หลิวอิงฮัวกลับมาที่ห้องนอนของตัวเองหัวใจของนางนั้นแตกสลาย นางคือลูกสาวของมหาเสนาบดีข้าหลวงใหญ่แห่งต้าฉู่ ไม่เคยมีใครได้หยามเกียรติของนางได้มากขนาดนี้
ความเสียใจที่มากมายเหลือล้นในตอนนี้ทำให้น้ำตาของนางพรั่งพรูออกมา ความเจ็บปวดที่นางไม่เคยได้รับเลย จากบิดาและคนอื่นๆ ไม่เคยมีใครกล้ากระทำกับนางได้เท่าสือเทียนอี้สามีที่นางรักตั้งแต่แรกพบ นางไม่เคยสิโลราบให้กับใครนอกจากสือเทียนอี้ ครั้งนี้เขาทำให้นางเจ็บปวดไปถึงขั้วหัวใจ
ชิงชิงสาวใช้คนสนิทอดร้องตามเจ้านายของเธอไม่ได้ นางรักคุณหนูของนางมากวันนี้เป็นครั้งแรกที่ชิงชิงเห็นคุณหนูของนางอ่อนแอเช่นนี้
ไม่มีคำพูดใดๆออกจากปากสาวใช้นางถอยออกไปและปิดประตูห้องของคุณหนูของนางเพื่อให้คุณหนูของนางได้ทำใจ
หลิวอิงฮัวนั่งอยู่บนเตียงนางร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด นางกอดตัวเองบวกกับน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุดยั้ง ความผิดหวังครั้งนี้ทำให้หัวใจของนางแทบหยุดเต้น มันทรมานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาโดนสามีทำร้ายหัวใจมาโดยตลอด ครั้งนี้นางเจ็บปวดมากมายเกินจะทน นางร้องไห้ขนาดที่เรียกว่าหัวใจแทบสลายจนเหนื่อยล้าและหลับไป
หลังจากนั้นสามวันต่อมาหลิวอิงฮัวพยายามไม่ไปพบหรือเจอสือเทียนอี้ เพราะถ้าพบหน้าเขาตอนนี้ความเจ็บปวดในจิตใจต้องปะทุขึ้นอีก นางต้องหาอะไรทำเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดถึงเขา หากวันใดตัดใจได้นางจะขอหย่ากับเขาแต่โดยดีหากแต่ตอนนี้นางยังมิอาจทำใจได้ก็เพียงเท่านั้น
ทางด้านสือเทียนอี้
"นายท่านขอรับฮูหยินบอกว่าไม่อยากพบท่านขอรับ"
"อืมนางคงโกรธข้าอยู่สินะเดี๋ยวข้าจะไปพบนางเอง"
สือเทียนอี้เดินออกไปเพื่อจะเข้าไปหานาง เขาคิดว่าวันก่อนสิ่งที่เขาทำมันมากเกินไปเขาอยากจะมาขอโทษนางด้วยตัวเอง
แต่แล้วก็ต้องเจอกับสาวใช้คนสนิทของนาง
"ชิงชิงคุณหนูของเจ้าอยู่ที่ใด?"
"คารวะนายท่านคุณหนูอยู่ที่ศาลาดอกบัวเจ้าค่ะ"
"อืม" สือเทียนอี้จึงเดินเข้าไปแต่เขาก็ต้องหยุดชะงักเพราะเขาเพ่งมองนางที่นั่งปักผ้าอยู่ดวงหน้าของนางนั้นช่างเศร้าหมองความพยศของนางแทบไม่มีเหลือ ดวงหน้าที่หวานหยดย้อยของนางนั้นช่างหม่นหมองนางคงเสียใจจากเขาจริงๆ
ตอนนี้นางคงไม่อยากพบหน้าของข้าจริงๆ คิดแล้วเขาก็รู้สึกใจหายขึ้นมาเวลานางนิ่งช่างดูน่าสงสารเหลือทน ถึงอย่างไรนางก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาเขาอยู่ ตอนนี้นางคงไม่อยากพบเขาจริงๆเอาไว้นางดีขึ้นเขาจะคุยกับนางอีกที
สือเทียนอี้เอามือไขว้หลังแล้วหันหลังเดินออกมา
ชิงชิงไปเอาน้ำชามาให้คุณหนูของนางนางจึงถามคุณหนูของนางว่า
"คุณหนูเจ้าคะนายท่านมาหาคุณหนูได้พบกันรึยังเจ้าคะ?"
