หลิวอิงฮัวรู้สึกโมโหขึ้นมาที่ สือเทียนอี้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของนางแล้วกลับกล้าปฎิเสธนาง อารมณ์ของนางจึงพลุ่งพล่านขึ้นมา เขาจะหมางเมินนางแบบนี้ไม่ได้เขาทำแบบนี้เท่ากับขัดราชโองการขององค์ฮ่องเต้
อีกอย่างเขาตกแต่งนางเป็นภรรยาแล้วเขายังกล้าป่าวประกาศว่ามีคนรักอื่นอีก นางจะไม่ยอมเป็นอันขาดนางจะทำทุกวิธีให้เขาหันมาสนใจนางให้ได้ ถูกหรือผิดไม่สำคัญ หากแต่สือเทียนอี้ต้องเป็นสามีของนางเพียงผู้เดียว
นางนั่งลงร้องไห้และกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง จนบ่าวไพร่ในเรือนนั้นได้ยินกันหมดรวมทั้งสือเทียนอี้ ที่ได้ยินถึงกับส่ายหน้าที่ได้เห็นกริยาของนางเช่นนี้ ชาติตระกูลสูงส่งแต่กิริยาต่ำช้านัก เขาคิด
เสียงพังข้าวของในห้องกระจัดกระจายรวมทั้งเสียงกรีดร้องของนางที่ความคิดไม่สมดังหวัง นางพังข้าวของทั้งหมดในห้องหอจนหมดเรี่ยวแรงแล้วร้องไห้จนหลับไป
ในเช้าวันต่อมานางตื่นขึ้นมามองดูข้าวของที่พังกระจัดกระจายเต็มห้อง ชิงชิงได้ยินเสียงเจ้านายตื่นจึงรีบวิ่งเอาน้ำไปให้นางล้างหน้าล้างตา และเรียกคนใช้ให้รีบมาเก็บข้าวของจนสะอาดตาไม่มีใครกล้าปริปากพูดอันใดออกมา
หลิวอิงฮัวนางหน้าตาบึ้งตึง ชิงชิงบ่าวผู้รู้ใจของนางรีบเข้ามาจัดการแต่งหน้าแต่งตัวให้นางอย่างที่เคย และพานางไปทานข้าวเช้า
หลิวอิงฮัวเดินมานั่งที่โต๊ะทานข้าวแล้วจึงถามชิงชิงไปว่า
"ท่านสือไปไหนทำไมไม่มาทานข้าวเช้าพร้อมกันกับข้า"
ชิงชิงจึงรีบตอบออกไปว่า "ท่านสือออกไปว่าราชการแต่เช้าตรู่ แล้วเจ้าค่ะ"
"อือ.." ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของหลิวอิงฮัว นางคีบอาหารขึ้นมาใส่ปาก แต่ก็ต้องพ่นออกมาอย่างไว
"คุณหนูเป็นอันใดเจ้าค่ะ"
"ชิงชิงเจ้าไม่ได้บอกแม่ครัวหรือว่าข้าไม่กินเผ็ด ทำไมทุกอย่างมีแต่เผ็ดๆทั้งนั้นเลยล่ะ" หลิวอิงฮัววางตะเกียบลงอย่างแรง
"บอกแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู"
"ถ้าเช่นนั้นคำสั่งของข้าที่เป็นฮูหยินของที่นี่ก็ไม่มีความหมายน่ะสิ" หลิวอิงฮัวลุกขึ้น
