บทนำ

1858 Words
INTRO • ณ. อะพาร์ตเมนต์ JJ “ตั้งนานก็ไม่บอก มาบอกอะไรตอนนี้ ป้านะป้า!” ทิชา เด็กสาววัยยี่สิบสี่ปีบ่นขึ้นอย่างหงุดหงิด เมื่อป้าเจ้าของอะพาร์ตเมนต์เพิ่งมาบอกว่ารถขยะจะมาเก็บขยะตอนเช้ามืดของวันพรุ่งนี้ ซึ่งเธอจะต้องเอาขยะในห้องลงมาทิ้งข้างหลังตึกที่ตอนนี้มืดและเปลี่ยว แถมเมื่อวันก่อนยังมีคนเสียชีวิตที่ตึกข้าง ๆ อีกด้วย ไม่แปลกที่เธอจะกลัว เมื่อทิ้งถุงลงถังขยะจึงรีบหันหลังเพื่อจะเดินกลับเข้าตึก ทว่ากลับมีเสียงบางอย่างทำให้เธอต้องหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นร่างของคนนั่งอยู่ในความมืด “นะ..นั่นไง~ ผีหลอกจนได้ อึก! ยะ.. อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลยนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะทำบุญใส่บาตรไปให้~” ความกลัวทำให้เธอต้องถอยหลังหนีทีละก้าวพร้อมประนมมือไหว้เพราะคิดว่าเป็นผี ทว่าร่างนั้นกลับขยับอีกครั้งพร้อมโผล่ใบหน้าออกมา “กรี๊ด!” ความตกใจทำให้เด็กสาวส่งเสียงร้องพร้อมหลับตา แต่กลับต้องรีบใช้มือปิดปากเมื่อได้ยินเสียงพูดของอีกฝ่าย “หุบปาก!” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งเสียงแข็งจ้องมองเธอด้วยสายตาฟาดฟัน “คะ..คนเหรอคะ!” ทิชามองไปที่ชายหนุ่มอีกครั้ง จึงได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดสีแดง “อึก! ไม่ช่วยก็ไสหัวไปไกล ๆ อย่ามายืนแหกปาก!” “อ่าว! ดูไอ้นี่มันพูด! งั้นก็นอนตายตรงนี้ไปแล้วกัน!” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ร่างเล็กหันหลังเพื่อจะกลับเข้าตึก แต่เพราะทำงานเป็นจิตรอาสาเจ้าหน้าที่กู้ภัยทำให้เธอต้องหยุดเดิน “แม่งเอ้ย! ถ้าไม่ช่วยมีหวังได้ตายตรงนี้จริง ๆ แน่!” ทิชาจำใจหันกลับไปหาชายหนุ่มอีกครั้งพร้อมกับเดินเข้าไปหา “มา เดี๋ยวช่วย” “ตามหาตัวมันให้เจอ มันบาดเจ็บคงไปไหนได้ไม่ไกล ถ้าจับเป็นไม่ได้ ก็จับตายกลับไปให้นาย!” ขณะเดียวกันก็มีเสียงดังขึ้นจากทางหน้าตึก ทิชาจึงมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง “หนีตายจากไอ้พวกนั้นมาสินะ” “จะช่วยก็ช่วย อยากตายไปด้วยหรือไง” “…” ทิชาที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเข้าไปประคองร่างหนา และพาเข้ามาในอะพาร์ทเมนต์ทางประตูหลัง เพราะหากกลับทางประตูหน้ามีหวังได้โดนจับได้ทั้งคู่แน่ เมื่อมาถึงห้องเธอจึงให้ชายหนุ่มนั่งลงที่โซฟา ก่อนที่ตัวเองจะรีบวิ่งไปหยิบกระเป๋าอุปกรณ์ทำแผลเบื้องต้นที่ใช้เวลาออกเคสมาวางที่โต๊ะ เพราะชายหนุ่มที่เธอช่วยถูกแทงเข้าที่ท้อง “ฉันว่าควรไปหาหมอนะ เลือดคุณยังไหลอยู่เลย” มือเล็กใช้ผ้าก๊อซกดไปที่แผลเพื่อห้ามเลือด “ไม่ต้อง เอาแค่มอร์ฟีนมา” ชายหนุ่มพูดพลางถอดเสื้อของตนออก จึงเห็นแผลได้อย่างชัดเจน “รู้ได้ไงว่าฉันมีของพวกนั้น?” “…” เขาไม่ตอบแต่มองไปที่กรอบรูปบนตู้เย็น ซึ่งเป็นรูปที่ทิชาได้รับเกียรติบัตรจากการเป็นอาสาเจ้าหน้าที่กูภัยดีเด่นประจำปี “ฉันไม่มีของแบบนั้นที่บ้านหรอก และคุณควรจะไปหาหมอ” “ออกไปมีหวังได้ตายห่าทั้งคู่” พูดจบชายหนุ่มจึงหยิบอุปกรณ์ที่มีในกระเป๋าออกมาวางเพื่อเตรียมจะเย็บแผลให้ตนเอง “เดี๋ยวช่วย” ทิชาช่วยใช้น้ำเกลือล้างแผลให้เขา และเช็ดทำความสะอาดรอบแผล “เดี๋ยวจัดการเอง” แย่งเข็มในมือจากเด็กสาวมาถือเพื่อเตรียมจะเย็บสดด้วยตนเอง “ใจเย็น ๆ สิ กำลังจะโทรให้เพื่อนเอายาชามาให้เนี่ย!” ทิชารีบห้ามเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะเย็บสด “ไม่จำเป็น” ชายหนุ่มปรับท่านั่งและลงมือแทงเข็มลงบนเนื้อที่ไม่ได้ฉีดยาชา ทิชาที่เห็นเช่นนั้นจึงหยิบผ้าใกล้ ๆ มือยัดไปที่ปากของอีกฝ่ายเพราะกลัวว่าเขาจะเผลอร้องออกมา ทว่าสิ่งที่เธอยัดเข้าไปในปากของเขากลับกลายเป็นชุดชั้นในสีดำ “งามไส้~ เสื้อในฉัน” เธอสบถด่าอย่างอับอาย ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สนใจและยังคงบรรจงเย็บแผลต่อไปเช่นเดิม ทิชาที่ไม่เคยผ่านการเย็บสดจึงได้แต่นั่งสูดลมหายใจเข้าออกอยากยากลำบาก ถึงเธอจะเป็นอาสา แต่ก็พึ่งเป็นได้แค่ปีเดียว และยังไม่เคยผ่านอุบัติเหตุครั้งใหญ่มาเลยสักครั้ง มากสุดก็แค่จักรยานยนต์ล้มเท่านั้น ต่างจากชายหนุ่มที่ดูเคยชิน และไม่ส่งเสียงร้องโอดโอย “ไม่ไหว~” ในที่สุดทิชาก็สลบล้มลงไปบนโซฟา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มเย็บแผลเสร็จพอดี “อึก!” ร่างสูงถอนหายใจ ใบหน้าซีดเซียว ดึงเสื้อชั้นในออกจากปากก่อนจะสบถด่า “แม่ง! ให้คาบเสื้อใน!” เขาจัดแจงปิดแผลให้ตนเองอย่างเจ็บปวด ก่อนจะสลบไปในที่สุด เช้าวันใหม่ เช้านี้ทิชาตื่นมาบนโซฟาตัวเดิม เมื่อลืมตาจึงเห็นว่าชายหนุ่มยังคงหลับอยู่ แต่แผลที่คิ้วยังไม่ได้ทำความสะอาดและใส่ยา เธอจึงถือวิสาสะทำความสะอาดแผลให้เขา ทว่าเมื่อก้านสำลีสัมผัสลงที่หางคิ้ว ร่างหนากลับรู้สึกตัวขึ้นและจับมือเล็กเอาไว้แน่น “จะทำอะไร ?” “ก็ทำแผลที่คิ้วนี่ไง คุณยังไม่ได้ทำ” “เดี๋ยวทำเอง” แย่งก้านสำลีจากเธอมาจัดการแผลของตัวเองอีกครั้ง จึงทำให้ทิชารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างจะหวงเนื้อหวงตัว