หลิวอิงฮัวให้ชิงชิงนำใบหย่าไปทำลายนางคิดว่าสือเทียนอี้คงแค่อยากจะสั่งสอนนางก็เท่านั้น แค่นี้นางจะไม่ยอมย่อท้อ
"ชิงชิงวันนี่ข้ารู้สึกเบื่ออยากออกไปเดินเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้าง"
"เจ้าค่ะคุณหนูเดี๋ยวชิงชิงจะออกไปบอกท่านพ่อบ้านเตรียมรถม้าเจ้าค่ะ"
"อืม"
วันนี้นางแต่งตัวธรรมดาแต่งหน้าแต่พองามนางไม่มีกะจิตกะใจจะแต่งตัวสวยเพื่อไปอวดใครนางอยากออกไปเดินซื้อของใช้สักหน่อย
หลิวอิงฮัวในชุดสีเหลืองอ่อนที่ช่วยขลับผิวของนางให้เปล่งประกายผมที่เกล้ามวยอย่างบางเบา หุ่นของนางสมส่วนได้รูป เอวเล็กคอดหน้าอกของนางกลมกลึงใหญ่โตได้รูป สะโพกกลมมนพอดิบพอดี ชุดของนางวันนี้ช่วยส่งรูปร่างหน้าและผิวพรรณของนางให้ดูเปล่งประกายขึ้นมา
ไม่ว่าใครๆหรือบ่าวไพร่ที่มองเห็นนางต่างพากันตะลึงในความงามของนางอย่างกับเทพเซียนมาจุติ แต่อย่าได้กล่าวถึงนิสัยใจคอของนางเลยร้ายยิ่งกว่าปีศาจเป็นร้อยเท่าพันเท่า แค่คิดคนที่เจอก็พากันส่ายหน้าไปมาเพราะความเสียดายรูปร่างหน้าตาของนาง
ในย่านตลาดใจกลางเมืองหลวงเสียงคนส่งเสียงบอกเป็นสัญญาณว่า คุณหนูหลิวอิงฮัวมา ทุกคนพากันเดินหลีกทางให้นางอย่างกับว่าพื้นที่นี้ไม่มีคนเดิน พ่อค้า แม่ค้าล้วนไม่ค่อยอยากจะเสวนากับนาง เพราะคิดว่านางมีใจคอที่โหดร้ายและโหดเหี้ยม
นางเดินดูของไปเรื่อยๆกับชิงชิง แต่ทันใดนั้นนางก็หันไปเจอสือเทียนอี้ที่ยืนเลือกปิ่นปักผมอยู่ หลิวอิงฮัวแอบดีใจขึ้นมาเพราะคิดว่าสือเทียนอี้จะต้องซื้อเป็นของขวัญให้นางแน่ๆ นางยืนดูอยู่ไม่ไกลนักกับรอยยิ้มดีใจนั้น
สือเทียนอี้ได้ปิ่นปักผมสีขาวเขายื่นเงินจ่ายไปกับแม่ค้า แต่ทันใดนั้นเขายื่นมือเอาปิ่นปักผมนั่นไปเสียบให้หญิงงามข้างๆหลิวอิงฮัวใจหายวูบหน้าของเธอร้อนผ่าวมือเริ่มเย็นและมีเหงื่อผุดขึ้นมา
เขามีคนรักแล้วจริงๆ สิ่งที่เขาได้เอ่ยกับนางในวันแต่งงานนั้นเป็นเรื่องจริง มิหน้า เขาจึงขอหย่าเพื่อรอแต่งตั้งคนรักของเขามาเป็นฮูหยินใหญ่นี่เอง
หลิวอิงฮัวไม่รอช้าเดินเข้าไปแบบคนขาดสติทั้งๆที่สือเทียนอี้ และหลานเสี่ยวเย่ กำลังยิ้มหัวเราะกันอย่างมีความสุข สือเทียนอี้เขาช่างมอบความเจ็บปวดให้ข้าได้มากถึงเพียงนี้เลยหรือข้าไม่ยอมเด็ดขาด ถึงอย่างไรข้าก็เป็นภรรยาที่ตกแต่งมาอย่างถูกต้อง