"ไป ชิงชิงไปที่โรงครัวกัน" หลิวอิงฮัวเดินออกไปที่โรงครัวเพื่อไปเตือนแม่ครัวอีกว่านางไม่ทานเผ็ด
เมื่อหลิวอิงฮัวมาถึงโรงครัวนางจึงมองไปรอบๆ ไม่มีผู้ใดสนใจนางต่างคนต่างทำหน้าที่กันอย่างๆเงียบ หลิวอิงฮัวจึงรู้สึกโมโหขึ้นมาที่ไม่มีใครแม้กระทั่งบ่าวไพร่ยังไม่มีใครเคารพหรือสนใจนาง นางจึงเอ่ยขึ้น
"แม่ครัวท่านใด ทำอาหารไปให้ข้าแล้วไม่รู้หรืออย่างไรว่าข้าไม่กินเผ็ด" หลิวอิงฮัวได่เอ่ยออกไป แต่หามีผู้ใดไม่ สนใจนาง
นางจึงคิดว่าบ่าวไพร่ที่นี่ช่างพากันเหิมเกริมยิ่งนัก กับข้าที่เป็นฮูหยินของจวนนี้ยังมิมีผู้ใดที่คิดจะเอ่ยปากพูดกับข้าเห็นทีต้องสั่งสอนให้หลาบจำกันบ้างแล้ว
อาหารและจานข้าวของเครื่องใช้ที่วางอยู่อย่างเป็นระเบียบได้พังตกแตกกระจัดกระจายไปทั่ว เสียงดังสนั่นทำให้แม่ครัวใหญ่โวยวายขึ้นมาทันที
"ใครกัน บังอาจมาทำลายข้าวของในห้องครัวของข้า" เสียงแม่ครัวใหญ่โวยวายเดินออกมา
ชิงชิงจึงรีบเดินไปรับหน้า "คุณหนูของข้า ไม่สิฮูหยินของพวกท่านมาเหตุใดพวกท่านจึงไม่ให้ความเคารพหรือสนใจนาง" ชิงชิงเอ่ยออกมาเพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องใหญ่มากไปกว่านี้
แม่ครัวใหญ่จึงมองดูแล้วแสร้งทำความเคารพ
หลิวอิงฮัวจึงเอ่ยขึ้น"ท่านไม่รู้หรืออย่างไรว่าข้าไม่กินเผ็ด"
แม่ครัวใหญ่จึงตอบออกมาด้วยท่าทางโอหัง "ทราบเจ้าค่ะฮูหยิน แต่คนในจวนนี้ทานเผ็ดได้กันทุกคน ฮูหยินมาอยู่ที่นี่ก็ควรจะปรับตัว และเริ่มทานเผ็ดบ้างนะเจ้าคะ เพราะนายท่านสือ ท่านก็ทานเผ็ด" แม่ครัวใหญ่เอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มมุมปากเยาะหยันนางผู้ที่มาใหม่
หลิวอิงฮัวกัดฟันแน่นมือกำแน่นนางไม่เคยโดนบ่าวไพร่พูดจายอกย้อนได้เช่นนี้ ที่บ้านของนางไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งนาง ดวงหน้างดงามของนางได้เปลี่ยนไป
หลิวอิงฮัวเดินเข้าไปใกล้แม่ครัวใหญ่คนนั้นที่ทำท่าทางโอหังยิ่งนัก นางควรกำหลาบนางให้ทุกคนเห็นในจวนแห่งนี้ ว่าทุกคนคือบ่าวไพร่ มีหน้าที่รับคำสั่ง และทำตามคำสั่งเท่านั้น...
เพี๊ยะ!!