ขณะเดียวกันโทรศัพท์ของเธอได้ก็ดังขึ้น -มีสายเรียกเข้าจาก พี่เทม” “เมื่อคืนพี่ไปถึงห้องแล้วแต่เราไม่ยอมเปิดประตู เลยเอายาใส่ไว้ในตู้หน้าห้องนะ” เสียงปลายสายแทรกขึ้นทันทีที่กดรับ “ขอบคุณมากนะคะพี่เทม พอดีเมื่อคืนเจอเคสแถวบ้านค่ะ เลยช่วยไว้” “มีไรให้พี่ไปช่วยไหม” “ไม่เป็นไรค่ะพี่ หนูจัดการเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณมากนะคะ” “โอเคครับน้องทิชา” เมื่อทิชาวางสายรุ่นพี่แล้วจึงลุกไปหยิบยาแก้ปวดแก้อักเสบพร้อมน้ำเปล่ามาให้ชายหนุ่มที่เธอยังไม่ทราบชื่อดื่ม “นี่ยาค่ะ แนะนำว่าควรไปหาหมอนะคะ” “จะอยู่ที่นี่สักอาทิตย์” จู่ ๆ เขาก็พูดออกมาอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะรับยามากิน “อะไรนะ!” “พูดไม่ชัดตรงไหน?” สายตาคมจ้องมองมาที่หญิงสาว “ไม่ได้นะ! อีกสองวันน้องสาวฉันก็จะกลับมาแล้ว คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้” “…” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรกลับไป “อะไรของคุณ! บ้านฉันไม่ใช่สถานที่พักพิงนะ! ฉันแค่ช่วยเพราะจำเป็นต้องช่วย!” “ให้ห้าแสน แลกกับหนึ่งอาทิตย์” เพราะเคนโซ่เห็นว่าที่นี่ดูทรุดโทรมเกินกว่าที่จะมีใครมาตามเจอ และเหมาะแก่การรักษาตัวมากที่สุด “…” ทิชายิ่งเงียบไปเมื่อได้ยินจำนวนเงิน “ต้องการเงินไม่ใช่หรือไง?” มองไปที่บิลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ รวม ๆ ก็เป็นหมื่น “โอนมาก่อน” ตั้งห้าแสนคนบ้าที่ไหนจะไม่เอา แค่แลกกับการให้เขามาอยู่ที่นี่สักสองสามวัน แถมยังมีเงินไปจ่ายค่าเทอมโรงเรียนประจำให้กับน้องสาวของตัวเองอีกด้วย “หน้าเงิน” ชายหนุ่มต่อว่าทิชาเบา ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเครื่อง เมื่อเปิดติดข้อความมากมายก็เด้งสวนขึ้นจนเขาต้องปิดเสียงลง “โทรตามกันทั้งจังหวัดแล้วมั้ง” “…” ชายหนุ่มปรายตามองเด็กสาว ก่อนจะต่อสายหาใครบางคน เพียงไม่นานปลายสายก็รับ “โอนเงินเข้าบัญชี..” พูดพลางมองมาที่เธอ ทิชาจึงบอกหมายเลขธนาคารให้กับเขา “ไม่ต้องถาม อีกไม่กี่วันเดี๋ยวกลับไป” พูดจบชายหนุ่มจึงกดวางสาย และเป็นเวลาเดียวกันกับที่โทรศัพท์ของทิชามีแจ้งเตือนยอดเงินเข้า -ยอดเงินคงเหลือ 511,020 บาท- “โอนจริงด้วย! คุณคงจะเป็นคนรวยที่ถูกตามฆ่าสินะ” เมื่อทิชาได้เห็นยอดเงินบวกกับเหตุการณ์เมื่อคืน เธอก็พอที่จะเดาออก “ถ้ามีคนรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันตาย เธอตาย