้ขึ้นบินเลย เขาต้องทำการทดสอบแรงกดดัน ประเมินความสามารถในการรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอีก สำหรับเขาความพลาดเท่ากับความปลอดภัยของผู้โดยสาร และเขาไม่มีทางปล่อยให้ความพลาดเกิดขึ้นเด็ดขาด
[พ่อว่าคนนี้เก่งนะ ประเมิน สัมภาษณ์ได้เต็มทุกขั้นตอนเลย ที่สำคัญเป็นผู้หญิงด้วย หมอกก็รู้ว่านักบินหญิงตัดสินใจเด็ดขาด และมีความแม่นยำกว่าผู้ชาย บางทีคนนี้อาจจะเข้าตาหมอกก็ได้]
“ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้หมอกเข้าไปสัมภาษณ์แทนครับ”