หลิวอิงฮัวเดินเข้าไปกระชากปิ่นที่สามีของเธอพึ่งซื้อให้สาวคนรักไปไม่นาน อยู่ๆก็ถูกนางกระชากออกมาอย่างแรงจนผมเพ่าของแม่นางหลานเสี่ยวเย่นั้นพังลงมา
นางหยิบปิ่นนั้นมาแล้วกระทืบจนปิ่นหัก ผู้คนต่างมุงดูสิ่งที่นางกระทำ สือเทียนอี้รีบดึงแม่นางหลานเขามากอดแนบอก เพราะกลัวหลิวอิงฮัวทำร้าย แต่ก็ไม่ทันการนางดึงกระชากผมของแม่นางหลานเสี่ยวเย่มาอย่างแรงจนแม่นางหลานร้องไห้ออกมาเพราะความเจ็บปวด
"เจ้ามันหน้าด้านหลานเสี่ยวเย่รู้ทั้งรู้ว่าสืออี้เป็นสามีข้าแล้ว แต่ทำไมเจ้ายังไม่เลิกกับสามีข้าอีก! ผู้หญิงแบบเจ้ามันต้องโดนสั่งสอน!" หลิวอิงฮัวยกฝ่ามือขึ้นจะตบนางแต่สือเทียนอี้ก็เอาตัวมาบังนางไว้
" เจ้าต่างหากที่ไม่ยอมรับรู้อะไร อีกไม่นานข้าจะรับนางเข้ามาอยู่ในจวนกับข้ายิ่งเจ้าทำแบบนี้ยิ่งน่ารังเกียจหลิวอิงฮัวกลับไปซะเถอะ!" สือเทียนอี้ออกหน้าปกป้องหลานเสี่ยวเย่ต่อหน้าผู้คนกลางตลาดวันนี้เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องอื้อฉาวแน่ๆ
หลิวอิงฮัวขาดสติยับยั้งชั่งใจนางพุ่งเข้าทำร้ายหลานเสี่ยวเย่โดยมีสือเทียนอี้บังไว้นางเข้าทำร้ายสือเทียนอี้โดยการทุบเข้าไปที่อกของเขา จนสุดท้ายก็มีมือของคนคนนึงมาจับแขนของนางไว้
นางดิ้นรนไปมาด้วยเพราะขาดสติแต่มือที่แข็งแกร่งนั้นหยุดนางไว้ได้
หลิวอิงฮัวหันหน้าไปมองเจ้าของมือนั้นที่จับแขนของเธอไว้อย่างแน่นหนา
ฟ่านจินหลงหัวหน้าองค์ครักษ์เสื้อแพรมาจับแขนของนางไว้ นางหันหน้ามามองเขาสติของนางจึงกลับมาท่าทางเยือกเย็นสุขุมของเขา ทำให้หลิวอิงฮัวสงบลงอย่างช้าๆ สือเทียนอี้มองมือของฟ่านจินหลง ที่จับแขนของนาง
"พอได้แล้วอิงฮัว"
"จินหลงท่านกลับมาแล้ว!" หลิวอิงฮัวหันหน้าไปมองฟ่านจินหลงที่ไม่ได้เจอกันนานทางด้านของสือเทียนอี้มองมือของฟ่านจินหลงที่จับมือของนางอย่างไม่ยอมปล่อยแต่เขากลับไม่พูดอะไร เพียงแค่คิดว่านางอาจเคยมีคนรักเป็นแน่
"หลานเสี่ยวเย่พวกเราไปกันเถอะ"
สือเทียนอี้ประคองนางแล้วเดินออกไปแต่สายตาของสือเทียนอี้นั้นกลับมอง ฟ่านจินหลงและหลิวอิงฮัวจนเดินลับสายตาไป
"เหตุใดเจ้าจึงขาดสติเช่นนี้" ฟ่านจินหลงสอบถามความจากหลิวอิงฮัว