น้องเธอตาย” “…” น้ำเสียงของอีกฝ่ายทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที เธอไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะเป็นอะไรไป แต่เป็นห่วงน้องสาววัยสิบหกปีที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วยต่างหาก เมื่อต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไร ชายหนุ่มจึงล้มตัวลงนอนลงบนโซฟาอีกครั้ง เพราะยังคงรู้สึกปวดที่แผลอยู่ “ฉันจะไปเอายามาฉีดให้” “ขอมอร์ฟีน” “…” ทิชาไม่ได้ตอบกลับแต่จัดแจงขวดยาและเข็มตามด้วยสายน้ำเกลือ ก่อนจะห้อยไว้บนขอบหน้าต่าง “ฉันจะให้น้ำเกลือคุณก่อน” “ไม่ต้อง ฉีดมอร์ฟีนมาเลย” ชายหนุ่มยังคงดื้อดึงเพราะอาการเจ็บปวดจากแผลทำให้เขาเริ่มไม่อยากรอ ทิชาจึงยอมทำตามที่บอกอย่างว่าง่าย จนในที่สุดเขาก็หลับไปอีกครั้ง “ไปเลือกช่วยใครมาวะเนี่ย~” ทิชาเครียดพอสมควรเพราะเธอไม่รู้ว่าคนที่ช่วยมามีอิทธิพล หรือเป็นใครมาจากไหน แต่ที่แน่ ๆ เป็นคนรวยที่ถูกชายฉกรรจ์นับสิบคนไลล่าอย่างแน่นอน 1 วันผ่านไป เช้านี้ทิชาจัดแจงหาข้าวเช้าให้กับชายหนุ่มทานเพื่อที่จะได้ทานยาเช่นเคย ตอนนี้เธอจึงไม่ต่างอะไรจากพยาบาลที่ต้องมาคอยดูแลคนแปลกหน้า แถมยังไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร “พรุ่งนี้ตอนเย็นน้องสาวฉันจะกลับมาจากโรงเรียนประจำ คุณต้องบอกว่าเป็นเพื่อนที่ออกเคสกู้ภัยกับฉันนะ” “…” ชายหนุ่มนั่งเงียบ ราวกับไม่ได้สนใจที่ทิชาพูดเลยสักนิด “นี่ ได้ยินที่พูดไหม” “อืม” “ก็แค่นั้น” เมื่อทิชาพูดจบจึงเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตนเอง “พูดมากฉิบหาย” เคนโซ่บ่นพึมพำก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแผนงานที่ลูกน้องส่งมาให้ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีสายเรียกเข้าพอดี “มึงโอเคไหมไอ้เคน อยู่ไหนวะ” ปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “กูโอเค อีกสองสามวันจะกลับไป” เมื่อเคนโซ่พูดจบจึงกดวางสายทันที “คิดจะฆ่า ก็ต้องฆ่ากูให้ตาย เพราะถ้ากูไม่ตาย กูจะเป็นฝ่ายล่ามึง” เคนโซ่พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เพราะพอจะรู้ว่าใครคือคนที่รอบทำร้ายและตามไล่ล่าเอาชีวิตเขา __________________________ เปิดมาก็ปะทะฝีปากกันเลย 😂 แม้จะธงแดง แต่ไม่มีนอกกายนอกใจ 100% ค่ะ 😚🚩 ขอคนละ 1 ใจ 1 คอมเมนต์ เพื่อเป็นแรงกดดัน และช่วยดันอันดับให้หนูนะค้าบ🙏🏻😂
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD