หลิวอิงฮัวเดินไปเรื่อยๆในตลาดนางเหม่อลอยและขบคิดถึงแต่เรื่องของสือเทียนอี้กับหลานเสี่ยวเย่ นางมองดูสิ่งใดก็ไม่ถูกตาของนาง นางเดินไปพบร้านขายถุงหอมสีสันของมันสะดุดตานางมาก นางอยากซื้อเก็บไว้สักอันขณะที่นางกำลังเลือกถุงหอมอยู่นั้นก็มีคนคนนึงเดินเข้ามาประชิดตัวนาง
"ข้าซื้ออันนี้" หลิวอิงฮัวจะจ่ายเงิน
"เถ้าแก่เท่าไรหรือถุงหอมใบนี้เดี๋ยวข้าจะจ่ายให้กับสหายของข้าเอง" ฟ่านจินหลงมองเห็นนางตั้งแต่นางเดินเข้ามาในตลาดเขาแอบเดินตามนางมาเรื่อยๆเพราะไม่อยากรบกวนนางแต่พอเห็นนางอยากซื้อถุงหอมเขาก็อยากจะซื้อให้นาง
ฟ่านจินหลงจ่ายเงินค่าถุงหอมให้นางแล้วหันมามองหน้าของนางใบหน้าที่สวยงามนั้นดูเศร้าสร้อยหม่นหมอง มันทำให้เขานั้นรู้สึกปวดไปถึงหัวใจของเขาเช่นกันสือเทียนอี้ช่างใจร้ายกับนางเกินไปแล้ว
"จินหลงเจ้าจ่ายให้ข้าทำไมกัน"
"ให้ข้าจ่ายให้เจ้าเถอะข้ากลับมาครั้งนี้ไม่มีของฝากอะไรให้เจ้า ถือว่าสิ่งนี้เป็นของขวัญของฝากจากข้าก็แล้วกันนะอิงฮัว"
หลิวอิงฮัวเงียบไปนางรู้สึกดีใจขึ้นมาที่อย่างน้อยยังมีคนคิดถึงจิตใจของนางอยู่
"เอ๋ อย่ามัวแต่ทำหน้าบึ้งตึงเลยข้าจะพาเจ้าไปดูปิ่นปักผมฝั่งนั้นดีกว่ามั้ย
รอยยิ้มน้อยๆจากใบหน้าที่เศร้าหมองนั้นเผยอออกมา
"วันนี้เจ้าอยากได้สิ่งใดขอเพียงแค่บอกข้าข้าจะซื้อให้เจ้าทั้งหมดดีหรือไม่"
"เจ้าพูดแล้วนะ วันนี้เจ้ากลายเป็นยาจกแน่ๆฟ่านจินหลง" หลิวอิงฮัวรู้สึกดีขึ้นที่มีเพื่อนเดินซื้อของช่วงเวลานี้มันทำให้นางรู้สึกดีขึ้นบ้าง
หลิวอิงฮัวเดินไปแค่นางมองดูหวีหวีผมฟ่านจินหลงก็ซื้อให้นาง เพียงแค่นางหยุดมองดูสิ่งใดฟ่านจินหลงก็ซื้อให้นางทั้งนั้น
"จินหลงเจ้าบ้าไปแล้วรึไงเปลืองเงินเปล่าๆ สิ่งของเหล่านั้นข้าก็แค่มองดูก็เพียงเท่านั้นอย่าสิ้นเปลืองอีกเลย" นางพูดพร้อมกับจับไปที่แขนของฟ่านจินหลง
ฟ่านจินหลงก้มลงมองมือเล็กนุ่มมาจับที่แขนของเขา มันพลันทำให้เขาใจเต้นระรัวหน้าแดงขึ้นมาทันที
"ฟ่านจินหลงทำไมเจ้าถึงหน้าแดงแบบนี้ล่ะสงสัยเจ้าต้องจ่ายเงินซื้อของเหล่านี้เพื่อข้าเยอะเกินไปแน่ๆชิงชิงเอาของทั้งหมดนี้ไปคืนเค้า"
"อยะๆอย่าเลยอิงฮัวข้าไม่ได้เป็นอันใดของทั้งหมดนี้ข้าตั้งใจซื้อให้อย่าหาเหตุผลใดมาเลยข้าเต็มใจ"
"ดูสิซื้อของมากมายขนาดนี้ข้าจะถือกลับเช่นไรไหว"
