แฟนเก่าที่เป็นสามีใหม่
คำสาปแช่ง
แพรวาหันหน้าหนีไปอีกทางเพราะเธอไม่อยากที่จะเห็นหน้าผู้ชายคนนี้เลยสักนิด เขาควรมาเห็นเธอในตอนทีมีความสุขที่สุดสิ ไม่ใช่มาเห็นเธอที่อยู่ในสภาพแบบนี้ สภาพที่เธอเป็นคนไร้บ้าน และเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอก สถาพที่ยิ่งดูยิ่งน่าสมเพชเป็นที่สุด
“ป้าคะหนูอยากพักค่ะ ป้าไปนอนเถอะหนูไม่เป็นไรค่ะ” แพรวาบอกกับป้านงคราญเพราะเธอเกรงใจป้าเหลือเกินที่ต้องมาดูแลคุณหนูตกอับอย่างเธอ
“งั้นเดี๋ยวป้าไปเอาข้าวต้มร้อนๆมาให้นะรอแปบ”
“ป้าคะหนูไม่หิวค่ะ ขอร้องนะคะหนูอยากอยู่คนเดียวค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสองเลยออกไปจากห้องทันที และแยกย้ายกันไปห้องใครห้องมันแต่อติวิสชญ์เดินกลับมาที่หน้าห้องของแพรวาอีกครั้ง
ชายหนุ่มจับลูกบิดหน้าประตูเพื่อนที่จะเปิดเข้าไปแต่ว่าได้ยินเสียงหญิงสาวคุยโทรศัพท์
“ฉันอยากขายเพชร ทับทิมแกไปส่งฉันหน่อยได้ไหมฉันต้องให้คนอื่นขายให้เพราะถ้าเป็นฉันขายเองฉันเกรงว่าเขาจะมาอายัดเงิน แล้วฉันจะทำยังไง แกไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม เจอกันที่ร้านเพชรก็แล้วกันรู้ใช่ไหมว่าที่ไหน ขอบใจมากแล้วเจอกันพรุ่งนี้”
พูดจบแพรวาก็วางสาย แต่ว่าสายตาของหญิงสาวที่มองเพชรที่อยู่ในมือนั้นมันเป็นแววตาที่เศร้าเป็นที่สุด
อติวิชญ์เปลี่ยนใจเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง เช้าวันต่อมาแพรวาตื่นมาในตอนเช้า หญิงสาวออกห้องมาพร้อมกับมองหาอะไรสักอย่างจนป้านงคราญต้องมาถาม
“มองหาอะไรหรือคะคุณหนู”
“ป้าคะ ถึงตอนนี้อย่าเรียกหนูว่าคุณหนูแบบนี้เลยค่ะ หนูมันก็แค่คุณหนูตกกระป๋องที่ต้องมาอาศัยชายคาป้าหลบแดดหลบฝน ป้าเรียกแค่ชื่อแพรวาเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ”
แพรวาพูดออกมาและพยายามกลั้นน้ำตาตัวเองเอาไว้
“ไม่เอาน่าอย่าพูดแบบนั้น ไม่เรียกก็ไม่เรียกแต่ป้าขอร้องนะอย่าด้อยค่าตัวเองเด็ดขาด ถ้าใครถามก็บอกว่าเป็นหลานสาวป้าดีไหม เราอยู่ด้วยกันแบบป้ากับหลานดีไหม” ป้านงคราญพูดและกางแขนทั้งสองข้างออก
แพรวาเดินเข้าไปกอดป้า ก่อนที่ป้าจะหันมาบอก
“เขากลับไปแล้วตั้งแต่เช้ามืด เห็นบอกว่ามีงานด่วน”
“ช่างเถอะคะ วันนี้หนูว่าจะกลับไปเอารถที่จอดไว้ที่ร้านอาหารเมื่อวานค่ะป้า พอดีว่าเมื่อวานหนูทำกุญแจตกน้ำเลยขับมาไม่ได้”
ป้านงคราญชี้ไปที่รถที่จอดอยู่ที่หน้าบ้าน
“คุณเขาให้ลูกน้องจัดการให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ ส่วนกุญแจก็อยู่นี่ค่ะ” ป้าส่งกุญแจรถให้กับแพรวาหญิงสาวรับมาแบบงงๆ