หลิวอิงฮัวตบหน้าของแม่ครัวใหญ่คนนั้นต่อหน้าทุกคน แม่ครัวใหญ่คนนั้นล้มลง แล้วร้องไห้
"ต่อไปนี้ คำสั่งของข้าเมื่อข้าสั่งแล้วต้องทำตาม อย่าบิดพริ้ว เอานางไปโบยยี่สิบที"
"ต่อไปนี้บ่าวไพร่คนไหนละเลยหน้าที่ทำงานตามใจชอบ ถ้าข้ารู้ข้าไม่ปล่อยไว้แน่"
หลิวอิงฮัวสะบัดชายผ้าเดินออกไป บ่าวไพร่ที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันหน้าซีดถอดสี
นางช่างน่ากลัวเหลือเกิน กิริยาของนางช่างไม่เหมือนกับความงามของใบหน้าของนางเลย บ่าวไพร่ต่างนินทาซุบซิบ
เมื่อนางเดินไปตามทางกลับจวนมีสาวใช้สองคนเดินสวนมาแล้วมองฮูหยินกับชิงชิงโดยที่ไม่ทำความเคารพนาง นางจึงให้ ชิงชิง ไปเรียกตัวมา เมื่อสาวใช้ทั้งสองมาแล้ว นางตบไปที่หน้าของบ่าวสองคนนั้นจนร้องไห้กลับไป
มาอยู่ได้แค่วันเดียวทั้งจวนก็วุ่นวายไปหมด
ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วที่หลิวอิงฮัวแต่งงานกับบัณฑิตสือ หนุ่มรูปงามที่นางใฝ่ฝัน นางไม่เจอหน้าเขามาหนึ่งเดือนเต็มแล้ว นางช่างเหงาเหลือเกิน ทุกๆวันของหลิวอิงฮัวมีแต่เรื่องทุบตีบ่าวไพร่ที่ไม่เคารพนาง จนเป็นที่รังเกียจของคนทั้งจวน
"ว่าไงนะมู่ชิงสงนางกระทำถึงเพียงนี้เลยรึ"
"ขอรับนายท่าน ฮหูยินนางสร้างความวุ่นวายมากมาย จนไม่มีบ่าวรับใช้คนไหนกล้าไปรับใช้แล้วขอรับ"
"น่ารังเกียจยิ่งนัก เอาใบหย่ามาให้ข้า"
สือเทียนอี้โมโหยิ่งนัก ที่นับวันนางยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ เขาเดินไปหานางที่จวน
ชิงชิง วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหานายหญิงของตนอย่างดีใจออกนอกหน้าที่วันนี้ท่าน สือมาหานายหญิงของตนถึงจวน
"คุณหนูคะ คุณหนู ท่านสือมาเจ้าค่ะ"
"จริงหรือ ชิงชิงรีบแต่งหน้าแต่งตัวให้ข้าเร็ว"
หลิวอิงฮัวดีใจยิ่งนักที่รู้ว่าสามีของนางจะมาหาในรอบหนึ่งเดือน นางยิ้มอย่างดีใจ
เสียงเปิดประตูดังขึ้น
"คารวะท่านสือ เจ้าค่ะ"หลิวอิงฮัวคารวะสามี
ใบหน้าของสืออี้เทียนนั้น ไม่มีรอยยิ้มใดๆ มีแต่ใบหน้าที่เย็นชาดุดันให้กับนาง หลิวอิงฮัวอยากเดินเข้าไปใกล้สือเทียนอี้ แต่เขาก็ต้องเบี่ยงตัวออกแล้วเอามือไขว้หลังไว้ทันที
"ข้าไม่รู้จะพูดเช่นไรกับเจ้า แต่ที่ข้ามาวันนี้ ข้าจะมาขอหย่า ข้าไม่ได้รักเจ้า แถมข้ายังเกลียดเจ้า ไม่อยากเห็นหน้าของเจ้าชิงสง ส่งเอกสารให้นาง"
ชิงชิงรับมา มันคือใบหย่า"ข้ามอบใบหย่านี้ให้แก่เจ้า ตัดใจจากข้าแล้วหย่าซะเพราะชาตินี้ข้าไม่มีวันลงเอยกับเจ้าแน่นอน!ชิงสงกลับ!"
"ช้าก่อน ท่านพี่ ท่านไม่ทราบหรืออย่างไร ว่าใบหย่านี้ไม่มีผลต่อข้า ถ้าท่านอยากจะหย่า ก็ทรงไปทูลขออนุญาตกับฮ่องเต้เองเถิด" หลิวอิงฮัวเอ่ยออกมาอย่างปวดใจ
สือเทียนอี้ชะงักไปชั่วครู่ ได้ยินสิ่งที่นางพูด เขาลืมคิดจ้อนี้ไปจริงๆ ไม่นานเขาก็หันหลังสะบัดชายเสื้อแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
น้ำตาของนางไหลออกมานางเจ็บปวดและนิ่งไป ไม่มีการอาละวาดใดๆทั้งสิ้น นางได้แต่ยืนมองสามีในนามของนางเดินลับตาไป
"สือเทียนอี้ ใยท่านถึงได้จงเกลียดจงชังข้าเช่นนี้ เหตุใดท่านมิใยดีข้าแม่แต่น้อย "
จบตอนที่2
.........................................................