แฟนเก่าที่เป็นสามีใหม่
คำสาปแช่ง1
.................................
“แกมันลูกไอ้ขี้โกง อยู่ดีกินดีเพราะน้ำพักน้ำแรงพวกเราทั้งนั้น”
“คนอย่างครอบครัวแกไม่มีสิทธิ์ที่จะอยู่อย่างมีความสุขหรอกนะ แม่แกไม่น่าด่วนตายไปก่อนเลยน่าจะอยู่ชดใช้กรรมไปด้วยกัน”
“เอาเงินคืนพวกเรามาเดี๋ยวนี้นะ พ่อแกรักลูกแล้วพ่อแม่คนอื่นล่ะ ลูกคนอื่นล่ะไม่มีหัวใจเลยหรือไง”
คำด่าสารพัดคำถูกส่งมายังแพรวาทุกคำทำเอาหญิงสาวถึงกับร้องไห้น้ำตาไหล หญิงสาวล้วงเงินที่ได้จากการขายรถขายเพชรออกมาด้วยสองมือที่สั่นเทา
“หนูไม่รู้ว่าต้องชดใช้คืนให้เท่าไหร่ ลุง ๆ ป้า ๆ เอาเงินนี้ไปแบ่งกันนะคะ แบ่งให้เท่ากันทุกคน”
แพรวาพูดไปร้องไห้ไปสองมือก็ยื่นเงินให้กับทุกคน
“หนูรู้ว่าทุกคนเสียใจแต่ได้โปรดอย่าด่าว่าแม่หนูเลยนะคะ ท่านก็ตายจากโลกนี้ไปแล้วหนูขอให้ท่านได้ไปอย่างสบายได้ไหม
หากจะด่าหรือโกรธแค้นพ่อหนูมากมายขนาดไหน ก็เอามาลงที่หนูนะคะ หนูจะรับไว้เองค่ะ พวกคุณจะตบตีจะด่าว่าหนูยังไงก็ได้แต่อย่าว่าให้แม่หนูเลยนะคะ”
แพรวายกมือไหว้ขอร้องทุกคนทั้งที่น้ำตาไหลอาบทั้งสองแก้ม มันจุกไปหมดใช่อย่างที่ทุกคนด่าว่ามาทั้งนั้น
พ่อของเธอรักแต่ลูกตัวเอง แล้วคนอื่นล่ะลูกของคนอื่นล่ะทุกคนต่างก็มีหัวใจเหมือนกันทั้งนั้น แพรวาร้องไห้ถึงกับทรุดไปนั่งกองกับพื้น และก้มหน้าร้องไห้อย่างหนัก
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” เสียงที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้นในตอนที่เธอกำลังถูกผู้คนรุมด่าและสาปแช่ง
อติวิชญ์เดินแทรกผู้คนเข้ามาประคองแพรวาลุกขึ้นแล้วกอดหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะมองหน้าผู้คนเหล่านั้น
“พวกคุณทุกคนพร่ำบอกแต่ว่าคนอื่นเป็นคนเลว แล้วสิ่งที่พวกคุณทำล่ะ ผู้หญิงคนนี้เขาทำอะไรผิดผมขอถามหน่อย เขารู้เรื่องที่พ่อเขาก่อไหม ก็ไม่นี่ แล้วทำไมเธอต้องมาชดใช้เงินให้พวกคุณด้วยทั้งที่เธอเองตอนนี้ก็แทบไม่มีที่ซุกหัวนอนอยู่แล้ว
กลับกันหากลูกสุดที่รักของพวกคุณเป็นเหมือนเธอคุณจะรู้สึกยังไง แล้วใครที่ว่าเธอไม่มีสิทธิ์มีความสุข พวกคุณต้องการให้เธออยู่อย่างตายทั้งเป็นอย่างนั้นเหรอกลับไปถามลูกพวกคุณนะว่าสิ่งที่พ่อแม่เขาทำในวันนี้มันถูกต้องหรือไม่ อีกอย่างต่อไปหากผมรู้ว่าใครที่เข้ามาข่มขู่ผู้หญิงคนนี้อีกล่ะก็ผมจะให้ทนายจัดการ หากใครมีปัญหาไปเจอกับผมได้ที่ บริษัท maxma ติดต่อ อติวิชญ์
แล้วผมจะทำให้พวกคุณได้รู้ว่าการอยู่อย่างไม่มีความสุขมันเป็นยังไง”
อติวิชญ์พูดจบก็พาแพรวาขึ้นรถแล้วขับออกไปทันทีก่อนที่จะไปจอดที่ริมสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง แพรวาเดินลงรถด้วยอาการเหม่อลอย อติวิชญ์ดึงมือของเธอเอาไว้แพรวาสะบัดออก
