เสียงปี่แตรดังกึกก้องไปทั่วทุกหัวถนนขบวนแห่จอหงวนใหม่ได้เคลื่อนผ่านไปตามทางเข้าราชวังเพื่อถวายรายงานตัวแด่องค์ฮ่องเต้
หลิวอิงฮัวสาวงามล่มเมืองที่ทั่วแคว้นต่างร่ำลือว่านางนั้นงามเป็นอันดับหนึ่งในแคว้นต้าฉู่
แต่นิสัยนางนั้นกลับร้ายกาจจนเป็นที่ขยาดต่อชาวบ้านและชาวเมือง ในเรื่องความเอาแต่ใจนั้นไม่มีใครหน้าไหนมาขัดใจนางได้ เมื่อนางต้องการอะไรนางต้องได้สมใจปารถนา
เมื่อนางออกมาเดินเที่ยว ทุกคนจะเดินหลีกทางให้นางก่อนเสมอ เสียงขบวนแห่จอหงวนใหม่ได้เคลื่อนผ่านมาทางเธอ เสียงชาวบ้านพากันดังจอแจและหยุดมองชายหนุ่มรูปงามนามสือเทียนอี้ จอหงวนหนุ่มรูปงามที่ขี่ม้าใส่ชุดจอหงวนดูงามสง่าน่าเกรงขามได้ผ่านหน้าของนางไป
หลิวอิงฮัวมองไปที่ชายหนุ่มจอหงวนคนนั้นอย่างตาไม่กระพริบ และขณะเดียวกัน เขาที่อยู่บนหลังม้านั้นได้หันมามองหลิวอิงฮัวพอดี ต่างคนต่างสบตากันแต่สือเทียนอี้ก็หันหน้ามองทางไปเช่นเดิม เสียงโห่ร้องกึกก้องยินดีดังไปตามทางที่จะเข้าไปในราชวังหลวง
หลิวอิงฮัวนั้นหัวใจของนางนั้นเต้นแรงหน้าของนางนั้นแดงก่ำเพราะความเขินอาย นับจากนั้นนางก็เอาแต่คิดถึงคะนึงหาจอหงวนใหม่หนุ่มรูปงามคนนั้น จนไม่เป็นอันกินอันนอนเดือดร้อนถึงท่านเสนาบดีใหญ่ หลิวหลี่ถังบิดาของนางต้องมาหา
"คุณหนูคะนายท่านมาเจ้าค่ะ" เสียงของชิงชิงสาวใช้วัยกระเตาะของนางรายงาน
"ท่านพ่อลูกมีเรื่องอยากจะคุยกับท่านเจ้าค่ะ ทุกวันนี้ลูกไม่เป็นอันกินอันนอนเพราะตอนนี้ลูกเอาแต่คิดถึงท่านจอหงวนหนุ่มคนนั้น ลูกอยากแต่งงานกับเขาเจ้าค่ะท่านพ่อ ได้โปรดช่วยลูกด้วยเถิดเจ้าค่ะ"
หลิวอิงฮัวเข้าไปกอดแขนอ้อนวอนขอให้บิดาช่วยนางในเรื่องของความรักครั้งนี้ให้สำเร็จ โดยใช้สายตาอ้อนวอนแบบที่นางเคยทำทุกครั้งเมื่อต้องการสิ่งใด บิดาของนางนั้นจะต้องใจอ่อนทุกครั้งไป
"อิงฮัวลูกรู้หรือไม่ว่าพูดอันใดออกมา"
บิดาของนางรู้สึกตกใจกับคำอ้อนวอนในครั้งนี้ของนาง เพราะรักลูกสาวคนเดียวคนนี้มากเนื่องจากมารดาของนางได้จากไปตั้งแต่นางยังเล็กนัก เป็นเหตุให้เขาต้องดูแลลูกสาวของเขาคนนี้เป็นอย่างดี และตามใจจนนางเสียคน ถ้าไม่ได้ดังใจนางก็ขู่จะฆ่าตัวตายทุกครั้งไป
"ลูกรู้เจ้าค่ะท่านพ่อ แต่ลูกเหมือนหัวใจจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ลูกมิอาจทนได้หากท่านจอหงวนคนนั้นได้แต่งงานกับหญิงอื่น ท่านพ่อ ถ้าเป็นแบบนั้นลูกต้องตายแน่ๆ ได้โปรดช่วยลูกให้สมหวังด้วยเถิดเจ้าค่ะ"
หลิวหลี่ถังใจอ่อนขึ้นมาเมื่อเห็นน้ำตาของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาไหลลงมาอาบแก้ม
"ได้ลูกถ้ามันเป็นความต้องการของลูกพ่อคนนี้ยินดีที่จะช่วยลูกให้สมหวัง"
