แฟนเก่าที่เป็นสามีใหม่
ตอนที่1 เรื่องบังเอิญ
นามปากกาแอดมินตัวกลม
สวนอาหารริมน้ำแห่งหนึ่งชานเมืองกรุงเทพ บรรยากาศภายในร้านดูอบอุ่นและโรแมนติกเป็นอย่างมากผู้คนต่างทยอยพากันเข้ามากินอาหารภายในร้านอย่างมากหน้าหลายตากันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นมากับคนรัก มากับครอบครัว มากับเพื่อนทุกคนดูมีความสุขกันไปหมด
สุธาสีนีย์ หรือ แพรวา ที่นั่งอยู่ภายในร้านแห่งนั้น วันนี้เธอมีนัดเดทกับมารุตแฟนหนุ่มของเธอที่คบกันมานานถึง
3 ปี ระหว่างที่รอคนรักอยู่นั้น แพรวาได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาวคนหนึ่งทำให้เธอถึงกับต้องหันมามอง เพราะเสียงร้องที่ดูเหมือนกับว่าจะเสียใจเป็นอย่างมากที่เธอโดนแฟนหนุ่มบอกเลิก หรืออะไรสักอย่าง
“ไม่นะคะให้โอกาสฉันหน่อยนะคะ ฉันรักคุณมาก ๆมากซะจนไม่คิดว่าจะรักใครได้เท่าคุณอีกแล้วนะ” หญฺิงสาวคนนั้นรำพึงรำพันเป็นอย่างมากเพื่ออ้อนวอนไม่ให้แฟนหนุ่มจากไป
นั่นคือเสียงหญิงสาวที่ร้องไห้แทบจะกอดขาชายหนุ่มที่นั่งหันหลังให้กับเธอ ตอนแรกก็เหมือนว่าจะคุ้น ๆ หน้าผู้ชายคนนั้น พอเข้ามานั่งโต๊ะข้าง ๆ เขาดันเปลี่ยนที่นั่งเสียได้นี่ แต่ก็คิดว่าคงหล่อแหละไม่อย่างนั้นผู้หญิงคนนั้นคงไม่ร้องไห้หรอก แต่ถึงอย่างไรก็เถอะ ต่อให้หล่อมากมายแค่ไหนถ้าเป็นเธอ เธอจะไม่อ้อนวอนเขาแบบนี้เลย มันดูน่าอายและเสียศักดิ์ศรีเป็นที่สุดก็ว่าได้
“เฮ้อพามาร้านบรรยากาศดีขนาดนี้ แล้วบอกเลิกกันเนี่ยนะใครมันจะไปกินลงกันเล่าไม่น่าเลย”
แพรวาบ่นเบา ๆ และได้แต่ส่ายหน้า เพราะสงสารผู้หญิงคนนั้น แต่แล้วก็ต้องหยุดความคิดเอาไว้แค่นั้นเมื่อโทรศัพท์ของเธอนั้นมีเสียงเรียกเข้า และแน่นอนว่าสายนี้เธอต้องรับเพราะเป็นสายที่เธอรักที่สุดในชีวิตของเธอนั่นเอง
“ค่ะพ่อ” แพรวากดรับและตอบรับสายที่โทรเข้านั่นก็คือพ่อของเธอนั่นเอง ก่อนที่พ่อของเธอจะเอ่ยออกมาเป็นชุดทำเอาแพรวาฟังแทบไม่ทัน
“แพรวาฟังพ่อนะลูก ตอนนี้พ่อกำลังจะเดินทางไป ตปท. ถ้ามีใครที่มาถามถึงพ่อให้หนูบอกไปนะว่า ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับเรื่องของพ่อเข้าใจไหมลูก”
เสียงผู้เป็นพ่อดูรีบร้อนเป็นอย่างมากทำเอาแพรวาถึงกับตกใจจนต้องรีบถามกลับพ่อออกไปด้วยความเป็นห่วง และความสงสัยเป็นอย่างมากว่าทำไมพ่อถึงได้รีบเร่งมากมายขนาดนี้
“พ่อคะเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมพ่อดูรีบร้อนขนาดนี้ล่ะคะ” แพรวาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก
