แฟนเก่าที่เป็นสามีใหม่
เข้าใจผิด
“แพรวา แพรวา เธออยู่ที่ไหน แพรวา”
เสียงของอติวิชญ์ร้องเรียกหาแพรวาครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะมุดน้ำหายไปอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตามหาหญิงสาวที่จมลงไปในน้ำคราวนี้เขาดำลงไปลึกว่าเดิมและนั่นก็ทำให้เขาได้เจอกับหญิงสาว
อติวิชญ์รีบให้อ๊อกซิเจนกับหญิงสาวด้วยการประกบปากจูบกับเธอเพื่อให้เธอได้มีอากาศหายใจก่อนที่จะดึงตัวขึ้นมา หญิงสาวมีท่าทางที่ขัดขืนเป็นอย่างมากแต่สุดท้ายก็ดึงเธอพ้นออกมาจากใต้น้ำได้สำเร็จ
ทุกคนที่อยู่บนฝั่งต่างปรบมือให้ด้วยความดีใจแต่คนที่ตกใจเป็นอย่างมากน่าจะเป็นแพรวาที่เห็นว่าคนที่ลงไปช่วยเธอนั้นคือใคร
สองคนขึ้นมาบนบกผู้คนแถวนั้นรีบเอาผ้าเช็ดตัวมาให้กับทั้งสองคน แพรวาร้องไห้ออกมา ไม่ต่างจากคนเป็นบ้าเลยก็ว่าได้ และนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเธอทนไม่ได้ที่จะตำหนิเธอออกมา
“เป็นบ้าอะไรทำไมแค่ผู้ชายทิ้งถึงกับต้องฆ่าตัวตายเลยหรือไง ทำไมรักมันมากขนาดนั้นเชียวทีคนก่อนไม่เห็นว่าจะเป็นจะตายแบบนี้นี่นา ”
อติวิชญ์ด่ากราดทันทีโดยที่แพรวาไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวได้แต่อ้าปากหวอ ได้แต่นั่งฟังเขาทั้งบ่นและด่าเธออยู่อย่างนั้น
“เกี่ยวอะไรด้วย นายสิเป็นบ้าอะไรมาด่าฉันฉอด ๆ ” หญิงสาวด่าคืนบ้าง
“อีกอย่างฆ่าตัวตายบ้าบออะไรกัน”
“ก็เห็นๆอยู่ว่าทิ้งข้าวของแล้วกระโดดลงน้ำ ไม่ฆ่าตัวตายแล้วจะลงไปหาพระแสงเลเซอร์อะไรของเธอ คิดว่าตัวเองเป็นเหล่าอัศวินเลเซอร์เหรอ ทำอะไรไม่คิด”
“นายมันบ้าคิดอะไรบ้า ๆ ไม่เข้าเรื่อง ฉันลงไปเก็บกุญแจรถต่างหากกุญแจฉันตกน้ำ ไอ้บ้า”
“แม่หนูอย่าไปว่าพ่อหนุ่มคนนี้เลย เขาไม่ผิดอะไรนี่หนาแค่เห็นว่าคนตกน้ำเขาก็กระโดดลงไปช่วยทันทีเลยนะ น่าจะขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ไม่คิดล่ะว่าถ้าเป็นคนที่คิดจะทำอะไรบ้า ๆ แบบนั้นจริง ๆ ล่ะก็อย่างน้อยเขาก็ได้ช่วยเหลือคนไว้นะ”
ป้าคนหนึ่งยกเหตุผลที่ฟังแล้วค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว
แพรวายิ้มจางๆ
“ขอบคุณแต่คราวหลังไม่ต้อง เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วไม่ต้องมายุ่ง ฉันเคยบอกนายแล้วไงว่าเรามันเป็นแค่คนอื่น”
“อ่อเหรอ ก็เป็นแบบนี้ไงถึงโดนบอกเลิก ล่าสุดคนเมื่อกี้ก็เพิ่งบอกเลิกไปไม่ใช่เหรอ” อติวิชญ์ถามพร้อมกับกระตุกยิ้มใส่แพรวา
แพรวาหันไปหยิบของใส่ในกระเป๋าแล้วลุกขึ้นพร้อมกับโยนผ้าเช็ดตัวใส่ชายหนุ่ม
“ต่อให้เป็นเรื่องเข้าใจผิดก็อย่ามายุ่งกับฉัน” พูดจบแพรวาก็เดินออกไปโดยมีชายหนุ่มเดินตามมาติดๆ