หลิวอิงฮัวนิ่งและก้มหน้าลงน้ำตาของนางหยดลงพื้น แต่ก็ยังเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับเขา
"ข้านึกว่าท่านจะไม่กลับมาแล้วท่านคือเพื่อนของข้าคนเดียวที่เหลืออยู่"
"ข้ากลับมาช้าเกินไปหรือไม่นะ"
"ท่านว่าอย่างไรนะ!" หลิวอิงฮัวเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
"เปล่า ข้าพึ่งกลับมาเหนื่อยๆพาข้าไปหาของอร่อยๆกินหน่อยสิ"
"ได้สิ สหายรักของข้า 2กลับมาทั้งทีมีหรือข้าจะไม่เลี้ยงดู ไปกันไปหาของอร่อยกินกัน"
หลิวอิงฮัวเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มแล้วพาเพื่อนรักไปหาของอร่อยๆทานเหมือนในวันวานที่ผ่านมาก็แล้วกัน วันนี้นางจะลืมเรื่องของหลานเสี่ยวเย่ไปก่อน
เมื่อมาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง ฟ่านจินหลงและหลิวอิงฮัวสั่งอาหารและคุยกันประสาเพื่อนที่ไม่ได้พบเจอกันมาเป็นสิบปีมันทำให้นางลืมเรื่องของสือเทียนอี้ที่ทำกับนางไปได้บ้างวันนี้
"จินหลงท่านรอนแรมไปตามหัวเมืองต่างๆสืบคดีมามากมายท่านยังไม่ลงหลักปักฐานกับใครที่ไหนบ้างเลยหรือ?"
"ทำงานอย่างข้าคงไม่มีเวลาหาหญิงที่ไหนมาเคียงข้างได้หรอกข้าก็ไม่รู้ว่าข้าจะถูกฆ่าตายตอนไหน"
"เอ๋พึ่งเจอกันอย่าพูดถึงเรื่องตายเลย"
หลิวอิงฮัวยิ้มรับเพื่อนคนนี้แล้วหัวเราะออกมา
"มาจินหลงมาดื่มต้อนรับการกลับมาของท่านดีกว่า"
"ได้ ดื่ม/ดื่ม" ทั้งคู่พูดพร้อมกัน
หลังจากนั้น หลิวอิงฮัวและจินหลงได้คุยกันไปเรื่อยๆจนเริ่มใกล้พลบค่ำ"
"คุณหนูเจ้าคะ ถึงเวลาต้องกลับแล้วล่ะเจ้าค่ะ นี่ก็ใกล้พลบค่ำแล้ว"
"อืม จินหลง ข้าต้องกลับแล้ว แล้วเจอกันใหม่นะขอตัวก่อน" หลิวอิงฮัวลุกขึ้น แล้วเดินจากไปพร้อมกับชิงชิง
ฟ่านจินหลง ก้มหน้าลงอย่างผิดหวังที่เขากลับมาครั้งนี้ช้าเกินไป เขากลับมาครั้งนี้มาเพื่อรายงานฮ่องเต้เรื่องทุจริตค้าเกลืองานนี้มีขุนนางฝ่ายในร่วมทุจริตด้วย
เขารู้สึกผิดหวังอย่างมากที่หลิวอิงฮัวแต่งงานออกไปก่อน แต่ดูแล้วสามีของนางคงไม่ไดรักนางอย่างที่เห็นแต่กลับทำให้นางต้องเจ็บช้ำใจ เขาในฐานะเพื่อนรักของนาง เขาจะต้องช่วยทำให้สามีของนางกลับคืนมารักนางให้จงได้ฟ่านจินหลงยกเหล้าขึ้นดื่มแล้วจึงเดินออกไป
จบตอนที่3