แฟนเก่าที่เป็นสามีใหม่
เรื่องราวในอดีต
ป้านงคราญทำการเช็ดตัวให้กับแพรวาเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกมาหาอติวิชญ์ที่รออยู่ด้านนอกห้อง
“เรียบร้อยดีไหมครับป้า”
ชายหนุ่มถามออกมาด้วยความเป็นห่วง และมองเข้าไปภายในห้องว่าคนที่อยู่ด้านในนั้นจะเป็นอะไรหรือไม่
“ค่ะ รอดูสักพักหากว่าคืนนี้ไม่ดีขึ้นป้าคงจะต้องพาไปหาหมอ” ป้านงคราญบอกด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก
“จะไปยังไงล่ะครับ หรือว่าไปตอนนี้เลยดีไหมผมจะได้ไปส่ง” อติวิชญ์ถามออกมาด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างกัน
“ป้าไม่กล้ารบกวนหรอกค่ะไม่อยากให้คุณหนูไม่สบายใจจะว่าไปขอโทษนะคะที่ป้าละลาบละล้วง ทำไมคุณกับคุณหนู....เอ่อ ”
ป้านงคราญตัดสินใจเอ่ยถามออกมาเพราะเธอไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนมีปัญหาอะไรกันที่ทำให้ทั้งสองคนต้องเลิกลากันไปจนแทบมองหน้ากันไม่ติดเลยทีเดียว
“เรามีเรื่องที่เข้าใจผิด ไม่ใช่สิผมนี่แหละที่ทำผิด แต่เอาเป็นว่าขออนุญาตค้างที่นี่ได้หรือไม่ครับหากมีอะไรจะได้ช่วยป้าได้ไงครับ”
อติวิชญ์เปลี่ยนเรื่องทันที
“ก็ได้ค่ะเพราะป้าเองก็ไม่ได้กลับมาอยู่ที่บ้านนานพอสมควร ไม่รู้ว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้างเพื่อนบ้านจะยังอยู่ดีไหมก็ไม่แน่ใจ งั้นป้าจะไปหาเสื้อผ้าที่พอใส่ได้มาให้นะคะรอสักครู่ค่ะ ” ป้านงคราญพูดจบก็เดินออกไปจากห้อง
ชายหนุ่มนั่งคิดย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน
“แพรวาผมถามว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครทำไมถึงปล่อยให้มันกอดคุณอย่างนั้น”
อติวิชญ์กระชากแขนหญิงสาวแล้วผลักล้มลงกับพื้น หญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้นทั้งที่ตอนนี้เหมือนกับว่าเข่าของเธอกำลังถลอกและเลือดกำลังไหลออกมานิดๆ
“ไม่ได้เป็นอย่างที่วิชญ์เห็นนะ วิชญ์กำลังเข้าใจผิด”
อติวิชญ์เดินหนีโดยที่ไม่สนใจสักนิดว่าหญิงสาวจะเป็นยังไง
ด้านแพรวาที่เห็นว่าชายหนุ่มเข้าใจผิดจึงรีบเดินตามไปเพื่อที่จะอธิบาย
“วิชญ์รอแพรก่อนสิคะ ”
ชายหนุ่มหันหน้ามามอง
“เลิกกันเหอะแพร เห็นใสซื่อแบบนี้ไม่คิดเลยนะว่าจะกล้ากอดกับผู้ชายกลางผับแบบนั้น”
“ทำไมตัดสินใจง่ายอย่างนี้ ไม่คิดจะฟังกันบ้างเลยหรือไงว่ามันเกิดอะไรขึ้น วิชญ์ต้องเป็นห่วงแพรสิว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงทำกับแพร ไม่ใช่ว่าจะมาจับผิดกันแบบนี้” แพรวาร้องออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวแฟนหนุ่ม
