หลิวอิงฮัวกลับมาถึงจวนก็พลบค่ำเธอเมานิดหน่อยแต่ยังพอควบคุมสติได้ชิงชิงกับหลิวอิงฮัวคุยกันมาตามทางเดิน
"คุณหนูคะดูแล้วคุณชายฟ่านก็มีเสน่ห์ไม่เบาเลยนะเจ้าคะ ทั้งดูสุขุม หน้าตาหล่อเหลาแข็งแกร่ง อบอุ่น การงานก็ดูมั่นคงน่าเสียดายเสียจริงเจ้าค่ะคุณหนู"
หลิวอิงฮัวเดินไปเงียบๆเธอครั้งนี้เธอไม่ดุด่าชิงชิงเธอเงียบและอยากรีบกลับไปพักผ่อน
แต่ก็มิวายต้องเจอกับสือเทียนอี้ที่เดินสวนมาพอดี
หลิวอิงฮัวหน้าเเดงเถือกเพราะเธอดื่มมาทำให้เธอดูผุดผ่องขึ้นไปอีกวันนี้นางเหนื่อยมากอยากพักผ่อนเร็วๆเพราะนางใช้แรงไปเยอะเช่นกันนางมองไปด้านหน้าไม่แม้แต่จะหันมามองหรือเข้ามาแตะต้องตัวของเขาเหมือนปกติทุกครั้งไป ทั้งคู่เดินสวนกันไหล่แทบจะชนกันแต่ไม่มีคำทักทายใดต่อกัน
สือเทียนอี้จึงหยุดแล้วหันมาพูดขึ้นมาว่า
"ใยหญิงที่ขึ้นชื่อว่ามีสามีแล้วจึงออกเที่ยวเตร่กับชายอื่น" ชิงชิงได้ยินดังนั้นจึงมองหน้านายหญิงของตนแล้วรีบขอตัวไปจัดแจงที่นอนให้กับอิงฮัว
ตอนนี้เหลือแค่อิงฮัวกับสือเทียนอี้ที่ยืนหันหลังให้แก่กัน
"ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนก็ในเมื่อ ฟ่านจินหลงเป็นสหายข้า มิใช่คนที่ข้ารัก แล้วท่านเล่า มีภรรยาแล้วใยท่านจึงเที่ยวกับหญิงอื่นที่มิใช่ภรรยาแถมยังออกหน้ารับว่าจะพานางเข้ามาอยู่ที่จวนอีกเป็นข้ามากกว่าที่ควรจะถามท่านออกไป ถ้าท่านจะพูดแค่นี้ข้าขอตัวข้าเหนื่อยเหลือทน" นางกำลังจะเดินออกไปนางเป็นแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
"เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาโกรธข้า!" สือเทียนอี้ดึงแขนของนางเข้ามา จนนางเซถลาเข้ามาหาเขา
"สิทธ์อันใดหรือ ท่านก็รู้อยู่แก่ใจของท่าน สือเทียนอี้ ท่านมาด่าว่าข้า ท่านควรหันไปมองตัวของท่านเองบ้าง ปล่อยข้าเหนื่อยเหลือทน"
นางไม่อยากตอบโต้สือเทียนอี้อีก นางเหนื่อยมากๆบวกทั้งฤทธิ์ของสุราทำให้นางรู้สึกเพลียอย่างมาก หลิวอิงฮัวถลาเข้ามาตามแรงของที่ดึงนางเข้ามา สือเทียนอี้มองดวงหน้าของนางอย่างเต็มตา เขารู้สึกว่านางก็ช่างน่ามองเช่นกัน พอได้สติเขาจึงผลักนางออกแล้วเดินจากไปอย่างไว หลิวอิงฮัวยิ้มพอใจแล้วเดินเข้าห้องของนางเพื่อพักผ่อน