หลิวหลี่ถังจับใบหน้างามของลูกสาวที่สะสวยเหมือนภรรยาของเขาที่จากไปแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างปาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนของลูกสาว
ใบหน้านั้นยิ้มออกมาอย่างดีใจที่นางจะได้สมหวังเสียที นางสวมกอดบิดาอย่างสุขใจ เมื่อความปรารถนาจะสมหวัง
**ที่จวนบัณทิตใหม่**
"มีราชโองการ"
"ข้าน้อย สือเทียนอี้รับราชโองการ" สือเทียนอี้คุกเข่ารอรับราชโองการ
เหรินกงกงกางราชโองการของฮ่องเต้ออกมา
"สือเทียนอี้ บัณฑิตใหม่ที่สอบได้อันดับหนึ่ง ด้วยข้ารู้สึกประทับในในความรู้ความสามารถ ข้าจึงขอมอบสินรางวัลให้โดยมี เงินจำนวนหนึ่งแสนตำลึง จวนหนึ่งหลังและข้ารับใช้อีกห้าสิบคน ที่นาอีกร้อยไร่ เกวียนสามคัน และราชทานการสมรสกับแม่นางหลิวอิงฮัวลูกสาวท่านมหาเสนาบดีหลิวภายในสามวันนี้ จบราชโองการ"
"ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆปี" หน้าตาที่ยิ้มแย้มของสือเทียนอี้พลันหุบลงเมื่อได้ยินคำว่าสมรสพระราชทาน กับคนที่ตนไม่ได้รักแต่ก็ไม่สามารถขัดราชโองการได้
"ขอขอบคุณ ท่านเหรินกงกงมากขอรับ"
"ไม่เป็นไร ยินดี ยินดี" สือเทียนอี้เดินออกมาส่งท่านกงกง
หลังจากนั้นสือเทียนอี้เข้ามาที่ห้องหนังสือ เขาครุ่นคิดว่าคนที่จะต้องแต่งงานด้วยเป็นใครกัน เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจที่เมื่อเขาทำสำเร็จสมหวังได้ และคิดว่าจะแต่งงานกับแม่นางหลานที่เขาหมายปองนั้น ต้องพังลง สือเทียนอี้ก็พลันมีสีหน้ามืดครื้มขึ้นมาทันที เขาใช้ฝ่ามือทุบลงไปที่โต๊ะหนังสืออย่างแรงเพราะความโมโห เพราะสิ่งที่หวังไว้ ไม่สมดังใจปรารถนา
"มู่ชิงสง ไปสืบมาว่าเจ้าสาวเป็นคนเช่นไร" สือเทียนอี้เรียกใช้ลูกน้องคนสนิทคู่ใจ
"ขอรับนายท่าน" มู่ชิงสงตอบรับคำสั่ง
หลังจากมู่ชิงสงไปสืบได้ความมา เขาจึงเข้ามารายงานผู้เป็นนาย
"นายท่าน ได้ความมาแล้วขอรับ" มู่ชิงสงเข้ามา
"ว่ามา"
"นางชื่อว่า หลิวอิงฮัวเป็นลูกสาวท่านมหาเสนาบดีใหญ่แห่งแคว้น ว่ากันว่า นางเป็นคนงามเรียกได้ว่างามล่มเมืองเลยทีเดียวขอรับ"
"เล่าต่อ"
"ว่ากันว่านางกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเยาว์ เหลือเพียงท่านมหาเสนาบดีที่เลี้ยงนางมาแบบตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ครั้งนี้ที่นางจะได้แต่งกับท่านก็เพราะนาง ขอร้องให้บิดาของนางไปขอพระราชทานงานแต่งกับฮ่องเต้ ด้วยความที่เป็นพระสหายของฝ่าบาท ที่เคยช่วยชีวิตเมื่อครั้งออกสึกเมื่อยี่สิบปีก่อน พระองค์จึงไม่อยากขัดใจท่านเสนาบดีขอรับ"
สือเทียนอี้กำมือเเน่นเขาจะไม่ยอมรับแม่นางหลิวคนนี้เป็นภรรยาเด็ดขาด แม้จะงามเพียงใด เขาก็มิอาจยอมรับนางได้แน่นอน
....
ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวยาวสุดลูกหูลูกตาด้วยสินเดิมของนางที่นำมานั้น มากมายคณานับ พร้อมทั้งข้ารับใช้อีกยี่สิบคนชาวบ้านต่างพากันออกมามุงดูขบวนเจ้าสาวที่เล่าลือกันว่า นางร้ายกาจมากมาย บางคนก็ว่า สามีของนางต้องทนนิสัยของนางไม่ได้แน่นอน ไม่นานอาจหย่าร้างกันก็ได้ บางคนก็ว่า สงสารท่านจอหงวนที่ต้องมารับนางเป็นภรรยาต้องเจอกับเคราะห์กรรมอะไรบ้างหนอ ผู้คนที่มุงดูต่างพากันวิจารณ์ไปต่างๆนาๆ และต่างพากันสงสารจอหงวนใหม่คนนี้เหลือเกิน ในนั้นก็มีหลานเสี่ยวเย่ที่ใจแตกสลาย มายืนดูขบวนเจ้าสาวอย่างยิ่งใหญ่
เจ้าสาวลงจากเกี้ยวแล้วเดินเข้าไปด้านในจวนเพื่อทำพิธีจนเสร็จสิ้น
นางนั่งรอเจ้าบ่าวที่เตียงนอน ผ้ายังคลุมอยู่ที่หน้าของนาง ซึ่งรอเจ้าบ่าวอยู่บนเตียง
เหล้ามงคลที่รอดื่มนั้น ได้ผ่านมาเกือบหนึ่งชั่วยาม แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของสือเทียนอี้เข้ามาสักที นางเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา แล้วดึงผ้าคลุมหน้าออกอย่างแรง
ไม่นาน สือเทียนอี้ก็เข้ามา นางไม่รีรอ และรีบเข้าไปกอดเขาทันที
"แม่นางท่านจะทำอะไร"
"ก็จะทำอย่างที่สามีภรรยาทำกันไงเจ้าคะ ท่านพี่"
สือเทียนอี้นึกในใจ นางเป็นอย่างที่เขาเล่าลือกันจริงๆ นางหน้าตางดงามมาก แต่นางไม่มียางอายเลยหรือไร นางช่างน่ารังเกียจเสียจริง สือเทียนอี้นึกรังเกียจนางขึ้นมาในใจ
"ปล่อยข้า!" สือเทียนอี้พูดออกมาเพราะเขาเริ่มรู้สึกขยะแขยงและรังเกียจนางขึ้นมาจริงๆ
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มดีใจ พลันหุบไปเพราะเสียงตัดพ้อของสามีหมาดๆดังขึ้น
"ท่านพูดว่าอะไรนะ ท่านพี่" ใบหน้าของนางเปลี่ยนไป
"ข้าไม่ได้ชอบท่าน แม่นางหลิว ข้ามีคนรักแล้วและคิดว่าไม่นานนี้ ขอให้ท่านหย่ากับข้าโดยเร็วเถิด ท่านหน้าตาสะสวย ยังมีชายหนุ่มอีกมากมายต้องการท่าน ฉะนั้นข้าไม่อาจร่วมเรียงเคียงหมอนกับท่านได้ แม่นางหลิวข้าขอตัว "
พูดจบ สือเทียนอี้จึงเดินสะบัดชายผ้าออกไปอย่างแรงแบบไม่สบอารมณ์ ปล่อยให้นางเดียวดายภายในห้องหอเพียงลำพัง หลิวอิงฮัวนางไม่ยอมให้เขามาเหยียบย่ำนางแบบนี้แน่นอน นางจะต้องเป็นภรรยาของสือเทียนอี้เพียงคนเดียวเท่านั้น
จบตอนที่1
........................................................