ทัชชารินใช้เวลาในการอาบน้ำแต่งตัวใหม่เพื่อที่จะเข้าไปทำงานที่บริษัทเพียงไม่นาน ซึ่งทัชชารินที่คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ มาได้สักพักตั้งแต่ตอนที่กลับมาถึงคอนโด ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าไปลาออกเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหาเรื่องตัวเอง
ทัชชารินเดินเข้ามาภายในชั้นทำงานของตัวเองด้วยสีหน้าที่ดูประหม่ามากกว่าที่ผ่าน ๆ มาซึ่งการกระทำของหญิงสาวในตอนนี้ทำให้ภูผาที่เห็นประหลาดใจไม่น้อย เพราะต่อให้ทัชชารินจะไม่สวยแต่เธอก็มีความมั่นใจมากกว่าในตอนนี้
“คุณฌาเป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ?” ภูผาเอ่ยถามออกมา พร้อมมองอีกฝ่ายอย่างต้องการคำตอบ แต่ทว่าทัชชารินกลับหันมายิ้มพร้อมส่ายในหน้าไปมาให้กับอีกฝ่าย
“เปล่าค่ะ”
“แต่ดูแปลก ๆ นะครับถ้ามีอะไรก็บอกผมได้นะครับ” ภูผาเอ่ยก่อนหยิบเอกสารที่ตัวเองเตรียมเอาไว้เพื่อนำเข้าไปให้เจ้านายของเขาที่ตอนนี้กำลังรอเขาอยู่
“ได้ค่ะ” ทัชชารินยิ้มให้กับภูผาพร้อมขยับแว่นตาที่หนาของตัวเองให้เข้าที่ พร้อมมองตามภูผาเข้าไปภายในห้องทำงานของนนท์นภัทรอย่างไม่รู้ว่าตัวเองควรยื่นใบลาออกเลยไหมหรือว่าอย่างไรดี
ภายในห้องทำงาน
เจ้าของร่างสูงสง่างามกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาตรวจเอกสารอย่างไม่คิดสนใจสิ่งรอบข้าง แม้แต่ลูกน้อยคนสนิทเดินเข้ามาเขาก็ยังไม่สนใจ
“ท่านประธานครับ เอกสารที่ต้องเซ็นครับ” ภูผาเอ่ยออกมาก่อนจะวางเอกสารลงตรงหน้าของอีกฝ่าย
“เรื่องที่ให้ไปตามถึงไหนแล้ว?” นนท์นภัทรเอ่ยถามออกมาทั้ง ๆ ที่สายตาของเขายังคงสนใจอยู่กับเอกสารเหมือนเดิม
“เอ่อคือว่า... คือว่า”
“มีอะไรก็พูดมา” นนท์นภัทรเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนมองใบหน้าของภูผาอย่างต้องการคำตอบ
“จากภาพก้องวรจรปิดคนที่เข้าไปห้องท่านประธานไม่มีนะครับ”
“จะไม่มีได้ยังไง เมื่อเช้ายังเห็นรอย...” นนท์นภัทรพูดยังไม่ทันจบประโยค ชายหนุ่มก็หยุดพูดในทันที เพราะรอยที่เขาเห็นเมื่อเช้านี้เป็นรอยเลือดที่เปื้อนผ้าปู
“รอยอะไรเหรอครับ?”
“ไม่มีอะไร แล้วตกลงตรวจสอบดีหรือยัง?”
“ดีแล้วครับ คนที่เข้าไปในห้องมีแค่ผู้หญิงที่ถูกท่านประธานดึงให้เธอเข้าไปภายในห้อง” นนท์นภัทร์มองใบหน้าของภูผาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าลูกน้องของเขาจะเอาเรื่องจริงจังมาพูดแบบนี้
“จะกวนประสาทฉันหรือไง?”
“เปล่านะครับ ก็ท่านประธานต้องการให้ผมตามหาคนที่เดินเข้ามาภายในห้องนิครับ”
“ให้มันได้อย่างนี้สิ แล้วรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?” คำพูดของนนท์นภัทรสร้างความสงสัยให้กับภูผาอีกครั้ง แต่กลับทำให้ใครอีกคนที่ได้ยินยิ้มออกมา
ทัชชารินที่เดินมายังห้องเจ้านายของตัวเองเพื่อนนำเอกสารการลาออกมาให้อีกฝ่าย ได้หยุดยืนฟังบทสนทนาของทั้งสองอย่างถือวิสาสะ แต่ทว่าพอได้ยินนนท์นภัทรจำตัวเองไม่ได้หญิงสาวก็ระบายยิ้มออกมาอย่างดีใจ
ซึ่งเธอภาวนาแบบนั้นมาตลอดว่าอย่าให้อีกฝ่ายจำเธอได้ แม้ว่ามันจะยากก็ตามแต่ในที่สุดคำภาวนาของเธอก็เป็นจริง อีกอย่างเมื่อวานเธอแปลงโฉมเป็นคนละคนกับตอนนี้เพื่อไปเที่ยว ถ้านนท์นภัทรในสภาพกึ่งได้สติกึ่งไม่มีสติจะจำไม่ได้ก็ไม่แปลก
“ไปตามสืบมาว่าเธอเป็นใคร”
“ได้ครับ ท่านประธาน”
เมื่อหญิงสาวเห็นว่าภูผากำลังจะเดินออกมาจากห้องทำงานของนนท์นภัทร เธอก็รีบพาตัวเองกลับไปยังโต๊ะทำงานด้วยความรีบร้อน
ทัชชารินกลับมาทำงานประจำที่ตัวเองอย่างไม่คิดสนใจสิ่งรอบข้างอีก แม้ว่าตอนนี้ภายในใจของเธอจะคิดเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา
ติ้ง!