เช้าวันต่อมานางออกมานั่งดื่มน้ำชาที่สวนน้ำดอกบัวนางนั่งทอดมองออกไปที่ศาลาท่าน้ำในจวนของสือเทียนอี้ ที่ตอนนี้นางแต่งงานกับสือเทียนอี้มาเกือบหนึ่งปีแล้ว แต่สิ่งที่นางได้รับจากเขาคือความเย็นชาและความเกลียดชังจากเขานางไม่เคยได้มีจิตใจที่สงบบ้างเลย เพราะนางเอาแต่ตามหึงหวงตามราวีเขาและแม่นางหลานที่แวะเวียนมาหาสามีของนางอยู่เป็นประจำ แต่สิ่งเดียวที่นางได้รับคือถ้อยคำที่แสนเกลียดชังที่ออกจากปากของเขาทุกครั้ง
วันนี้เป็นวันที่อากาศดีนางนั่งดื่มชาและปักปลอกหมอนใบใหม่ให้กับสือเทียนอี้เพราะใบเก่าที่นางปักมันเก่าแล้วนางไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้นางแอบทำเงียบๆเพราะอยากให้เขารู้สึกผ่อนคลาย แต่ความเหงาก็เริ่มคลืบคลานเข้ามาในจิตใจของนางบ้างแล้วสือเทียนอี้ไม่เคยใส่ใจนางบ้างเลย นางไม่มีกะจิตกะใจอยากจะอาละวาดใครแล้ว เพราะในจวนแห่งนี้นางจัดระเบียบทุกอย่างได้อย่างดีไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรายรับรายจ่าย ความมีมารยาทของบ่าวในจวน แม่ครัวพ่อครัวที่นางรับเข้ามาใหม่ รวมทั้งอาหาร เสื้อผ้าอาภรณ์ของสือเทียนอี้ นางล้วนดูแลทั้งหมด บัดนี้นางเหนื่อยใจมามากแล้วนางไม่อยากให้เขาเมินเฉยต่อนางแบบนี้อีกต่อไปแล้ว
ชิงชิงสาวใช้คนสนิทของนางวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา
"คุณหนู"
หลิวอิงฮัวเงยหน้าขึ้น
"มีอะไรหรือชิงชิง" หลิวอิงฮัวเอ่ยขึ้นแต่ตาของนางยังปักปลอกหมอนอยู่
"มาอีกแล้วเจ้าค่ะ แม่นางหลานมาอีกแล้ว" มือที่ปักด้ายอยู่นั้นได้หยุดชะงัก นางไม่ละอายบ้างหรืออย่างไรที่เทียวเฝ้าตามสามีของผู้อื่นโดยมิมียางอายเลย สู้ทำไมไม่แต่งนางเข้าจวนเป็นอนุไปเลยเล่า
หลิวอิงฮัวลุกขึ้น วันนี้นางจะคุยกับแม่นางอิงฮัวและสามีของนางให้รู้เรื่อง หลิวอิงฮัวลุกขึ้นแล้วเดินนำหน้าชิงชิงออกไป
นางเดินไปที่ห้องหนังสือของสือเทียนอี้แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงทั้งคู่คุยกันหัวเราะกันออกมาอย่างมีความสุข นางไม่อาจทนต่อไปได้อีกแล้ว
แอ้ดดด!!!!