“หนูฟังพ่อนะแพรวา เงินอยู่ในตู้เซฟนะลูกรหัสคือวันเดือนปีเกิดแม่ เอาไปซื้อคอนโดอยู่นะแล้วพ่อจะติดต่อมา”
พูดถึงตรงนั้นโทรศัพท์ก็ตัดสายทิ้งไปทันที แพรวารีบโทรกลับไปแต่ก็โทรไม่ติดจึงได้แค่รอให้มารุตคนรักมาแล้วค่อยกลับบ้าน
“แพรวา ” เสียงผู้ชายที่เรียกแพรวาอยู๋ด้านหลังทำเอาเธอถึงกับหันไปมอง
เสียงมารุตแฟนหนุ่มเรียกแพรวาแต่ทำเอาคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอีกฝั่งหนึ่งตกใจเล็กน้อย
“มารุตทำไมมาช้าจังนั่งสิ แพรยังไม่ได้สั่งอะไรเลยกินอะไรดีคะวันนี้” แพรวาเอ่ยถามเสียงนุ่มชวนฟัง
“ไม่ล่ะผมรีบที่มาวันนี้ผมจะมาบอกกับคุณว่าเราจบกันแค่นี้เหอะ”
“ว่าไงนะมารุต อย่าล้อเล่นแบบนี้สินี่จะหาเรื่องไม่ให้แพรโกรธใช่ไหมที่มาสายแพรไม่โกรธคุณหรอกค่ะนั่งสิแพรหิวแล้วนะ”
แพรวายังคงคะยั้นคะยอให้ชายหนุ่มนั่ง
“ฟังนะแพร ผมต้องการเลิกกับคุณจริงๆเราไปต่อด้วยกันไม่ได้หรอกเพราะว่าพ่อคุณโกงบริษัทเป็นเงินจำนวนมากตอนนี้ตำรวจกำลังตามจับพ่อคุณอยู่ ผมไม่อยากให้ครอบครัวผมเดือดร้อน ลาก่อน”
พูดจบมารุตก็เดินออกไปทันที แพรวาถึงกับช็อคเพราะไม่รู้ว่าจะตกใจกับเรื่องไหนดี
แพรวารีบเปิดโทรศัพท์เพื่อเช็คข่าวทั้งหมดอย่างรวดเร็วก่อนที่จะลุกออกไปจากร้านอาหารแล้วเดินตรงไปที่สะพานข้ามแม่น้ำ
หญิงสาวหยุดอยู่ตรงนั้นก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆโยกตัวเบาๆเพราะตอนนี้กำลังร้องไห้จากที่ค่อยๆร้องเธอกลับร้องอย่างหนัก จนค่อย ๆ ทรุดลงนั่งข้างสะพานไม่ตรงนั้น
สองมือความหาโทรศัพท์แต่พอจับโทรศัพท์ขึ้นมาได้เธอกลับวางมันลงทั้งหมด ทันใดนั้นชายหนุ่มคนนั้นที่เดินออกมานอกร้านก็เห็นว่าแพรวาอยู่ดีๆก็กระโดดลงไปในน้ำทันที
ตู้ม..เสียงน้ำสาดกระเด็นกระจายตัวเป็นวงกว้าง
“ยัยบ้านั่นเป็นบ้าไปแล้วแน่เลยถึงขนาดต้องฆ่าตัวตายเลยหรือไง”
ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบกระโดดลงคลองเพื่อตามไปช่วยหญิงสาวคนนั้นทันที ทำเอาผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างตกใจเป็นอย่างมาก
“มีคนตกน้ำ และมีคนลงไปช่วยแล้ว”
เสียงผู้คนที่ผ่านไปมาตะโกนร้องออกมาอย่างดัง ทำเอาผู้คนแถวนั้นต่างวิ่งมามุงดู
“ฆ่าตัวตายหรือเปล่าดูสิข้าวของก็ยังอยู่ตรงนี้เลย”
“ลูกเต้าเหล่าหลานใครกันนะทำไมคิดสั้นอย่างนี้ไม่น่าเลย”
“คงผิดหวังจากอะไรสักอย่างแหละคนเราถ้าไม่หมดสิ้นหนทางคงไม่ทำอะไรแบบนี้”
เสียงผู้คนต่างคิดไปต่างๆนาๆ