เสียงข้อความโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรียกความสนใจของทัชชารินให้หยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านในทันที ทำให้เธอพบข้อความของเจ้านายเหนือหัว
ท่านประธาน : เลขาฌา ชงกาแฟเข้ามาให้ฉันหน่อย
ทัชชาริน : ได้เลยค่ะ รอสักครู่นะคะ
ทัชชารินตอบกลับไปก่อนจะขยับตัวเองลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเพื่อไปชงกาแฟให้กับผู้เป็นเจ้านาย ซึ่งหญิงสาวใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องที่ดังขึ้น เรียกความสนใจสนใจของนนท์นภัทรได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มเงยหน้ามองไปยังประตูแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นพอเห็นว่าใครเป็นคนเดินเข้ามาภายในห้องทำงานเขาก็ไม่สนใจอีก
“กาแฟค่ะ ท่านประธาน”
“อืม” ทัชชารินยิ้มออกมาเล็กน้อย หลังจากได้ยินคำตอบรับของอีกฝ่าย แต่ทว่าเธอก็ไม่ได้คิดจะเดินกลับออกไปจากห้องทำงานของนนท์นภัทร
“มีอะไร?”
“อ๋อเปล่าค่ะ”
“เปล่าก็ออกไปสิ จะมายืนขว้างหูขว้างตาทำไม ยืนแบบนี้ฉันก็ไม่กล้ากินกาแฟเธอพอดี” คำพูดแทงใจดำหลุดออกมาจากปากนนท์นภัทร ซึ่งทำเอาคนที่ได้ยินนิ่งลงเล็กน้อย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นนท์นภัทรพูดจากระแทกทัชชาริน แต่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ซึ่งทุกครั้งที่นนท์นภัทรพูดกระแทกเธอ คำพูดของชายหนุ่มส่วนใหญ่เป็นเรื่องการแต่งตัวและหน้าตาทัชชาริน
ทัชชารินไม่เอ่ยอะไรออกมาเพียงแต่ก้มศีรษะให้กับนนท์ภัทรเล็กน้อยก่อนเดินออกไปจากห้องทำงานของชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ
ทั้ง ๆ ที่ภายในใจของเธอแทบอยากจะตะโกนใส่หน้าของอีกฝ่ายเพราะความไม่พอใจ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะว่านนท์นภัทรเป็นเจ้านายของเธอ
ช่วงบ่ายของวัน
ทัชชารินยังคงใช้ชีวิตปกติ ยังไม่ได้ลาออกอย่างที่คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ เธอยังคงรอดูเชิงของนนท์นภัทรอยู่ว่าชายหนุ่มจำเธอได้หรือไม่ และถ้าเขาจำได้หญิงสาวจะไปทันที
“เดี๋ยวเตรียมเอกสารการประชุมด้วย” นนท์นภัทร์เอ่ยขึ้นในขณะที่ทัชชารินยังคงนั่งตรวจเอกสารเพื่อส่งให้ชายหนุ่มอยู่
“เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงจะต้องประชุมแล้วนะคะ”
“อืม”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ทัชชาขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเป็นคำถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ขมวดคิ้วมองมายังเธออย่างเป็นคำถาม
“เมื่อไหร่เธอจะเลิกแต่งตัวแบบนี้สักที หรือถ้าแต่งตัวไม่เป็น ไปเอาชุดยูนิฟอร์มของบริษัทมาใส่ก็ได้ แบบนี้มันดูทุเรศ”
“แล้วการแต่งตัวของฌามันไปหนักส่วนไหนของท่านประธานเหรอคะ?” ทัชชารินเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ไม่หนักแค่ขัดลูกกะตา”
“นี่...”
“ท่านประท่านครับ” ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้เถียงกันมากกว่าเดิม คนสนิทของนนท์นภัทรก็เดินเข้ามาหาเจ้านายของเขาด้วยความรีบร้อน
“ว่าไง?” นนท์นภัทรมองทัชชารินอย่างคาดโทษก่อนจะหันไปมองใบหน้าของภูผา
“นี่เป็นภาพจากกล้องวรจรปิดของไนต์คลับครับ” คำพูดของชายหนุ่มทำให้ทัชชารินที่ได้ยินถึงกับนิ่งอึ้ง เม้มเรียวปากเข้าหากันแน่ อย่างลุ้นไม่ต่างจากนนท์นภัทร