เสียงประตูเปิดดังขึ้นมาอย่างแรงสือเทียนอี้และหลานเสี่ยวเย่ต่างพากันหุบยิ้มและหยุดหัวเราะลงอย่างไว
"เจ้ามาที่นี่ทำไม" เสียงของสือเทียนอี้เปลี่ยนไปทันทีที่ได้เห็นหน้าของภรรยา
"ถ้าข้าไม่มาก็คงต้องมีคนทำผิดศีลธรรมที่นี่แน่นอน แม่นางหลานไม่ทราบว่าวันนี้แม่นางมาในฐานะใดมิทราบ?" หลิวอิงฮัวถามออกไปด้วยสีหน้าที่บอกว่านางไม่สามารถเก็บอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว
"ข้า" แม่นางหลานไม่สามารถตอบหลิวอิงฮัวได้ สือเทียนอี้จึงออกหน้าปกป้องนางอีกครา
"นางจะมาในฐานะใดมิเกี่ยวอันใดกับเจ้าออกไป!" สือเทียนอี้ไล่นางออกไปต่อหน้าหลานเสี่ยวเย่ทำกับนางแบบนี้มีรึนางจะยอม
"มิเกี่ยวกับข้ารึฮ่าๆๆท่านพี่ ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่าข้าเป็นเมียของท่าน" หลิวอิงฮัวเอ่ยออกมาแล้วเดินไปจับแขนและจ้องหน้าของหลานเสี่ยวเย่
"ไม่มีเรื่องอันใดในเรือนนี้ที่จะไม่เกี่ยวกับข้าคนที่ไม่เกี่ยวกับข้าคือนางต่างหาก!"
เพี๊ยะ!!
หลิวอิงฮัวตบหน้าของหลานเสี่ยวเย่อย่างแรง นางเซถลาล้มลงร้องไห้อีก มือนางก็ยกขึ้นมากุมหน้าน้ำตานางไหลออกมาเพราะตกใจและเจ็บปวดที่โดยหลิวอิงฮัวทำร้าย
สือเทียนอี้เข้ามาดึงมือของหลิวอิงฮัวไว้ได้ทันก่อนที่นางจะลงมือทำร้ายหลานเสี่ยวเย่ อีก
"หยุดเดี๋ยวนี้นะอิงฮัว!" สือเทียนอี้เข้ามาดึงกระชากแขนของนางออก และเหวี่ยงนางจนล้มไปด้านข้าง ชิงชิงรีบวิ่งเข้ามาประคองคุณหนูของนางเอาไว้
"นี่หรือคนที่ท่านจะปกป้อง แล้วข้าล่ะสือเทียนอี้ข้าเป็นถึงฮูหยินเอกของท่านแต่ท่านกลับเข้าข้างนางจนถึงขั้นท่านจะทำร้ายข้า!"
สือเทียนอี้ที่หล่อเหลาแต่ตอนนี้หน้าตาของเขากลับดุดันขึ้นมาอย่างน่ากลัวเขาหันมามองอิงฮัวที่ยืนร้องไห้โวยวายอยู่ ช่างน่ารังเกียจ และน่าสมเพชเหลือทนข้าจะไม่มีวันรักคนอย่างนางได้เป็นอันขาด
"พอได้แล้วหลิวอิงฮัวข้าไม่มีวันรักเจ้าได้หรอก หย่ากับข้าซะ ข้าจะแต่งแม่นางหลานเข้ามาเป็นฮูหยินเอกของที่นี่"
หลิวอิงฮัวร้องไห้คร่ำครวญออกมา
"ได้!! ถ้าท่านอยากหย่ากับข้ามีทางเดียวคือทูลขอพระราชทานหย่ากับองค์ฮ่องเต้เองเลย ข้ามิเคยทำผิดใดๆต่อท่านฮ่องเต้จะต้องสืบสวนเรื่องนี้ เป็นท่านที่จะอยู่ไม่เป็นสุขเองมิแน่ท่านอาจหลุดจากตำแหน่งจอหงวนและถูกริบทรัพย์สินทั้งหมดที่พระองค์พระราชทานมาให้"
"ถ้าท่านมิใยดีข้าข้าจะขออยู่ส่วนข้าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับท่านอีกหากท่านรักนางก็จงแต่นางเข้ามาเป็นอนุซะ หากวันใดข้าตัดใจจากท่านได้ข้าจะทูลขอพระราชทานหย่าเอง ต่อจากนี้ข้าจะไม่เข้าไปวุ่นวายชีวิตท่านอีกสือเทียนอี้" พูดจบนางก็หันหลังกลับออกไปจากห้องหนังสือของเขาพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลาย
จบตอนที่4