“ถ้ามันล่วงเกินทำไมไม่ร้องออกมาให้คนช่วยล่ะ พอทีไม่ต้องอธิบายผมไม่อยากฟัง ต่อไปนี้เราทางใครทางมันไม่ต้องมายุ่งและวุ่นวายกันอีก”
“วิชญ์ต่อไปนี้ฉันจะไม่เรียกชื่อนี้อีก ฉันเกลียดนายแล้วนายจะเสียใจที่ทำกับฉันในวันนี้” แพรวาเองก็ตัดสินใจรวดเร็วไม่ต่างกันนั่นเป็นเพราะว่าหากไม่เชื่อใจกันก็หมดหนทางที่จะพูดคุยกันต่อไป
อติวิชญ์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ หลังจากนึกถึงเรื่องราวในวันนั้น ทั้งที่คิดว่าจะพูดไปอย่างนั้นเพื่อให้แพรวาตามง้อแต่เธอก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย หรือว่าไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องอะไร
และตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรแต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างเพื่อนของเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นแพรวากอดกับผู้ชายคนนั้น
“เสื้อผ้ามาแล้วค่ะ”
เสียงของป้านงคราญที่ดังขึ้นมาพร้อมกับเสื้อผ้าที่นำมาให้ชายหนุ่มเปลี่ยน อติวิชญ์หันไปมองพร้อมกับรับเอาไว้
“ขอบคุณครับป้า รบกวนด้วยนะครับ”
“แล้วโทรไปบอกที่บ้านหรือยังคะป่านนี้พ่อแม่คุณไม่เป็นห่วงแย่เหรอคะ”
“ป้าครับผมโตแล้วนะปกติก็ค้างที่คอนโดตลอดครับไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงหรอกครับ”
“อ่อ งั้นมาทานข้าวกันค่ะ เสร็จแล้วจะได้เข้าห้องอาบน้ำและพักผ่อน”
“ครับป้า”
ชายหนุ่มเดินตามอย่างว่าง่าย ระหว่างที่รอป้าตักข้าวอยู่นั้น อติวิชญ์หยิบนามบัตรของเขาส่งให้ป้านงคราญ
“ป้าครับนามบัตรของผม หากมีอะไรที่ขาดตกบกพร่องให้ป้าโทรหาผมนะครับ ถ้าจะให้ผมให้แพรวาเธอคงไม่ยอม”
“ขอบคุณค่ะ ป้าอยากให้คุณสองคนกลับมาเป็นเหมือนเดิมนะคะ คุณคงไม่รู้ว่าต่อให้คุณสองคนเลิกกันไปนานแค่ไหนก็ตามนั้นคุณหนูของป้าก็ยัง...”
เพล้ง...!
เสียงแก้วแตกดังมาจากห้องของแพรวาทำเอาป้านงคราญและอติวิชญ์รีบวิ่งไปดูทันที
เมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าแพรวานอนตะแคง เอื้อมือไปหยิบขวดน้ำและแก้วน้ำนั่นเอง เลยทำให้แจกันดอกไม้ที่อยู่ด้านข้างตก
“ป้าคะ ขอโทษนะคะ หนูแค่หิวน้ำแค่นั้นเอง”
เสียงของหญิงสาวที่แหบพร่าและใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอทำให้ป้านงคราญเป็นห่วงยิ่งนัก
“มาค่ะป้าช่วย คุณอติวิชญ์ป้ารบกวนช่วยจัดท่านั่งของคุณหนูให้นั่งพิงที่หัวเตียงหน่อยได้ไหมคะป้าจะเก็บเศษ
แก้วที่แตก”
“ไม่เป็นไรค่ะป้าหนูนั่งไหว”
แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบอะไรเขาก็สาวเท้าก้าวเข้ามายืนที่ข้างเตียงแล้วอุ้มแพรวาเพื่อจัดท่านั่งให้นั่งแบบสบายตามที่ป้านงคราญบอกสองสายตาประสานกันแต่......