หลิวอิงฮัวได้ยินแค่นี้นางถึงกับมืออ่อนวางเข็มปักผ้าลงอย่างหมดแรง น้ำตาเอ่อล้นออกมาจากสองตาได้ยินแค่ชื่อก็เจ็บปวดในหัวใจเหลือเกิน นางจะต้องทำเช่นไรเพื่อที่นางจะได้กลับมาเข้มแข็งดังเดิม
ชิงชิงรีบขอโทษคุณหนูของนางที่ปากพล่อยเอ่ยชื่อนายท่านออกมา นางไม่เคยคิดเลยว่าคุณหนูผู้สูงส่งของนางช่างอ่อนแอเหลือทน ตอนนี้นางสงสารคุณหนูของนางมากเหลือเกินแต่ไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไร
"คุณหนูชิงชิงต้องขออภัยชิงชิงจะไม่เอ่ยถึงนายท่านต่อหน้าคุณหนูอีก"
ไม่มีคำพูดใดออกจากปากมีแต่น้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมาจากความเจ็บปวดที่สะสมมาแรมปี
ร้องไห้ซะให้พอหลิวอิงฮัวเธอคิดและบอกตัวเองในใจเธอทอดมองออกไปยังสระบัว
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วที่นางร้องไห้คร่ำครวญเสียใจ แต่ในหัวใจของนางยังรู้สึกเจ็บปวดทุกเมื่อเมื่อได้ยินเสียงหรือเอ่ยถึงชื่อของสือเทียนอี้ตอนนี้นางยังมิอาจตัดใจจากเขาได้ แต่นางก็พยายามอยู่ห่างเขาการหย่าตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงนางไม่สามารถหย่าได้ในตอนนี้ เพราะนางยังไม่สามารถทำใจให้เลิกรักเขาได้ แต่ต้องมีสักวันที่นางจะตัดขาดเขาได้จริงๆเมื่อถึงวันนั้นนางจะหย่าให้เขาโดยที่ไม่มีสิ่งเคลือบเเคลงใจ
วันนี้นางจะออกไปข้างนอกเพื่อซื้อผ้าและเครื่องหอมมาอบผ้า นางใส่ชุดสีชมพูเข้มและเกล้าผมบางๆเช่นเคยวันนี้นางดูสวยสดงดงามมาก นางไม่ได้แต่งหน้าเข้มเพียงแค่เเต้มสีสันบนกลีบปากของนางเล็กน้อย แค่นี้นางก็งามอย่างหาที่ติไม่ได้
เมื่อคนตรงหน้าที่ไม่อยากจะพบหน้าเดินผ่านมา สือเทียนอี้ ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันหลิวอิงฮัวรู้สึกถึงความเจ็บปวดในหัวใจขึ้นมา
"อิงฮัวเจ้าจะไปที่ใด" เสียงถามคำถามจากสือเทียนอี้ดังขึ้น
ไม่มีเสียงตอบรับใดจากนางมีแต่สายตาที่จ้องมายังเขาที่ยืนประจันหน้าของนางสือเทียนอี้ทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกนางจ้องหน้าขนาดนี้ สีหน้าของนางตอนนี้เขาไม่สามารถอ่านใจได้เลยใบหน้าที่มีแต่ความเรียบเฉยแต่เต็มไปด้วยความงามที่ไม่อาจจะละสายตาได้ ยิ่งไม่แต่งหน้านางยิ่งน่ามองสมแล้วที่นางเป็นสาวงามอันดับหนึ่ง
"นายท่านขอรับเอ่อ"
"มีอันใดมู่ชิงสงว่ามา"
มู่ชิงสงเงยหน้าขึ้นมองหน้าสือเทียนอี้และมองหลิวอิงฮัว
"คือเอ่อคุณหนูหลานมาขอรับ" มู่ชิงสงรีบรายงาน และมองหน้าของหลิวอิงฮัว
สือเทียนอี้มองหน้านางเพื่อรอคำตอบของหลิวอิงฮัว
"ชิงชิงเรารีบไปกันเถอะ" หลิวอิงฮัวพูดออกมาอย่างเรียบเฉยนางเดินเบี่ยงตัวออกไปปล่อยให้สือเทียนอี้และมู่ชิงสงมึนงงกับสิ่งที่เห็นครั้งนี้นางไม่อาละวาดโวยวายแล้ว
สือเทียนอี้แปลกใจขึ้นมาเขาหันมามองตามหลังของนางจนสุดตาในใจรู้สึกแปลกว่าทำไมครั้งนี้นางไม่สนใจเขา หรือว่านางจะออกไปหาฟ่านจินหลงไม่ได้!!เขาจะไม่ยอมเด็ดขาดอยู่ดีๆสือเทียนอี้ก็นึกหวงนางขึ้นมา
หลิวอิงฮัวรู้สึกปวดใจเมื่อต้องเจอหน้าเขานางไม่อยากจะสนทนาใดๆกับเขาอีกการไม่พบไม่เจอมันเป็นการตัดใจได้ง่ายขึ้นนางกลืนก้อนน้ำตาลงคออย่างยากลำบากนางจะต้องทำใจให้ได้แม้ว่าตอนนี้นางอยากจะเข้าไปอาละวาดหลานเสี่ยวเย่มากแค่ไหนก็ตาม
หลิวอิงฮัวมีจิตใจที่สงบขึ้นมากพักหลังมานี้นางไม่อยากโวยวายหรืออาละวาดใดๆกับใครทั้งนั้น อาจเป็นเพราะความผิดหวังจากคนที่นางรักก็อาจเป็นไปได้ทำตัวเลวร้ายเหมือนแต่ก่อนอาจไม่เป็นผลดีกับตัว
นางมาเดินซื้อของด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อยในใจคิดถึงแต่สือเทียนอี้กับหลานเสี่ยวเย่ ที่ตอนนี้ทั้งคู่คงหัวเราะเยาะนางเป็นแน่
จบตอนที่5