"เจ้าจะรังเกียจไหมถ้าจะให้ข้าไปส่งพวกเจ้า"
"ดีเลยเจ้าค่ะนายท่าน" ชิงชิงรีบตอบเพราะนางดูแล้วของเยอะมากนางคงถือกลับไม่ไหวแน่ๆ
"ชิงชิงอย่าเสียมารยาท!" หลิวอิงฮัวดุชิงชิงนางถึงกับหน้ามุ่ย
"ไม่เป็นอันใดข้าจะไปส่งเจ้าเอง"
ว่าแล้วฟ่านจินหลงก็ถือของไปส่งพวกนางถึงจวนเมื่อมาถึงจวนนางให้บ่าวรับใช้ขนของทั้งหมดเข้าไปเก็บและเชิญฟ่านจินหลงเข้าไปนั่งพักผ่อนดื่มน้ำชาที่ศาลาดอกบัว
ฟ่านจินหลงและหลิวอิงฮัวคุยกันไปหัวเราะกันไปเขาเล่าเรื่องต่างๆที่ผ่านให้หลิวอิงฮัวฟังถึงเรื่องที่เขาไปสืบคดีมาตลอดสิบปีที่ผ่านมา เขาคลี่คลายคดีไปมากมายหลายคดีมีทั้งบาดเจ็บสาหัสคดีตลกๆมากมายหลิวอิงฮัวนั้นฟังไปก็ขำไป รวมทั้งชิงชิงที่ฟังอยู่ข้างๆเหมือนพวกเขาได้รับรู้โลกกว้างมากขึ้น
"แล้วทำไมท่านถึงได้กลับมาที่นี่ล่ะ"หลิวอิงฮัวถาม
"เพราะว่าคือข้าต้องมาสืบคดีทุจริตเรื่องค้าเกลือน่ะ" จริงๆแล้วเขาอยากกลับมาเจอหลิวอิงฮัวต่างหาก เขาเฝ้าคิดถึงนางมาตลอดสิบปีเป็นเขาที่ผิดพลาดเองที่ไม่ยอมหมั้นหมายกับนางตั้งแต่เยาว์วัยเช่นนั้นเขาถึงได้ผิดหวังเช่นนี้ ฟ่านจินหลงยกน้ำชาดื่ม
ทั้งคู่คุยกันจนมืดค่ำถึงเวลาของสือเทียนอี้กลับมาจากราชการเขาเดินผ่านไปที่ศาลาดอกบัวเห็นหลิวอิงฮัวนั่งคุยกับฟ่านจินหลงอย่างมีความสุขมิน่านางถึงบอกเขาว่าไม่อยากเข้าใกล้เขาอีกต่อไป สือเทียนอี้ไม่รอช้าเขาเดินเข้าไปที่ศาลาริมบัวเช่นกัน
สือเทียนอี้สะบัดชายผ้าและนั่งลงข้างหลิวอิงฮัวอย่างแรงจนทั้งคู่ที่กำลังคุยกันอย่างสนุกต้องพลันหุบยิ้มลงอย่างรวดเร็ว
"มิทราบว่าท่านองค์ครักษ์เสื้อแพรมามิได้ต้อนรับข้าน้อยต้องขออภัยเป็นอย่างสูง" สือเทียนอี้ยกมือขึ้นประสานเป็นการคารวะ
"มิได้ท่านสือข้านั้นแต่เพียงมาเยี่ยมเยือนสหายเก่าก็เท่านั้น"
"ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านรับประทานข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันที่นี่เลยดีกว่า" สือเทียนอี้แสร้งเชิญฟ่านจินหลงให้ร่วมทานอาหารเย็นด้วยกันและหวังได้รับการปฏิเสธจากเขา
"ชิงชิงบอกแม่ครัวเตรียมอาหารเย็นข้าและฮูหยินพร้อมกับสหายของนางจะกินข้าวที่ศาลาดอกบัว"
ชิงชิงและหลิวอิงฮัวมองหน้ากันเพราะแปลกใจที่สือเทียนอี้ร้อยวันพันปีไม่ยอมเข้าใกล้หลิวอิงฮัวและดันมาเรียกนางว่าฮูหยินอีก