“ฉันขอบคุณที่นายมาช่วยฉัน แต่ต่อไปอย่ามาเจอกันอีกเลยปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามผลของการกระทำ ยิ่งนายมาวุ่นวายแบบนี้มันยิ่งทำให้ฉันสมเพชตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม ขอร้องล่ะนะช่วยเกลียดฉันขับไล่ฉันเหมือนเมื่อก่อนหน้านั้นที มันคงจะดีกว่านี้ ที่เป็นแบบนี้แบบที่นายทำอยู่นั้นฉันไม่ต้องการ”
แพรวาพูดจบก็เดินออกไปตามทางด้วยหัวใจที่แตกสลายเงินที่คิดว่าได้จากการขายรถและเพชรนั้นไม่มีแล้ว แล้วเธอจะหาเงินที่ไหนไปให้ป้านงคราญกันเล่า
อติวิชญ์ได้แต่มองตามคนร่างเล็กที่เดินร้องไห้ออกไปชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรงก่อนหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรหาเพื่อนของเขา
“เออกอล์ฟกูเองมึงจัดการตามที่กูบอกเมื่อวานเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“เออๆ เรียบร้อยแล้วไม่ต้องเป็นห่วงทุกอย่างเป็นของมึงถูกต้องตามกฎหมาย”
“เออแค่นี่แหละ”
อติวิชญ์ขึ้นรถแล้วขับตามแพรวาที่เดินไปข้างหน้า สิ่งเดียวที่อติวิชญ์ทำได้ก็คือขับรถตามแพรวาเท่านั้น
แพรวาเลือกที่จะนั่งรถเมล์กลับไปที่บ้านป้านงคราญ เวลาผ่านไปไม่นานนักเมื่อเธอถึงบ้าน ก็พบว่าป้ากำลังนั่งทำขนมเทียนหญิงสาวเดินเข้าไปในบ้านแล้วนั่งข้าง ๆ ป้า
“ไปไหนมาคะ เอ้ย ไปไหนมาจ๊ะทำไมดูเหนื่อย ๆ ป้าไม่เห็นได้ยินเสียงรถเลยจอดไว้ไหนเหรอ”
ป้านงคราญถามทั้งที่มือของป้ายังคงห่อขนมอยู่อย่างนั้น
สิ้นคำพูดของป้า แพรวาถึงกับปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง...
“อึก ป้าคะ” ...แพรวาได้แต่เรียกและสึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น
.ป้านงคราญที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นสิ่งแรกที่ป้าทำก็คือละมือจากขนมแล้วรีบมากอดหญิงสาวเอาไว้และตบไหล่เบาๆ อย่างที่เคยทำ
“ขวัญเอ๊ย ขวัญมา ไปเจออะไรมาก็ขอให้ขวัญกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวนะลูกนะ อยากร้องก็ร้องออกมา หนูไม่ได้ตัวคนเดียวนะ หนูยังมีป้าอยู่ทั้งคนป้าไม่มีวันปล่อยให้หนูลำบาก และป้าไม่มีวันที่จะทิ้งหนูไปอย่างแน่นอน”
ยิ่งได้ฟังดังนั้นแพรวายิ่งร้องหนักไปกว่าเดิมทั้งสองคนกอดกันร้องไห้
แพรวาเองที่ร้องอย่างหนัก เธออดคิดไม่ได้ว่าหากว่าชีวิตนี้ไม่เหลือแม้กระทั่งป้านงคราญเธอคงไม่มีกะจิตกะใจที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เลยเสียด้วยซ้ำ
เพราะตอนนี้มีเพียงป้าเท่านั้นที่เป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนให้เธอได้มีชีวิต และลมหายใจเพื่อที่จะอยู่ต่อไป