“ไปกินข้าวกันเถอะค่ะป้า วันนี้มีอะไรกินบ้างคะ ” สองคนป้าหลานเดินเข้าบ้านเพื่อไปกินข้าว
แพรวาขับรถออกมาจากบ้านสวนป้านงคราญแล้วตรงมาหาทับทิมและเกวลินที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งแถวที่ทำงานของเกวลินเมื่อทั้งสามมาเจอกัน
“เสียใจด้วยนะเพื่อนฉันเพิ่งรู้เรื่องข่าวของพ่อเธอ แล้วต่อไปจะทำยังไงจะเข้าไปทำงานไหมที่บริษัทเก่าพ่อเธอ” ทับทิมถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน
“ฉันคงไม่มีหน้าที่จะไปทำงานที่นั่นหรอกแก ไม่รู้ว่าจะมองหน้าคนพวกนั้นได้ยังไง” แพรวาก้มหน้าก้มตาพูด
“แล้วจะทำยังไงต่อไปล่ะ อยู่กับป้านงคราญก็ต้องกินต้องใช้ป่าวแก” เกวลินเป็นคนถามบ้าง
“ก่อนอื่นฉันต้องขายรถ และสร้อยเพชรทั้งหมดที่มีก่อน จากนั้นค่อยหางานทำ” แพรวาพูดทั้งที่รู้สึกว่าตัวเองในตอนนี้มันมืดแปดด้านเลยทีเดียว
“แล้วมารุตล่ะแก ไม่มาอยู่เป็นเพื่อนในวันที่แกเจอปัญหาแบบนี้เหรอ” ทับทิมถามพร้อมกับยกกาแฟมาจิบเบา ๆ แต่ก็แทบจะสำลักออกมาเมื่อได้ยินคำตอบจากแพรวา
“เราเลิกกันก่อนหน้าที่พ่อฉันจะโทรมา นั่นแสดงว่าเขาเองก็คงรู้เรื่องก่อนหรืออาจจะรู้จากพ่อของเขาก็ได้ อย่างว่าหมดผลประโยชน์แล้วนี่นา ช่างเหอะฉันเจอเหตุการณ์แบบนี้มาเยอะแล้ว ว่าแต่แกสองคนมีงานอะไรแนะนำฉันบอกหน่อยนะฉันจะทำทุกอย่าง”
“แกข้างออฟฟิตฉันเห็นเขาเปิดรับสมัครพนักงานจัดดอกไม้แบบจัดช่ออะแกทำเป็นไหมล่ะ แต่ฉันว่าไปหางานบริษัทน่าจะดีกว่านะ” ทับทิมเสนอออกมา
“นาทีนี่อะไรก็ทำทั้งนั้นแหละแก ฉันอยากได้เงินมาให้ป้าอย่างน้อยป้าก็จะได้ไม่ต้องทำงานหนักให้ท่านได้อยู่แบบสบาย ๆ เถอะ” แพรวาพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าเป็นอย่างมาก
“เอาล่ะฉันไม่รบกวนพวกแกแล้วรีบไปกันเถอะจะได้ทำให้มันจบ ๆ ไป”
แพรวาบอกกับเพื่อนๆก่อนจะมุ่งหน้าไปขายเพชร และขายรถ หลังจากได้เงินและแยกย้ายกันแล้วนั้นแพรวาตัดสินใจกลับมาดูบ้านของเธออีกครั้ง บ้านที่เธออยู่มาตั้งแต่เล็กจนโต บ้านที่เต็มไปด้วยความสุขเสียงหัวเราะของพ่อกับแม่ แต่ตอนนี้มันจบสิ้นไปแล้ว
“พ่อคะตอนนี้พ่อจะเป็นยังไงบ้างนะ หนูคิดถึงพ่อจังเลยค่ะทำไมชีวิตหนูมันถึงยากลำบากขนาดนี้คะพ่อ หนูอยากตายอยากไปอยู่กับแม่ หนูเหนื่อยไม่อยากเป็นภาระใครอีกแล้ว”
ในขณะที่ร้องไห้เพราะคิดถึงพ่อกับแม่อยู่นั้นกลุ่มคนงานที่บริษัทพ่อเธอก็มาหน้าบ้านเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาก็คือแพรวาลูกสาวเจ้าของบริษัทที่โกงแม้กระทั้งเงินค่าจ้างไปนั้น พวกคนเหล่านั้นต่างรุมด่าแพรวาทันที “แกมันลูกไอ้ขี้โกง อยู่ดีกินดีเพราะน้ำพักน้ำแรงพวกเรา