"เจ้าค่ะนายท่าน"
ฟ่านจินหลงคิดในใจว่าสือเทียนอี้แสร้งทำมาหึงหวงภรรยาต่อหน้าเขา ดีเขาจะทำให้สือเทียนอี้หน้าแตกออกเป็นเสี่ยงๆเลยคอยดู
"อิงฮัวดูเจ้าจะชอบศาลาดอกบัวแห่งนี้นะ"ฟ่านจินหลงเอ่ยขึ้น
หลิวอิงฮัวกำลังจะอ้าปากตอบแต่โดนสือเทียนอี้ชิงตอบออกไปเสียก่อน
"ที่นี่อากาศเย็นสบายมีรึฮูหยินของข้าจะไม่ชอบ" สือเทียนอี้ตอบออกไปส่งเดชเพราะรู้สึกไม่อยากให้นางคุยกับฟ่านจินหลงมาก
" ว่าแต่ ท่านฟ่านกลับมาคราวนี้ต้องมีคดีใหญ่เกิดขึ้นที่เมืองหลวงนี้แน่ๆมิทราบว่าข้าเดาถูกหรือไม่" สือเทียนอี้เอ่ยออกมา
"ก็ถูกส่วนหนึ่งแต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ข้าอยากกลับมา" ฟ่านจินหลงมองไปที่หลิวอิงฮัวสายนั้นบอกกับสือเทียนอี้ว่าเขากลับมาเพราะหลิวอิงฮัว ทั้งสองคงไม่ใช่แค่สหายเก่ากันเน่ๆสือเทียนอี้คิด
"ถ้าเช่นนั้นคงกลับมาเพราะมีแม่หญิงที่หมายปองแล้วแน่ๆใช่หรือไม่" สือเทียนอี้แสร้งถามต่อไป
" จริงหรือจินหลงบอกข้าได้หรือไม่ว่าแม่นางบ้านไหนนางช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้ใจของท่านไปครอบครอง" หลิวอิงฮัวพูดแทรกขึ้นมา
สือเทียนอี้ได้ยินเช่นนั้นเขากำมือแน่นเพื่อเก็บอารมณ์นั้นไว้เขาจะโมโหไปเพื่ออันใดกัน
อาหารเย็นถูกวางไว้มากมายเพราะมีแขกมาเยือน
" อิงฮัวข้าไม่ได้เห็นอาหารตระการตาขนาดนี้มานานมากแล้วสามีของเจ้าคงเลี้ยงเจ้าได้ดีมากสินะ" หลิวอิงฮัวอยากจะตอบออกไปตามความจริงแต่นางก็มองสือเทียนอี้ที่เสแสร้งแกล้งทำกับนางจนนางนั้นหน้าถอดสี
ฟ่านจินหลงที่รู้ว่านางคงไม่ได้มีความสุขจริงเขาจึงเล่าเรื่องไปสืบคดีที่หัวเมืองทางใต้ให้พวกเขาฟัง
สือเทียนอี้คีบเนื้อเผ็ดให้นาง เป็นครั้งแรกที่นางตกใจหรือจะดีใจก็มิทราบได้เพราะเขาคีบอาหารให้นางเป็นครั้งเเรก
"นี่เนื้อผัดเผ็ดอร่อยมากลองกินดูสิ"
"เอ๋ๆคุณชายเทียนอี้ท่านมิทราบหรืออย่างไรว่านางไม่กินเผ็ด" ฟ่านจินหลงเอ่ยออกมา สือเทียนอี้รู้สึกว่าเขาไม่รู้เรื่องอันใดของหลิวอิงฮัวเลย
ฟ่านจินหลงจึงคีบอาหารที่ไม่เผ็ดให้นาง
"นี่อิงฮัวไก่ตุ๋น ปลาทอด ผัดผัก ปลานึ่งของพวกนี้ไม่เผ็ดเจ้ากินเถอะ"
ทั้งฟ่านจินหลง และสือเทียนอี้แย่งกันคีบอาหารใส่ถ้วยให้หลิวอิงฮัวจนล้นถ้วย
สือเทียนอี้ เขาเป็นบ้าอันใดขึ้นมานะอิงฮัวคิด
จบตอนที่6