“แล้วเธอจะกลับยังไง ที่นี่ไม่มีรถนะ ถ้าจะกลับก็กลับด้วยกันจะไปส่ง” แพรวาหยุดนิ่งทันทีก่อนที่จะปล่อยน้ำตาไหลออกมาทั้งที่ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายคนนี้เลยสักนิด
“ไปกลับกันจะไปส่ง”
อติวิชญ์เดินเข้ามาจับมือแพรวาแล้วเดินไปที่รถของเขาเมื่อขึ้นรถมาได้อติวิชญ์หันไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตที่อยู่ในรถมาคลุมให้กับแพรวา
“ฉันไม่รบกวนนายหรอกเอาเป็นว่าหากตรงไหนที่มีรถแท็กซี่นายจอดให้ฉันก็แล้วกันนะ”
ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่มแพรวาได้แต่หลับตาคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นภายในวันนี้
พ่อที่ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง กับแฟนหนุ่มที่คิดว่าจะแต่งงานกันก็มาบอกเลิก กุญแจรถตกน้ำ หนำซ้ำคนที่กระโดดลงมาช่วยดันเป็นคนรักเก่าที่จากกันไม่ค่อยดีอีกต่างหาก หนักกว่านั้นเห็นทีจะเป็นเรื่องที่ไม่มีรถกลับบ้านนี่สินี่มันวันบ้าอะไรกัน
เวลาผ่านไปรถยนต์ของอติวิชญ์ขับเข้าไปภายในบ้านของแพรวาชายหนุ่มจอดรถพร้อมกับมองไปที่ด้านในบ้านผู้คนกำลังขนย้ายข้าวของอย่างรีบเร่ง เขารู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น อติวิชญ์ยื่นมือไปสะกิดแพรวาเบา ๆ เพื่อเป็นการปลุกหญิงสาว
แพรวาลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับงัวเงียและมองไปข้างหน้าหญิงสาวรีบลงรถแล้ววิ่งเข้าบ้านโดยมีอติวิชญ์เดินตาม
“ป้าคะ เกิดอะไรขึ้นคะ” แพรวาหันมาถามป้านงคราญแม่บ้านของเธอที่กำลังมองคนย้ายข้าวของออกไปจากบ้าน
“คุณท่านไม่โทรบอกคุณหนูเหรอคะ ว่าท่านโดนกรมบังคับคดียึดทรัพย์แล้วค่ะข้อหาฉ้อโกงตอนนี้คุณท่านออกนอกประเทศไปแล้วคะ”
เมื่อได้ยินแบบนี้แพรวาถึงกับเซดีที่อติวิชญ์รับไว้ทัน
“อ้าวคุณอติวิชญ์นั่นเองป้านึกว่าใครไม่ทันได้มองขอโทษนะคะ” แม่บ้านสูงวัยรีบเอ่ยทักทาย
“ไม่เป็นไรครับป้า ป้าสบายดีนะครับ” นงคราญได้แต่พยักหน้าตอบรับไปอย่างนั้น
“คุณหนูจะเอายังไงต่อคะ เจ้าหน้าที่บอกว่าทุกคนอยู่ที่นี่ได้แต่ว่าหากมีคนมาซื้อที่นี่พวกเราก็ต้องย้ายออกค่ะ แต่ว่าเจ้าหน้าที่ก็แอบบอกว่ามีคนซื้อแล้วนะคะแค่เขายังไม่บอกว่าเป็นใครเท่านั้น”
“ไม่เป็นไรค่ะป้า หนูไปอยู่ที่อื่นก่อนก็ได้ค่ะพ่อบอกว่าเงินอยู่ในตู้เซฟ” แพรวาบอกกับป้านงคราญด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองเป็นอย่างมาก
“ใช่ค่ะแต่ว่าตู้เซฟเขาขนไปแล้วค่ะคุณหนู”
คำตอบของป้านงคราญมันเหมือนกับว่าฟ้าผ่าลงมากลางหัวเธออีกครั้ง และดูเหมือนว่าครั้งนี้มันเกินที่จะรับไว้ได้จริง ๆ